นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่าตามที่รัฐมตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสำรองน้ำมันสำเร็จรูปจากปัจจุบัน 1%เป็น3%นั้น เพื่อช่วยเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ความจัดแย้งภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น บริษัทไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นจากการสำรองน้ำมันเป็น3 %ได้ แต่จะต้องหารือกับภาครัฐในรายละเอียดต่างๆก่อน ยอมรับว่าหากบริษัทซื้อน้ำมันในราคาแพงเพื่อสำรองเอาไว้แล้วเมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงมา ทำให้บริษัทขาดทุนสต๊อกน้ำมันทันทีใครจะรับผิดชอบ ปกติบริษัทมีภาระสำรองน้ำมันที่ 1% ก็นับว่าสูงมากอยู่แล้ว ที่ผ่านมาบริษัทขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศที่บริษัทซื้อน้ำมันสำเร็จรูปอยูเพื่อขอให้เขาช่วยรับภาระสำรองน้ำมันบางส่วน อาทิโรงกลั่นไทยออยล์ โรงกลั่นไออาร์พีซี และโรงกลั่นบางจาก เป็นต้น โดยโรงกลั่นเองก็มีภาระต้องสำรองน้ำมันตามกฎหมายราว5-6%อยู่แล้ว
นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด(มหาชน) หรือ SUSCO กล่าวว่าขอดูรายละเอียดก่อน การเพิ่มสำรองน้ำมันจาก1%ขึ้นเป็น3% หรือเพิ่มสำรองน้ำมันจาก3.5วัน เป็น 11วัน นับเป็นภาระที่สูงมากสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงจะขาดทุนสต๊อกน้ำมันทันทีเมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงมา ใครจะมาเป็นผู้รับผิดชอบ
ดังนั้นหากรัฐกำหนดให้ฃเพิ่มการสำรองน้ำมันจาก1 %เป็น 1.5%หรือจากสำรองน้ำมันจาก 3.5วัน เป็น5วันจึงน่าจะเป็นเหมาะสมกว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายอื่นๆเพื่อหาแนวทางออกร่วมกัน
ปัจจุบันซัสโก้มียอดขายน้ำมันเฉลี่ย 1-2ล้านลิตร/วัน ราว60%เป็นน้ำมันดีเซล