เมื่อเร็วๆนี้ KBU SPORT POLLได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในประเด็น“ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลใหม่กับการพัฒนากีฬาชาติ” และหนึ่งในมิติที่กลุ่มตัวอย่างต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไขซึ่งถือว่าเป็นโจทย์และวงจรชั่วร้ายในวงการกีฬาคือ“ปัญหาคอร์รัปชั่น”
ต่อกรณีหลุมดำในวงการกีฬาโดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นเป็นหนึ่งในประเด็นที่เกาะติดกับวงการกีฬาไทยและเป็นที่รับรู้มาอย่างยาวนาน แต่ตลอดระยะเวลาที่รู้สังคมรู้และเห็นถึงความเป็นมาและเป็นไปแต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปทะลายวงจรชั่วร้ายหรือความเน่าเห็นให้หมดไปได้
สิ่งที่เห็นและเป็นมาหากเจาะไปที่ความไม่โปร่งใสและถ้าได้กระชับวงล้อมปันความคิดกับนักกีฬาเชื่อว่าส่วนใหญ่จะรับรู้แต่น้ำท่วมปาก เพื่อการอยู่รอดและความปลอดภัย “การเฉยดีกว่า ไม่ยุ่งดีกว่า” จึงเป็นหนึ่งในปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น
วันนี้ต้องยอมรับว่าในวงการกีฬาบ้านเรามีทั้งผู้ที่มีจิตอาสาเพื่อเข้ามาพัฒนากีฬาด้วยใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง แต่ในทางกลับกันบางคนที่เสนอตัวเข้ามาฟอร์มดี มีวิชั่นให้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนและคณะพร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬาขาติ
แต่เบื้องหลังบางคนดังว่าก็เข้ามาเพื่อแสวงหาชื่อเสียงและกอบโกยผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องภายใต้ “การทำนาบนหลังนักกีฬา”
ล่าสุดนายใหญ่กีฬาไทยย่านหัวหมากออกมาเปิดเผย “กกท.เอาจริงยกระดับป้องกันและปรายปรามการทุจริตในวงการกีฬา“
การเอาจริงเอาจังกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงการกีฬา ผู้ว่ากกท.ให้สัมภาษณ์ความตอนหนึ่งว่า กกท.พร้อมด้วย นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), นางสาวอรณิช สุขบาล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 2 และ พ.ต.อ. ธนพงษ์ ทับกล่ำ ผกก.6 บก.ปปป. ร่วมหารือแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสมาคมกีฬาฯ, ผู้จัดการแข่งขันฯ, ภาคเอกชนที่ร่วมงานและใช้งบประมาณจากทั้ง กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตลอดจน พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของ กกท. และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาวงการกีฬาและนักกีฬาทีมชาติไทย
“กกท. จะดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการใช้งบประมาณของสมาคมกีฬาต่างๆ และผู้ที่ใช้งบประมาณจากทั้ง กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา และประชาชน ว่างบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นั้น จะถูกใช้เพื่อการพัฒนานักกีฬาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ้มค่า และเป็นธรรม”
จากการให้สัมภาษณ์ในมิติดังกล่าวถ้ากกท.และภาคีเครือข่ายทำได้และเอาจริงเอาจังกับวงจรอันไม่พึงปรารถนานี้ภายใต้การเกาะติดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนำผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแฉให้สังคมรับทราบพร้อมกับได้รับโทษคงจะเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่สำหรับวงการกีฬาไทย
และที่สำคัญสังคมจะสรรเสริญและจารึกให้เห็นว่ากกท.ในยุคนี้ผู้นำองค์กรคือคนจริงเสียงจริงที่สามารถทะลายกำแพงโจทย์บนความท้าทายที่สังคมอยากเห็นมาอย่างยาวนานได้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร