xs
xsm
sm
md
lg

แฉครูหื่นอุดรฯ ล่วงละเมิดเด็กชายหลายราย ผู้ปกครองร้อง “ปวีณา” เอาผิด – เขตพื้นที่ฯ สั่งย้ายช่วยราชการด่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี - ผู้ปกครอง 4 ครอบครัวร้องขอความเป็นธรรมครูประจำชั้นล่วงละเมิดนักเรียนชายต่อเนื่องในบ้านพักครู ด้าน ผอ.โรงเรียนแจงเร่งตรวจสอบ ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 มีคำสั่งย้ายครูช่วยราชการชั่วคราว ระหว่างตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังผู้ปกครองเข้าร้องเรียนผ่าน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยมี ปวีณา หงสกุล


จากกรณีประเด็นสุดสลดเกิดขึ้นกลางดึกคืนวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ บ้านบ้านพักครูอำเภอวังสามหมอ จ.อุดรธานี เมื่อครูหื่นรายหนึ่งอยู่ในอาการมึนเมา บุกไปที่งานหมอลำก่อนกระชากคอเสื้อนักเรียนชายไปที่บ้านพักครูในโรงเรียนแล้วบังคับอมอวัยวะเพศและกอดจูบลูบคลำอย่างบ้ากาม ซ้ำร้ายเมื่อผู้ปกครองไปร้องเรียนต่อผู้อำนวยการโรงเรียน กลับพบท่าทีนิ่งเฉย จนครูผู้ก่อเหตุสบช่องอ้างกินยาฆ่าแมลงหนีความผิด ก่อนจะแอบเก็บข้าวของชิ่งหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างไร้ร่องรอย

ต่อมากลุ่มผู้ปกครองทั้งแม่และยายจาก 4 ครอบครัว ในจังหวัดอุดรธานี เดินทางเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีลูกหลานนักเรียนชายชั้น ป.6 จำนวน 4 คน ถูกครูประจำชั้น ป.2 วัย 46 ปี ล่วงละเมิดทางเพศและกระทำอนาจารอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางสถานศึกษาได้ออกมาชี้แจงแนวทางดำเนินการและข้อเท็จจริงเบื้องต้นของเหตุการณ์

นายอภิชิต สิทธิโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบะยาวพัฒนาศึกษา เปิดเผยว่า โรงเรียนได้รับทราบเรื่องจากผู้ปกครองซึ่งได้ไปร้องเรียนแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ และได้เชิญผู้ปกครองเข้ามาให้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมได้นัดหมายครูคู่กรณีเข้าชี้แจงในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ติดช่วงวันหยุดราชการ ภายหลังเกิดเหตุ ครูผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นลาป่วยทันที และทราบภายหลังว่ามีความเครียดสะสมจนพยายามทำร้ายตัวเอง แต่แพทย์สามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน ปัจจุบันยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยครอบครัวได้ยื่นใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีภาวะโรคซึมเศร้า


ส่วนกระแสความกังวลของผู้ปกครองว่าโรงเรียนอาจให้การช่วยเหลือบุคลากรภายในนั้น ผู้อำนวยการยืนยันว่า โรงเรียนทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยการเชิญครูคู่กรณีมาชี้แจงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลต่อหน้าคณะกรรมการ ไม่ใช่การปกปิดข้อเท็จจริง

ครูผู้ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนมานานเกือบ 10 ปี เป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาปีที่ 2 และมีผลงานด้านการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ รวมถึงการฝึกสอนกีฬาฟุตบอลและกรีฑา ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ทำให้รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านความคืบหน้าทางวินัย ขณะนี้โรงเรียนได้รายงานเรื่องไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 แล้ว โดยเขตพื้นที่ฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและลงพื้นที่รวบรวมข้อมูล พร้อมมีคำสั่งให้ครูผู้ถูกกล่าวหาไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นการชั่วคราว ระหว่างดำเนินการสอบสวน

ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ย้ำด้วยว่า หากผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริง จะดำเนินการตามระเบียบวินัยและกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยถือเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกันโรงเรียนพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างเต็มที่

ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ได้มีคำสั่งให้ครูผู้ถูกกล่าวหาไปช่วยปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นการชั่วคราว ระหว่างดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง อ้างตามตามหนังสือราชการลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า นายธนากร โสภากุล ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ประจำ โรงเรียนนะยาวพัฒนาศึกษา ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนชายภายในโรงเรียน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานต้นสังกัด

ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการสืบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 อาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีคำสั่งให้นายธนากรไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต้นสังกัดระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการทางการบริหารระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป