xs
xsm
sm
md
lg

ส.กีฬา จ.นครนายก สะท้อนปัญหาระบบจ่ายตรงนักกีฬา เด็กอายุไม่ถึง 15 เปิดบัญชีรับเบี้ยเลี้ยงไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ระบบการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงไปถึงบัญชีของนักกีฬาเริ่มสะท้อนปัญหาขึ้นมาแล้ว โดยโครงการเริ่มต้นจะใช้กับกลุ่มนักกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ที่กำลังเก็บตัวฝึกซ้อมและจะมีคิวแข่งขันในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ กับอีก 1 กลุ่มคือกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งปัญหาเกิดจากการเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ใช้รับเงินเบี้ยเลี้ยงของนักกีฬาที่อายุต่ำกว่า 15 ปี

โดยทาง นายประวัติ สายรัตน์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครนายก ได้เชิญผู้ฝึกสอนทีมกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกรอบคัดเลือกระดับภาค เข้าร่วมประชุม ปรึกษาหารือ เกี่ยวกับนโยบาย รายละเอียดต่างๆ ในเรื่อง การโอนเบี้ยเลี้ยง ฝึกซ้อมโดยตรงให้กับนักกีฬา โดยผู้ฝึกสอน แต่ละชนิดกีฬา ได้สะท้อนปัญหาต่างๆ ว่า นักกีฬาอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครนายก มีจำนวนมากกว่า 20 คน ปัญหาคือ นักกีฬาไม่สามารถไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยได้ด้วยตนเอง พ่อแม่ หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องไปเปิดบัญชีให้ และต้องมีเงินฝากในบัญชี 2,000 บาท

ปัญหาที่พบคือ พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด อยู่ทางใต้, อีสาน ไกลมาก นักกีฬาบางคนไม่มีพ่อไม่มีแม่ อยู่กับตายาย ต่างจังหวัด และเด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ ซึ่งเป็นนักกีฬาอยู่ในโรงเรียนกีฬา ใช้ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้ฝึกสอนเป็นผู้ปกครอง ธนาคารก็ไม่ยอม

นายประวัติ ยังเผยต่อว่า ทางฝั่งผู้ฝึกสอนยังได้สะท้อนปัญหา ค่าใช้จ่ายต่างๆระหว่างการฝึกซ้อม ใครรับผิดชอบ เช่น ชุดแข่งขัน ชุดละ 850 บาท จำนวน 2 ชุด 1,700 บาท จำนวน 26 ชุด 44,200 บาท ยังมีค่าเหมารถเดินทางไปแข่งขันที่สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 65,000 บาท ตลอดการแข่งขัน

ส่วน ประเด็นสำคัญคือ เมื่อโอนเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมให้นักกีฬาโดยตรง ผู้ฝึกสอน แจ้งเน้นว่า น่าจะสามารถคุยกับนักกีฬาได้ เรื่องขอเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมบางส่วน จากนักกีฬา มาเป็นค่าใช้จ่ายรายการต่างๆเหล่านี้ได้

แต่หากมีกรณี ผู้ปกครองของนักกีฬาไม่ยินยอม ซึ่งมีแน่นอน และนำไปพูดต่อในวงกว้าง ว่าผู้ฝึกสอน “อม” เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งจะกลายเป็นความเสียหายอันใหญ่หลวงกับผู้ฝึกสอนนักกีฬาจะทำอย่างไร

นายประวัติ กล่าวว่า ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างปัญหาของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เพราะ ไม่ทราบว่าทุกจังหวัดประสบปัญหาเหมือนจังหวัดนครนายกหรือไม่ บางจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ มีงบประมาณจากภายนอกสนับสนุน ปัญหาเหล่านี้อาจจะไม่มี แต่ทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด ก็จะมีสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดประมาณ 70% ที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภายนอก ปัญหาต่างๆก็น่าจะคล้ายๆกัน

ส่วนระบบการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครนายกในทุกปีที่ผ่านมา คือเมื่อการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนฯ ได้โอนงบเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมผ่านมายังสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครนายก ก็จะนำเงินทั้งหมด มาหารเฉลี่ยด้วยจำนวนนักกีฬา ที่ผ่านการคัดเลือกระดับภาค แล้วมอบให้ผู้ฝึกสอน นำไปบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน ทีมก็จะหารเฉลี่ยให้นักกีฬาทุกคน ซึ่งผู้ฝึกสอนและนักกีฬา ทุกคน เข้าใจและยอมรับในหลักการนี้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหาแต่ประการใด

"แต่ปัญหาที่แท้จริงคือที่ผ่านมาทางกองทุนฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย จ่ายเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมช้ามาก หลังจากการแข่งขันระดับประเทศเสร็จแล้วสามสี่เดือนเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมจึงโอนให้ คำถามคือ แล้วทีมกีฬาเอาเงินมาจากไหนมาใช้จ่ายก่อน คำตอบคือ ทีมชนิดกีฬาทีมฝึกสอนพอจะมีงบประมาณก็จะดำเนินการออกให้ก่อน ส่วนทีมที่ผู้ฝึกสอนไม่มีงบประมาณเพียงพอ ก็จะยืม ซึ่งทุกครั้ง ก็จะยืมจากนายกสมาคม แล้วก็ให้หักจากเบี้ยเลี้ยงเมื่อกองทุนจ่าย ซึ่งทุกทีมกีฬาก็จะรู้ตัวเลขแล้วว่าจะต้องได้เบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมของทีมเป็นจำนวนเท่าไหร่ ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาทุกทีมแฮปปี้มีความสุขในการทำทีม เพราะไม่ต้องควักเงินส่วนตัว ประเด็นปัญหาเหล่านี้คนไม่เคยทำทีมกีฬาจะไม่เข้าใจ โดยเฉพาะทีมกีฬาส่วนภูมิภาค" นายประวัติ กล่าว