กาญจนบุรี - หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ–เอราวัณ วัย 31 ปี ถูกอดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ใช้ปืน .38 ยิงเข้าช่องท้องกลางสะพานโป่งปัด จ.กาญจนบุรี กระสุนฝังในเสียเลือดมาก แพทย์เร่งผ่าตัดช่วยชีวิต ขณะที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่ามือปืนหลบหนีเข้าป่า คาดปมขัดแย้งส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ (5 มี. ค.) นายวรุณ จันทร์สว่าง อายุ 31 ปี หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ–เอราวัณ และผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหัวสะพานโป่งปัด หมู่ 1 บ้านปากคลอง ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้เร่งเข้าช่วยเหลือและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์พบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่บริเวณหน้าท้องด้านซ้าย 1 นัด กระสุนฝังอยู่ภายในช่องท้อง ส่งผลให้เสียเลือดจำนวนมากและความดันโลหิตลดลง จึงต้องนำตัวเข้าห้องไอซียูเพื่อทำการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกเป็นการด่วน โดยขณะนี้อยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผู้กำกับการ สภ.ลาดหญ้า พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประโยชน์ สายเงิน รอง ผกก.ป.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.ฉัฐภูมิ วิทยเกษมพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.ศุภัทรวุฒิ กิ้มแสง สว.สส.สภ.ลาดหญ้า และ พ.ต.ท.ธนภณ ฐากูรธนโชค สวป.สภ.ลาดหญ้า นำกำลังสายตรวจและชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คือ นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังครอบครัวของผู้ก่อเหตุ รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดที่นายสมศักดิ์ให้ความไว้วางใจ เพื่อขอให้ช่วยติดต่อให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้ก่อเหตุอาจตัดสินใจเข้ามอบตัวในเร็ว ๆ นี้
จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ระบุว่า กระสุนปืนฝังอยู่ในช่องท้องทำให้เสียเลือดจำนวนมาก แพทย์เพิ่งนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอาหัวกระสุนออกเมื่อประมาณ 30 นาทีที่ผ่านมา
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความแค้นส่วนตัว โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้พบกันและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง ก่อนที่นายสมศักดิ์จะใช้อาวุธปืนส่วนตัวที่พกติดตัวมายิงใส่นายวรุณจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.