รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรู้จัก “พี่รุ่ง” หญิงที่แม้เกิดมาไร้แขน แต่หัวใจแกร่ง ไม่ยอมแพ้ความพิการ สู้ใช้เท้าที่เหลืออยู่ปลูกพุทรานมสดขาย หารายได้เลี้ยงชีพ ไม่อยากเป็นภาระใคร
“ตอนเด็กไปสมัครเรียน เขาให้ไปเรียนตามสภาพความพิการ คือไปเรียนตามศูนย์ฯ มันอยู่ไกล เราก็ไม่ได้ไปเรียน”
รุ่งลาวัน การิก หรือพี่รุ่ง กับวัย 50 ในวันนี้ ที่เกิดมาพร้อมกับความพิการ ย้อนชีวิตวัยเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา แม้การไม่มีแขนเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้พี่รุ่งนั่งรอความช่วยเหลือ หรือให้ครอบครัวเลี้ยง ตรงกันข้าม เธอทำทุกอย่างแทบไม่ต่างจากคนปกติ“แรกๆ ก็ทำงานรับจ้างทั่วไป เก็บถั่ว เก็บพริก ถั่วเขียว หักข้าวโพด เสียบมันก็ได้”
ด้านสุภาวดี เชื้อจันทึก หลานของพี่รุ่ง อดรู้สึกชื่นชมความเก่งของน้าไม่ได้“แกเก่งนะ ไม่มีแขนทำ เอาแค่เท้าทำ เก่ง แกเลี้ยงหนูมาแต่เล็ก ไปดายหญ้า ไปเก็บถั่ว ไปหักข้าวโพด แกทำได้หมดเลย จนหนูขี้เกียจไปเลย ให้แกทำ (ถาม-น้ารุ่งบุคลิกเป็นคนยังไง?) เฉยๆ ทำอะไรได้ก็ทำ ไม่ชอบใช้ใคร ถ้าใช้ ส่วนมากแกจะใช้สิ่งที่แกทำไม่ได้”
แม้ไม่มีโอกาสได้เรียนในวัยเด็ก แต่อย่างน้อย พี่รุ่งยังโชคดีที่ช่วงหนึ่งของชีวิตได้มีโอกาสเรียน กศน. ได้แสดงความสามารถพิเศษ จนได้รับการยอมรับจากสังคม
“เราเป็นคนพิการ เราทำงานรับจ้างก็จริง แต่เราไม่กล้าออกสังคม ตอนนั้นครูจาก กศน.มาบอกว่า พี่รุ่งไปเรียนไหมโน่นนี่นั่น เราบอกเราจะเรียนอะไร เรียนไม่ได้ เขาบอกมีแนะแนว และมีโครงการให้ไปประกวด สุดยอด กศน. ครูบอก พี่ถนัดแบบไหน พี่อยากทำอะไร เขาก็เอาสีเอากระดาษมาให้พี่วาดตามจินตนาการของพี่ ไปแข่งรอบแรก ไปแข่งที่โคราช ติด 1 ใน 3 และไปอุดรฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกติด 1 ใน 6 ครั้งที่ 2 ติด 1 ใน 3 และไปเมืองทอง กรุงเทพฯ ได้ที่ 1”
การเรียนที่ กศน.นี้เอง ที่ทำให้พี่รุ่งได้มีโอกาสพบกับพี่พจน์ หรือครูพจน์ ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอหลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ได้เจอพี่พจน์ เป็นพี่ที่ไปเรียน กศน.เหมือนกัน ก็เลยได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน แกก็สอนวาดรูปบ้าง (ถาม-พี่พจน์เป็นหัวหน้าชมรมผู้พิการวังน้ำเขียวใช่ไหม?) ใช่จ้ะ หลังจากนั้นก็ได้ไปออกงานกับพี่พจน์บ่อยๆ ตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนมากเลย จากที่เราไม่เคยไป เราก็ได้ไป ช่องไหนที่เราไม่เคยไป ก็ไป บางทีวันหนึ่งออก 3-4 ช่อง (ถาม-เรากลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นในสังคมด้วย?) จ้ะ”
เมื่อสังคมเริ่มรู้จัก โอกาสต่างๆ เริ่มเข้ามา!
