รฟท.ฟังความคิดเห็นประชาชน ทบทวนแบบ “รถไฟชานเมือง–รถไฟทางไกล” ช่วงศาลายา–นครปฐม กว่า 25 กม. ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศทางกายภาพที่เปลี่ยนไป เชื่อมต่อสายสีแดงที่ศาลายาสะดวก คาดสรุปศึกษา -EIA ปี 70 เสนอขออนุมัติปี 72 เริ่มก่อสร้างปี 73 เปิดให้บริการในปี 76 ยกระดับโครงข่ายรางกรุงเทพฯ–ปริมณฑล
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และนายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการประชุม ที่ จังหวัดนครปฐม
นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. เปิดเผยว่า โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา – นครปฐม เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดงอ่อน) ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. สถานีบ้านฉิมพลี) อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map) ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เคยดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รังสิต-สถานีชุมทางบ้านภาชี มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา ตลิ่งชัน-นครปฐม และมหาชัย-ปากท่อ)ไว้เมื่อปี 2550
ปัจจุบัน สภาพภูมิประเทศทางกายภาพได้เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนผลการศึกษา ทั้งในด้านความเหมาะสม รูปแบบโครงการ และผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และความต้องการเดินทางของประชาชนในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดเวลา และช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษบนถนน ส่งเสริมเศรษฐกิจปริมณฑล และพัฒนาเครือข่ายระบบรางให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายอรรถพล กล่าวว่า แนวคิดเบื้องต้นของโครงการ ได้มีการออกแบบแนวเส้นทางรถไฟของโครงการ โดยจะออกแบบให้เชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ของการรถไฟฯ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว มีจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่บริเวณจุดสิ้นสุดของโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ซึ่งเป็นทางวิ่งระดับพื้น กม. 23+000 และจุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่บริเวณสถานีนครปฐม กม. 48+259 ระยะทางประมาณ 25.3 กิโลเมตร
ประกอบด้วย สถานีรถไฟและที่หยุดรถ รวม 7 แห่ง ได้แก่ สถานีวัดสุวรรณ ที่หยุดรถคลองมหาสวัสดิ์ สถานีวัดงิ้วราย สถานีนครชัยศรี สถานีท่าแฉลบ สถานีต้นสำโรง และสถานีนครปฐม และในกรณีศึกษาแหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์ จะครอบคลุมพื้นที่ข้างละ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่งหรือมากกว่า หากพิจารณาแล้วเห็นว่าผลกระทบอาจจะไปถึง
ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล 4 อำเภอ 1 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอ เมืองนครปฐม 6 ตำบล อำเภอนครชัยศรี 12 ตำบล อำเภอพุทธมณฑล 2 ตำบล และอำเภอสามพราน 1 ตำบล
คาดว่าจะดำเนินการศึกษาทบทวนและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จภายในปี 2570 จากนั้นขอความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการภายในปี 2572 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2573 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3.5–4 ปี สามารถเปิดให้บริการในปี 2576
ทั้งนี้ การรถไฟฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน ทุกภาคส่วน ทั้งที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงการหรืออาจได้รับผลกระทบ ในการที่จะมีโอกาสได้เข้าถึงการรับรู้ข้อมูลของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม ซึ่งการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของการศึกษาโครงการต่อประชาชน หน่วยงานธุรกิจภาคเอกชน และทุกภาคส่วน และนำข้อคิดเห็นมาใช้ในการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งหวังว่าข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ได้รับจากการจัดประชุมจะช่วยให้รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น