เผยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังกดดันพวกบริษัท AI ชั้นนำที่รวมถึงโอเพนเอไอ และแอนโทรปิก ปรับเครื่องมือทางด้านปัญญาประดิษฐ์ของพวกเขา ให้สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายลับโดยปราศจากข้อจำกัดมาตรฐานต่างๆ ที่บริษัทเหล่านั้นกำหนดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวไม่ระบุชื่อ 2 คนซึ่งทราบเรื่องนี้ เปิดเผยว่า เอมิล ไมเคิล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของเพนตากอน ได้บอกกับพวกผู้บริหารของบริษัทไฮเทค ระหว่างการหารือที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า กองทัพต้องการทำให้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมใช้งานทั้งบนโดเมนลับ และบนโดเมนที่ไม่เป็นความลับ
เพนตากอน “กำลังเดินหน้าเพื่อนำเอาขีดความสามารถของ frontier AI มาใช้งานในทุกๆ ชั้นความลับ” เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งซึ่งขอให้ปกปิดชื่อเปิดเผยเรื่องนี้กับรอยเตอร์ ทั้งนี้ frontier AI หมายถึง ศักยภาพชั้นสูงของพวกโมเดล AI อเนกประสงค์ ซึ่งสามารถทำภารกิจจำนวนมากได้อย่างเทียบเท่าหรือเหนือล้ำกว่าขีดความสามารถของโมเดล AI ระดับก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นพัฒนาการล่าสุดในการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ระหว่างเพนตากอนกับบริษัท AI เชิงสร้างสรรค์ระดับหัวแถว เกี่ยวกับวิธีการที่สหรัฐฯจะใช้ AI ในสนามรบในอนาคต หลังจากที่สมรภูมิในเวลานี้ก็ถูกครอบงำด้วยพวกฝูงโดรนอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และการโจมตีทางไซเบอร์ อยู่แล้ว
ความคิดเห็นเช่นนี้ของไมเคิล ยังน่าที่จะเพิ่มความเข้มข้นให้แก่การถกเถียงกันซึ่งเป็นไปอย่างดุเดือดอยู่แล้วในเวลานี้ ระหว่างความต้องการของกองทัพที่ต้องการใช้ AI โดยไม่มีขีดจำกัด กับความสามารถของพวกบริษัทไฮเทคในการกำหนดขอบเขตการนำเครื่องมือของตนไปใช้งาน
ปัจจุบัน บริษัท AI หลายแห่งกำลังสร้างเครื่องมือแบบปรับแต่งได้ให้กองทัพอเมริกัน โดยส่วนใหญ่แล้วถูกนำไปใช้งานบนเครือข่ายที่ไม่ถูกจัดชั้นความลับ ซึ่งมักเป็นเครือข่ายสำหรับพวกหน่วยงานด้านบริหารจัดการของกองทัพเท่านั้น มีบริษัทเทคเพียงแห่งเดียวคือ แอนโทรปิก ซึ่งทางกองทัพสามารถใช้งานเครื่องมือเอไอของบริษัทได้ในเครือข่ายลับโดยผ่านบุคคลที่สาม กระนั้น รัฐบาลยังคงต้องปฏิบัติตามนโยบายการใช้งานของบริษัทอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เครือข่ายที่ถูกจัดชั้นความลับ เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการทำงานอ่อนไหวต่างๆ ที่อาจรวมถึงการวางแผนภารกิจโจมตีหรือการล็อกเป้าสำหรับอาวุธที่จะเข้าโจมตี
เจ้าหน้าที่เพนตากอนหวังว่า จะใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ในการสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ แต่นักวิจัยด้าน AI เตือนว่า แม้เครื่องมือเหล่านั้นมีศักยภาพสูงมาก แต่ก็อาจเกิดความผิดพลาดหรือสร้างข้อมูลที่เมื่อดูเผินๆ อาจน่าเชื่อถือ และความผิดพลาดเหล่านั้นบนเครือข่ายลับอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต
บริษัท AI พยายามลดข้อด้อยของผลิตภัณฑ์ของตนด้วยการสร้างมาตรการป้องกันภายในโมเดล AI และขอให้ลูกค้าปฏิบัติตามแนวทางบางอย่าง ทว่า เจ้าหน้าที่เพนตากอนไม่พอใจข้อจำกัดเหล่านั้น และยืนยันว่า พวกเขาควรใช้เครื่องมือ AI เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ตราบที่สอดคล้องกับกฎหมายสหรัฐฯ
สัปดาห์นี้ โอเพนเอไอบรรลุข้อตกลงกับเพนตากอน ซึ่งเปิดโอกาสให้กองทัพสามารถใช้เครื่องมือของบริษัท ซึ่งรวมถึงแชตจีพีที บนเครือข่ายที่ไม่ใช่ความลับที่ชื่อว่า genai.mil ที่เปิดให้ลูกจ้างกระทรวงกลาโหมกว่า 3 ล้านคนใช้ในขณะนี้ โดยภายใต้ข้อตกลงนี้ โอเพนเอไอตกลงยกเลิกข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้หลายอย่าง แต่ยังคงมาตรการป้องกันบางอย่างไว้
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ กูเกิลของอัลฟาเบต และเอ็กซ์เอไอของอีลอน มัสก์ เคยทำข้อตกลงในลักษณะนี้เช่นกัน
โอเพนเอไอแถลงว่า ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะการใช้บนเครือข่ายที่ไม่ใช่ความลับผ่าน genai.mil เท่านั้น และการขยายข้อตกลงจะต้องเป็นการทำข้อตกลงใหม่หรือแก้ไขข้อตกลงเดิม
รอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า การหารือในลักษณะนี้ระหว่างแอนโทรปิก ซึ่งเป็นคู่แข่งของโอเพนเอไอ กับเพนตากอน ตึงเครียดอย่างมาก โดยผู้บริหารของแอนโทรปิกบอกว่า ไม่ต้องการให้กองทัพนำเทคโนโลยีของบริษัทไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายการโจมตีอัตโนมัติและการสอดแนมภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม โฆษกของแอนโทรปิกแถลงว่า บริษัทมุ่งมั่นปกป้องสถานะผู้นำด้าน AI ของอเมริกา และช่วยรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อต้านการคุกคามของต่างชาติด้วยการช่วยให้กองทัพเข้าถึงศักยภาพขั้นสูงสุดของ AI และเสริมว่า ขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้คล็อด ซึ่งเป็นแชทบอทของบริษัท สำหรับภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว และบริษัทกำลังหารืออย่างสร้างสรรค์กับเพนตากอนเกี่ยวกับวิธีใช้เครื่องมือดังกล่าวต่อไป
(ที่มา: รอยเตอร์)