xs
xsm
sm
md
lg

“มนัสนันท์” แท็กทีม “เฟิร์น-พวยพวย” แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต 1 ชลบุรี ยันไม่ขัดขวาง จนท.มาด้วยสันติวิธี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




ศูนย์ข่าวศรีราชา-
ยอมที่ไหน “มนัสนันท์”แท็กทีม “เฟิร์น-พวยพวย”แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1ชลบุรี ข้อหาแจ้งความเท็จ ยันเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ไม่มียั่วยุปลุกปั่น ขัดขวาง จนท. มาด้วยสันติวิธี

ภายหลังจากที่ ผอ.กกต. เขต1ชลบุรี ได้เข้าแจ้งตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อดำเนินการความเอาผิด อายุ 58 ปีและพวก ฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ขณะรับมอบหีบบัตรเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งภายหลังปิดการลงคะแนน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 และยังร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน เหตุเกิดที่สนามแบตมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี นั้น


ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ ( 12 ก.พ.) น.ส. มนัสนันท์ กรเกษม พร้อมด้วย น.ส.เบญจพร หรือพวยพวย สุขสว่าง อายุ 30 ปี สาวเสื้อแดงเปิดหีบบัตรเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 จนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเมือง และ น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม หรือ “เฟิร์น” อายุ 27 ปี ซึ่งถูกแจ้งหากับพวกได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ. เมืองชลบุรี เพื่อให้เอาผิดกับผู้อำนวยการเลือกตั้งเขต 1และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้แจ้งความกับพวกตน ในข้อหาแจ้งความเท็จ 

โดยมี พ.ต.อ. กุลชาติ กุลชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เข้าดูแลความเรียบร้อย


น.ส. เบญจพร หรือพวยพวย บอกว่าในวันแรกที่ตนที่มาถึงบริเวณด้านหน้าโรงยิมฯ เทศบาลเมืองชลบุรี ได้ปรึกษากับนายอำเภอเมืองชลบุรี แล้วว่าประชาชนสามารถช่วยขนหีบบัตรลงจากรถ ซึ่งตนเองเห็นความปกติว่ามีบางหับไม่ได้ปิด กระทั่งรุ่งขึ้นของวันถัดไป รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงเกี่ยวกับหีบบัตรลงคะแนนว่าถึงแม้ไม่มีสายรัด แต่ก็จะมีการปิดด้วยสก๊อตเทป

ตนเองจึงตะโกนเรียก นายชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ซึ่งอยู่ในโรงยิมฯ ให้เดินไปดูแต่ไม่ออกมา จึงเดินเปิดรั้วเข้าไป เปิดหีบที่ไม่ได้ปิดสก๊อตเทปเพื่อให้ประชาชนที่มารวมตัวกันให้ได้เห็น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นตามที่มีการแถลงข่าว จนเป็นที่มาของการถูกแจ้งความ

“ขอปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่นักศึกษา เพราะอายุ 30 แล้ว อีกทั้งไม่ได้ถูกจ้างมา ไม่รู้จักกับ อาจารย์วิโรจน์ หรือ ไอซ์ รู้จักเพียง นายวรท แค่เพียง ว่า เป็นผู้สมัครของเขต 1เท่านั้น ซึ่งการเดินทางมาร่วมตัวที่บริเวณดังกล่าวก็เพื่อต้องการความโปร่งใสเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคการเมืองใด”


ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกแจ้งความในข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าที่ ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยไม่หลบหนีไปไหน ยินดีทำตามขั้นตอน และ เพราะไม่ได้มีการยั่วยุปลุกปั่น และขัดความเจ้าหน้าที่ ตามที่ถูกแจ้งความ มาด้วยสันติวิธี เพื่อเรียกร้องความโปร่งใส ส่วนที่พวกตนต้องเดินทางมาแจ้งความกลับ ก็เพื่อต้องการได้รับความยุติธรรม