“ที่ได้ทำพุทราทุกวันนี้ก็เพราะผู้ใหญ่เขาเห็นว่าเราไม่ต้องไปรับจ้างแล้ว ก็ให้ที่เราทำกิน ให้ทำประโยชน์ ปลูกพุทรา เพราะพุทราเป็นพืชเศรษฐกิจของวังน้ำเขียว (จ.นครราชสีมา)”
แม้จะมีผู้ใหญ่ใจดีให้พื้นที่ จนพี่รุ่งได้มีอาชีพปลูกพุทรานมสดขาย แต่พุทราไม่ได้ให้ผลผลิตทั้งปี พี่รุ่งจึงต้องหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ในการยังชีพ“พุทรามันมีหน้าของมัน ปีหนึ่งก็ประมาณ 4-5 เดือน ส.ค.ถึง ธ.ค. (ถาม-แล้วพอหมดหน้าพุทรา เราทำอะไร?) แต่ก่อนเลี้ยงหมู (ถาม-เยอะไหม?) หมูประมาณ 20 ตัว (ถาม-โห เยอะเหมือนกันนะ ตอนนั้นทุนจากการทำเกษตรหรือ?) ก็เหมือนประธานชุมชนเขาช่วยเหลือมาด้วย เขาให้เราไปซื้อหัวอาหารก่อน ถ้าขายเสร็จ ขายได้ เราก็เอาเงินไปให้แก”
การเลี้ยงหมูที่ทำท่าว่าจะสร้างรายได้ แต่สุดท้ายกลับล้มไม่เป็นท่า แถมสร้างหนี้ก้อนใหญ่ให้พี่รุ่งตามมา!
“หมูเป็นโรคระบาด คือท้องเสีย ตายยกคอกเลย (ถาม-นานหรือยัง?) 3 ปีแล้ว (ถาม-ตอนนั้นลงทุนไปเยอะไหม?) ถ้าแม่หมูก็ตัวละ 2 หมื่น 6 ตัว แล้วหมูกำลังเพาะขายอีก (ถาม-ทั้งหมดร่วม 20 ตัว ไปหมดเลย?) ไปหมดเลย (ถาม-ไม่ต่ำกว่า 2-3 แสน?) ค่ะ (ถาม-โห เป็นยังไงบ้างความรู้สึกตอนนั้น?) เราจะหาเงินที่ไหนใช้หนี้เขา ดีที่ประธานชุมชนเขาไม่เร่งรัดเรา”
ลำพังขายพุทราอย่างเดียว รายได้ก็ไม่พอยังชีพทั้งปีอยู่แล้ว ยังมีหนี้ที่ไม่คาดคิดการจากเลี้ยงหมูอีก ส่งผลให้พี่รุ่งต้องดิ้นรนทำงานรับจ้างเป็นอาชีพเสริมอีกครั้ง“(ถาม-ดูเพิงที่ตั้งขายพุทราก็เล็กๆ ไม่ใช่ร้านใหญ่โต?) ค่ะ (ถาม-รายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วมันพอเพียงกับการดำรงชีวิตไหม?) ถามว่าพอไหม มันก็ไม่พอ แต่เราก็ใช้เท่าที่มี (ถาม-พอหมดหน้าพุทราคือจบเลยนะ?) จบ ก็อยู่บ้าน มีงานรับจ้าง เราก็ไป (ถาม-งานรับจ้างปกติมีไปทุกวันไหม?) ไม่ ถ้าตัดดอกไม้ก็ 3 วันไปครั้งหนึ่ง (ถาม-โห ไม่ได้งานทุกวันด้วย?) ค่ะ ไม่ได้งานทุกวัน ถ้าเราไปคัดดอก คัดไซส์เขา เป็นดอกเอ ดอกบี ถ้าเราคัดให้เขา ก็วันละ 300 ถ้าคัดเสร็จ เราอยากใส่เพิ่มเติม เป็นถุงก็ถุงละบาท 50 ดอกบาทหนึ่ง”
ประหยัดสุดๆ เพื่อชีวิตอยู่รอด!
