สมุทรสงคราม – ภาคเอกชนจังหวัดสมุทรสงคราม เรียกร้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมเสนอชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งลดอัตราดอกเบี้ย ปรับราคาพลังงาน แก้ปัญหาสินเชื่อเกษตรกรและเอสเอ็มอี รวมถึงยกระดับภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เสถียรภาพของรัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยสัญญาณจากตลาดทุนหลังการเลือกตั้งสะท้อนภาพเชิงบวก เห็นได้จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 46-53 จุด สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความมั่นคง และสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
“หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น จะช่วยลดภาวะสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความล่าช้าในการใช้งบประมาณ และช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียน” นายมงคล กล่าว
นายมงคล กล่าวว่า ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแต่งตั้งทีมเศรษฐกิจที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเข้ามาดูแลระบบการเงินที่กำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
ข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันให้ธนาคารของรัฐเพิ่มการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบ พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เครดิตบูโร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 สามารถกลับเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ทบทวนโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ โดยระบุว่าปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับร้อยละ 4-7 ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำเข้าสู่ระบบและปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อช่วยลดภาระประชาชนและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
อีกประเด็นสำคัญคือการลดต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยเสนอให้ปรับลดราคาน้ำมันอย่างน้อยลิตรละ 5 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ
สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก ขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมและเกลือ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของจังหวัด สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสนับสนุนภาคเกษตรในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านตลาด การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต
ภาคเอกชนยังเสนอให้รัฐบาลผลักดันการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
นายมงคล กล่าวย้ำว่า เสถียรภาพทางการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแข่งขันในภูมิภาค และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ผ่านมา โดยภาคเอกชนคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินนโยบายสำคัญ ทั้งการปฏิรูปภาษี ลดต้นทุนพลังงาน ปรับโครงสร้างดอกเบี้ย แก้ปัญหาสินเชื่อ และยกระดับภาคเกษตร ควบคู่การวางยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศในระยะยาว
“ประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันและรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสกลับมาเติบโตอย่างมั่นคง” นายมงคล กล่าว