ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ “โจ๊ก” มโน –ใช้คลิปเสียง “แอบอัด” เหตุผลยกฟ้อง 2 บิ๊กตุลาการ
น่าสนใจกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในชั้นตรวจคำฟ้องคดี ให้ “ยกฟ้อง” นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ศาลปกครองสูงสุด และ นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด ไม่ผิด ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีที่ “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ได้ยื่นฟ้องกล่าวหา กรณีมี “คลิปเสียง” ตุลาการศาลปกครอง แทรกแซงสั่งล้มคดี
งานนี้ ประจานตัวตน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ "โจ๊ก" อีกแล้วครับท่าน!
คดีนี้เริ่มจากที่ “โจ๊ก” อ้างว่ามีการ "ล็อบบี้" กันในศาลปกครอง หรือไม่ ? เพราะเดิมทีคณะพิจารณา 5 คน เห็นควรให้ "ทุเลา" คำสั่งออกจากราชการไว้ก่อนแท้ๆ แต่ไฉนตัวเองถึงดวงกุด เรื่องถูกนำเข้าที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด จนกลายเป็น "ยกคำร้อง" ทำเอาความหวังจะคัมแบ็กสีกากีของตัวเอง ริบหรี่ลงไปในพริบตา!
“โจ๊ก” ยังอ้างว่ามี "คลิปเสียง" ลับเฉพาะคนวงใน แฉว่า มีการสั่งล้มคดีเพื่อช่วย "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แถมยังโยงใยไปถึงหลักสูตรคอนเนกชันอย่าง “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่12 ว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น เลยแอบช่วยกัน
แต่ศาลท่านพิจารณาจากพยานหลักฐาน สรุปใจความสำคัญได้ ว่า เรื่องคอนเนกชันเพื่อนร่วมรุ่น ศาลชี้ชัดว่า การเป็นเพื่อนเรียนหลักสูตรเดียวกัน (นธป.12) ไม่ได้แปลว่าจะต้อง "เอียง" เสมอไป
ขณะที่การเอาเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ เป็นอำนาจตามกฎหมายของประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อความรอบคอบไม่ใช่เรื่องผิดตามที่ “โจ๊ก” กล่าวหา และที่ประชุมใหญ่มีตุลาการตั้งกี่ร้อยคน ใช้มติเสียงข้างมาก ใครจะไปนั่งเป่าหูให้เอนตามได้หมด... ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูกระดึง
ขณะที่ไม้ตายทีเด็ดที่ “โจ๊ก” ตีปิ๊บหวังจะน็อก “2 บิ๊กตุลาการ” ในประเด็นเรื่องคลิปเสียง วัตถุพยาน เมื่อฟังข้อความสนทนาโดยตลอดแล้ว เห็นว่ามิได้มีข้อความในลักษณะสั่งการ หรือชี้นำให้เป็นไปในทางที่มิชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด
อีกทั้งที่มาของคลิปเสียง มีที่มาในลักษณะ “ลักลอบบันทึก” เป็นพยานหลักฐานได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ จึงไม่รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1
ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” หรือ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต พิพากษายกฟ้อง !
สรุปคือทั้งหมด “โจ๊ก” มโน และหลักฐานไม่พอที่ศาลจะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้อง
เป็นอันว่า.. จบนะครับนะ
++ เลือกตั้งสงขลาแข่งเดือด จับตาพรรคส้ม ปั่นกระแส “หมอสุภัทร” ขึ้นหรือไม่
สงขลาเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจของภาคใต้ และในทางการเมือง มีภาพเหมือนตัวแทนของภาคใต้ คล้ายๆ จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
สงขลา แบ่งพื้นที่การเลือกตั้งสส.เขต ได้ 9 เขต ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ ได้สส.ไป 6 คน ที่เหลือ พรรคภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ แบ่งกันไปพรรคละ 1 คน
การเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มแข่งเดือด เมื่อ “บ้านใหญ่บุญญามณี” ได้ย้ายจากประชาธิปัตย์ พาลูกทีมไปสวามิภักดิ์ “ภูมิใจไทย” อีกทั้ง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคม มาเป็นแม่ทัพ กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ส่วน “ประชาธิปัตย์” แม้จะมีคนย้ายออก แต่การรีเทิร์นของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็สามารถเรียกแฟนคลับกลับมาได้อีกครั้ง และกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ที่มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ตั้งเป้าไว้ที่สงขลาเช่นกัน หลังจากที่ เขต 4 “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ปักธงได้แล้ว และในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ “ผู้กองธรรมนัส” ก็กิน นอน อยู่ในพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนอย่างแข็งขัน
