นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภายหลังการประชุมเรื่องพลังงาน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ประชุมหารือถึงมาตรการราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล แอลพีจี แอลเอ็นจี ซึ่งประชาชนเกิดความกังวลเรื่องของราคา โดยรัฐบาลประกาศ ว่า จะมีน้ำมันเพียงพอได้ถึง 95 วัน หากน้ำมันดิบไม่สามารถส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ว่า จะนำไบโอดีเซลมาใช้หรือจะยืดอายุระยะเวลาได้อย่างไร รวมถึงการตรึงราคาสินค้าน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 15 วัน เมื่อใกล้ครบจะพิจารณากันอีกที ยืนยันว่า น้ำมันไม่ช็อตแน่นอน ส่วนน้ำมันเบนซิน ก็คงจะมีการประกาศทยอยที่จะขึ้นราคาไปก่อน แต่เราจะขึ้นราคาแบบขั้นบันได ไม่ใช่ขึ้นทีเดียว 2-3 บาทต่อลิตร ซึ่งเราจะทยอยขึ้นตามกลไกของน้ำมัน
ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า การดูแลราคาน้ำมันที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปช่วยเหลือราคาน้ำมันทั้งดีเซล และเบนซิน แต่จากสถานการณ์ในตลาดโลกที่ราคาปรับสูงขึ้นตอนนี้การดูแลราคาน้ำมันเบนซินจะเป็นการดูแลราคาแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นทำให้ราคาขายปลักอาจมีการขยับราคาขึ้นบ้างตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตามจะเน้นการทยอยปรับ ไม่ให้ราคากระชาก แต่จะใช้การทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดแทนเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) อีก 2 เดือนจากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.นี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จนถึงเดือนพ.ค.ปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าราคาจะไม่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้ และกระทรวงพลังงานจะเสนอมาตรการมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 10 มี.ค. เน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาฯ การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไทก์ การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการเวิร์ค ฟอร์ม โฮม และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง สำหรับภาคประชาชนจะยังเป็นขั้นของการรณรงค์และขอความร่วมมือ ก่อนจะพิจารณามาตรการบังคับตามความเหมาะสมของสถานการณ์ราคาในอนาคต
ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า การดูแลราคาน้ำมันที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปช่วยเหลือราคาน้ำมันทั้งดีเซล และเบนซิน แต่จากสถานการณ์ในตลาดโลกที่ราคาปรับสูงขึ้นตอนนี้การดูแลราคาน้ำมันเบนซินจะเป็นการดูแลราคาแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นทำให้ราคาขายปลักอาจมีการขยับราคาขึ้นบ้างตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตามจะเน้นการทยอยปรับ ไม่ให้ราคากระชาก แต่จะใช้การทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดแทนเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) อีก 2 เดือนจากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.นี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จนถึงเดือนพ.ค.ปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าราคาจะไม่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้ และกระทรวงพลังงานจะเสนอมาตรการมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 10 มี.ค. เน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาฯ การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไทก์ การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการเวิร์ค ฟอร์ม โฮม และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง สำหรับภาคประชาชนจะยังเป็นขั้นของการรณรงค์และขอความร่วมมือ ก่อนจะพิจารณามาตรการบังคับตามความเหมาะสมของสถานการณ์ราคาในอนาคต