โค้ชปิง ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ วิเคราะห์เคส สนธิ ลิ้มทองกุล หลังเกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มรุนแรงเตือนผู้สูงวัย อย่าปล่อยนิสัยเดินลากเท้าทำลายชีวิต เผยเคสเสี่ยงสุดคือ อ้วน-หลังไม่ตรง แนะวิธีฝึกยกเท้าเดินใหม่ลดโอกาสสะดุดล้มหน้าฟาด
จากกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ชนเข้ากับเสาภายในบ้านพระอาทิตย์ ศีรษะกระแทกแตก เย็บ 20 เข็ม
วันนี้ (23 ก.พ.) เพจ “Fit happens by Coach Ping”หรือ โค้ชปิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย สุขภาพ ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์หลังนายสนธิ ประสบอุเหตุล้ม โดยระบุว่า “ได้ดูคลิปคุณสนธิ หกล้มหัวฟาดเสา คือแกสะดุดสูงต่ำล้มไปข้างหน้าเลย ซึ่งสำเหตุเดียวกับที่ผู้สังวัยส่วนใหญ่ล้มเลย คือ การเดินลากเท้าครับ
ก่อนบอกให้เอาผู้สูงวัยไปฝึกล้มตบเบาะ ในมุมต่างๆ เพื่อฝึกรีแอคชั่นอะไรมากมายผมบอกเลยว่าที่ต้องฝึกกันก่อนจริงๆคือให้กลับมาเดินหลังตรงและ เดินยกเท้าขึ้นให้ได้ก่อนเลย
คือจริงๆหลายคนก็ติดนิสัยเดินลากเท้าตั้งแต่ยังอายุน้อยแล้ว แต่ตอนรุ่นๆมันยังแข็งแรง สายตายังดี และประสาทฉับไวพอที่จะไม่สะดุดล้ม
แต่พออายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ตัวแข็งเกร็งขึ้น ความไวของประสาทลดลง สายตาแย่ลง การกะระยะก็แย่ลง เลยสะดุดล้มกันง่ายขึ้นนี่แหละ
สำหรับผู้สูงอายุ ที่เดินลากเท้า เพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออ่อนแรงลง และไม่ได้มีปัญหาทางระบบประสาทเช่นโรคพากินสัน หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ไเ้มีปัญหาการบาดเจ็บทางข้อต่อ ก็ยังแนะนำให้แก้ปัญหาโดยการ ไปฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นเป็นอันดับแรก
ในเคสที่แย่สุดคือ อายุเยอะมาก + น้ำหนักตัวเยอะ + ยืนเดินหลังไม่ตรง + เดินลากเท้า อันนี้ล้มง่ายสุด เพราะจุดศูนย์ถ่วงไม่ดี แถมยิ่งหลังโค้งยิ่งยกขาไม่ขึ้น (ถ้าไม่เข้าใจว่ามันเดินยากแค่ไหนลองยืนโค้งหลังแล้วพยายามยกขาเดินกันดู) แน่นอนว่าต้องลดน้ำหนักด้วยแต่ต้องจัดการให้ กลุ่มกล้ามเนื้อพะยุงแนวกระดูกสันหลัง และแกนกลางทั้งหลายกลับมา ใกล้เคียงความหลังตรงมากขึ้น หลังจากนั้นก็พัฒนาการฝึกกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อพับ/เหยียดสะโพก ให้กลับมาเดินยกเท้าได้ดีขึ้น หลังจากนั้นค่อยไปที่การฝึกเดินข้ามสิ่งกีดขวางและการประเมินสิ่งกีดขวางด้วยสายตา
พอกลับมาเดินหลังตรง ยกเท้าได้ มีการลงน้ำหนักเท้าในระยะศูนย์กลางร่างกายที่ดีขึ้น โอกาสสะดุดล้มก็จะน้อยลงไปด้วยครับ”