จนถึงสิ้นปีที่แล้ว มีชาวสหราชอาณาจักรอายุระหว่าง 16 ปี ถึง 24 ปี เกือบ 1 ล้านคน ที่ไม่มีงานทำ ไม่ได้เรียนหนังสือหรือไม่ได้รับการฝึกอบรม ถือเป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบกว่า 1 ทศวรรษ อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ออกมาในวันพฤหัสบดี(26ก.พ.)
อัตราเยาวชนกลุ่มที่ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่ได้ฝึกอบรมวิชาชีพ(NEET) เป็นบางอย่างที่ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดที่ดีสำหรับสถานการณ์ความยากลำบากในตลาดแรงงาน เหนือกว่าอัตราการว่างงานของเยาวชน ซึ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ก็สูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ข้อมูลในวันพฤหัสบดี(26ก.พ.) บ่งชี้ว่าจำนวนเยาวชนกลุ่มที่ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่ได้ฝึกอบรมวิชาชีพ อายุระหว่าง 16 ปี ถึง 24 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 957,000 คน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 จากระดับ 946,000 คน ในไตรมาสก่อนหน้านั้น ไม่ห่างจากระดับ 971,000 คน ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014
โดยอัตรา NEET ล่าสุด คิดเป็นสัดส่วน 12.8% ของกำลังแรงงาน เพิ่มขึ้นจากระดับ 12.7% ในช่วงไตรมาสหลังสุด แต่ต่ำกว่าระดับ 13.2% ของไตรมาสเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ในขณะที่อัตราคนว่างงานของบุคคลอายุระหว่าง 16 ปี ถึง 64 ปี อยู่ที่ 16.1%
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ฮิว ฟิล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารกลางอังกฤษ ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการรัฐสภา ว่าการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินสมทบประกันสังคมส่วนของนายจ้าง คือปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเผชิญความยากลำบากมากขึ้น ในการลงหลักปักฐานในตลาดงาน
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เชิงวิชาการหลายคน โดย 15 จาก 19 คน ในผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสหราชอาณาจักร กับศูนย์เศรษฐศาสตร์มหภาคแห่งสถาบันเศรษฐศาสตร์ลอนดอน มองว่านโยบายของรัฐบาลมีความสำคัญมากและสำคัญพอสมควร ในการผลักให้เยาวชนกลายเป็นคนว่างงาน
ริคาร์โด รีส ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐกิจแห่งศูนย์เศรษฐศาสตร์มหภาคแห่งสถาบันเศรษฐศาสตร์ลอนดอน กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงทาางนโยบายของรัฐบาล เป็นสาเหตุใกล้เคียงที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาว" อย่างไรก็ตามเขาเน้นว่ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ขณะที่คนอื่นๆชี้ถึงปัจจัยความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในวงกว้างและการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์
(ที่มา:รอยเตอร์)