xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านเซกองพบ “ระเบิดตกค้าง” มรดกบาปกองทัพอเมริกันอีก 9 ลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เจ้าหน้าที่โครงการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติ ช่วยกันลำเลียงระเบิดตกค้าง 9 ลูก ที่พบในเมืองกะลึม แขวงเซกอง ไปทำลาว เมื่อวานนี้
MGR Online - ชาวบ้านกะลึม แขวงเซกอง พบระเบิดตกค้างขนาดใหญ่ที่กองทัพอเมริกันทิ้งลงมาสมัยสงครามเวียดนามอีก 9 ลูก เป็นตัวอย่างมรดกบาปที่อเมริกาไม่เลือกเป้าว่าระเบิดที่ทิ้งไป จะตกในพื้นที่พลเรือนหรือทหาร แม้สงครามจบไปแล้วครึ่งศตวรรษ แต่ระเบิดตกค้างยังทิ้งอันตรายไว้จนถึงคนรุ่นเหลน

วานนี้ (4 มี.ค. 69) เพจ Lao National Unexploded Ordnance Programme สื่อทางการของโครงการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติประจำแขวงเซกอง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า ได้พบระเบิดตกค้างที่กองทัพอเมริกันได้ทิ้งลงมาจากเครื่องบินตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม อีก 9 ลูก บริเวณบ้านบาก และบ้านกรุงตาสิน เมืองกะลึม แขวงเซกอง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ


เมื่อลงไปยังพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของโครงการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติ พบว่าระเบิดทั้ง 9 ลูก เป็นระเบิดขนาดใหญ่ ประกอบด้วย ระเบิดประเภท MK82 น้ำหนัก 500 ปอนด์ หรือ 226.7 กิโลกรัม จำนวน 7 ลูก และระเบิดประเภท MK81 น้ำหนัก 250 ปอนด์ หรือ 113.3 กิโลกรัม อีก 2 ลูก ระเบิดทั้งหมดถูกพบเนื่องจากตลิ่งริมแม่น้ำเกิดทรุดตัวลงมา ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าบริเวณที่เคยเป็นตลิ่งนั้น มีระเบิดฝั่งอยู่

เจ้าหน้าที่ภาคสนามของโครงการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติจึงได้ใช้เรือเป็นพาหนะเพื่อขนย้ายระเบิดทั้งหมดไปจุดทำลายในพื้นที่ปลอดภัยตามหลักวิชาการ โดยการทำลายระเบิดทั้ง 9 ลูก จะทยอยทำระหว่างวันนี้(5 มี.ค.) ไปจนถึงวันที่ 9 มีนาคม ใช้ระยะเวลา 5 วัน


ช่วงสงครามเวียดนาม ระหว่างปี 2507-2516 แม้สหรัฐอเมริกาไม่ได้ประกาศสงครามกับลาว แต่กองทัพอเมริกันก็ได้นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดจำนวนมากลงในดินแดนลาว จนทำให้ลาวได้รับสถิติว่าเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดหนักที่สุดในโลกเมื่อเฉลี่ยต่อจำนวนประชากร

ในช่วงสงคราม ประชากรลาวมีอยู่เพียง 1 ล้านคน แต่กองทัพอเมริกันนำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดใส่ดินแดนของลาวถึง 580,000 เที่ยว เฉลี่ยมีการทิ้งระเบิด 1 เที่ยว ทุก 8 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 9 ปี มีระเบิดถูกทิ้งลงมาคิดเป็นน้ำหนักมากกว่า 2 ล้านตัน ในนั้นเป็นระเบิดลูกหว่าน(Cluster Bomb) มากกว่า 270 ล้านลูก

เป้าหมายของกองทัพอเมริกันเพียงต้องการทำลายเส้นทางลำเลียงเสบียง อาวุธ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพเวียดกง ที่ขนส่งผ่านดินแดนลาว ดังนั้น จึงใช้วิธีทิ้งระเบิดลงมาแบบปูพรม โดยไม่สนใจว่าพื้นที่เป้าหมายที่ระเบิดตกลงไปนั้น แทบทั้งหมดเป็นพื้นที่พลเรือน

แม้สงครามเวียดนามสิ้นสุดไปแล้วกว่า 50 ปี แต่ในดินแดนลาวทุกวันนี้ยังมีระเบิดตกค้างที่ยังมีพิษสงหลงเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 87,000 ตารางกิโลเมตร เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของลาว มาจนถึงปัจจุบัน