ส่วนพรรคประชาชน แม้จะยังปักธงไม่ได้ แต่ครั้งนี้มี “หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท อดีตผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ลงสมัครในนามพรรค
ล่าสุดเมื่อ “หมอสุภัทร” ถูก อ.ก.พ.สธ. มีมติ “ปลดออกจากราชการ ” จากกรณีซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงโควิดระบาดใหญ่ ซึ่งทางพรรคประชาชน มองว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง จึงใช้เรื่องนี้สร้างกระแส “เลือกพรรคส้ม” ที่ จ.สงขลา
สนามเลือกตั้ง จ.สงขลา ครั้งนี้จึงน่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างหนักของ พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย กล้าธรรม และ ประชาชน
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ม.ค.) “ราชภัฏสงขลาโพล” ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนสงขลา ในแต่ละเขต ว่าจะเลือกใคร เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคไหน จาก 3,709 ตัวอย่าง ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ผลที่ออกมาก็พอจะเห็นภาพว่าแต่ละเขตเป็นอย่างไร
เขต 1 “สรรเพชญ บุญญามณี” ภท. ร้อยละ 29.54 “พิเชฐ พัฒนโชติ” ปชป. ร้อยละ 14.97 “สักกพันธุ์ อนันตพงศ์” ปชน. ร้อยละ 8.98 และ ร้อยละ 40.12 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 2 “จุรี นุ่มแก้ว” ปชป. ร้อยละ 27.27 “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ปชน. ร้อยละ 26.57 และ “ศาสตรา ศรีปาน” ภท. ร้อยละ 21.45 และ ร้อยละ 13.5 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 3 “ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา” ปชป. ร้อยละ 24.14 “สมยศ พลายด้วง” ภท. ร้อยละ 17.73 และ “นพ.นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ” ร้อยละ 9.61 และ ร้อยละ 44.09 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 4 “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” กธ. ร้อยละ 26.15 “สิทธิพัฒน์ เสนเนียม” ปชป. ร้อยละ 15.47 “โยธิน ทองเนื้อแข็ง” ภท. ร้อยละ 10.13 “ชัยวัฒน์ อินศรีไกร” ปชน. ร้อยละ9.21 ส่วน ร้อยละ 33.70 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 5 “ปรีชา สุขเกษม” ปชป. ร้อยละ 26.39 “สุวรรณ อ่อนรักษ์” ปชน. ร้อยละ 18.77 “วงศ์วชิระ ขาวทอง” กธ. ร้อยละ 9.68 และ ร้อยละ 41.64 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 6 “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ภท. ร้อยละ 35.63 “พิพัฒน์ เจือละออง” ปชป.ร้อยละ 17.20 “บารมี ขาวทอง” กธ.ร้อยละ 16.22 “สมพร แซ่ลิ่ม” ปชน. ร้อยละ 11.30 และ ร้อยละ 5.16 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 7 “ณัฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ” ภท. ร้อยละ 36.29 “ศิริโชค โสภา” ปชป. ร้อยละ 22.0 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.92
เขต 8 “บังลี ฆอซาลี” ภท. ร้อยละ 30.14 “ธีรพงศ์ ดนสวี” ปชป. ร้อยละ 16.89 “พล.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่” กธ. ร้อยละ 14.16 “กรธัช พัชนี” ปชน. ร้อยละ 13.24 และอีก ร้อยละ 20.09 ยังไม่ตัดสินใจ
เขต 9 “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ปชป. ร้อยละ 46.00 “ธนธร แก้วอนุรักษ์” ปชน. ร้อยละ 7.60 “พันเอกสนิท บุญวงศ์” พท. ร้อยละ 6.80 “พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร” ภท. ร้อยละ 6.00 และอีก ร้อยละ 29.60 ยังไม่ตัดสินใจ
หากเป็นไปตามผลโพลนี้ ประชาธิปัตย์ จะได้ 4 เขต ภูมิใจไทย 4 เขต และกล้าธรรม 1 เขต
ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในภาพรวมของ จ.สงขลา อันดับ 1 ปชป. ร้อยละ 37.07 ตามมาด้วย ปชน. ร้อยละ 14.40 ภท.ร้อยละ 10.5 พท.ร้อยละ 4.34 กธ.ร้อยละ 4.23 และอีกร้อยละ 23.65 ยังไม่ตัดสินใจ
ทั้งนี้ ในช่วงการสำรวจทำโพลนั้น “หมอสุภัทร” ยังไม่ถูกคำสั่งปลด จึงต้องจับตาว่าคนสงขลา โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ จะเอาอย่างไร หลังจากพรรคส้ม ปั่นกระแสว่าถูกกลั่นแกล้ง!