“(ถาม-เท่าที่ดูสถานการณ์ตอนนี้คงจะต้องเหนื่อยหนักหน่อยเรื่องของการหารายได้?) ค่ะ (ถาม-คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตไหม?) ไม่ เราก็มีเบี้ยยังชีพ(คนพิการ)อยู่ 800 ถามว่า อยู่ได้ไหม ถ้าเราประหยัดหน่อย ก็อยู่ได้”
ลำบากแค่ไหน ไม่เคยปริปากบ่นให้หลานฟัง!
“ตอนนี้แกก็มีรายได้จากการขายพุทรา และเบี้ยเลี้ยงคนพิการต่อเดือน เท่าที่ดู บางเดือนแกก็พอใช้ บางเดือนก็ไม่พอ (ถาม-เขาเคยบ่นท้อ หรือดูไม่มีกำลังใจ ให้เราเห็นไหม?) ไม่ แกเก่ง แกจะไม่บ่นเลย”
“(ถาม-สำหรับน้ารุ่ง มีความสำคัญกับเรายังไง?) แกเลี้ยงหนูมาแต่เล็ก หนูก็คิดว่าแกเป็นแม่หนูคนหนึ่ง เพราะเขาทำกับข้าวให้กิน หนูเลิกงานค่ำ หนูจะเลิกประมาณ 1 ทุ่ม ถ้าวันไหนแกไม่เหนื่อย แกก็จะทำกับข้าวรอ ถ้าวันไหนแกเหนื่อย หนูก็ทำเอง และหนูก็ทำเผื่อแก เผื่อหลานเผื่อลูกด้วย”
“(ถาม-เราได้อะไรบ้างจากการเห็นภาพชีวิตของน้ารุ่ง?) ขนาดแกเป็นคนพิการ แกยังไม่ท้อ เรามีแขนครบ เราจะท้อได้ยังไง แกสอนให้เราแข็งแกร่งขึ้น ใช้ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร (ถาม-มีอะไรอยากส่งกำลังใจถึงน้ารุ่งไหม?) แกเก่งอยู่แล้ว เก่งทุกวันอยู่แล้ว อยากให้แกอยู่แบบนี้ตลอดไปนานๆ ช่วยเหลือตัวเองได้”
แม้ไร้แขน พี่รุ่งไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา จะสู้จนกว่าสู้ไม่ไหว!
“(ถาม-พี่รุ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะมาก ต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาไม่หยุดหย่อน เคยคิดจะท้อหรือยอมแพ้กับสิ่งที่เราเป็นไหม?) ไม่ เราเกิดมาแล้ว เราก็ต้องสู้ บางคนไม่มีโอกาสเหมือนเรา บางคนนอนติดเตียงอยู่บ้าน ไปไหนไม่ได้ อย่างเรายังเดินไปไหนได้ พูดกับคนได้ บางคนตาบอดมองไม่เห็น เรายังสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไปไหนด้วยตัวเองได้ (ถาม-เคยคิดน้อยใจในโชคชะตา คิดจะจากโลกนี้ไปหรือทิ้งปัญหาไปบ้างไหม?) ไม่เคย ชีวิตคนเรากว่าจะเกิดได้ ยาก เขาให้เราเกิดแล้ว เราก็ต้องสู้ไปให้ได้ สู้จนกว่าเราจะสู้ไม่ไหว”
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “พุทราไร้แขน”
https://youtu.be/VjYarTeML8s
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos