MGR Online - รัฐสภากัมพูชาได้ร้องขอให้เกาหลีใต้ทบทวนเงื่อนไขการขายเครื่องบินรบให้ไทย โดยอ้างว่าเพื่อช่วยรักษาสันติภาพในภูมิภาค ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นการทดสอบความมุ่งมั่นของโซลต่อเสถียรภาพและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ยกระดับขึ้นใหม่กับกัมพูชา
สื่อกัมพูชารายงานว่า รัฐสภาของประเทศได้ขอให้รัฐบาลเกาหลีทบทวนเงื่อนไขการขายเครื่องบินรบให้ไทยเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาคและป้องกันการรุกราน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าคำขอครั้งนี้เป็น “การทดสอบความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้” ต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้
เจียม เยียบ รองประธานสภาคนที่ 1 ของกัมพูชาระบุว่าคำร้องขอดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมกับ ยุน ฮู-ดุก สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 9 มี.ค.
เขายืนยันว่าจุดยืนของกัมพูชาคือการสร้างสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงไทย โดยเน้นย้ำว่ากัมพูชาปฏิเสธการรุกรานและการใช้กำลังติดอาวุธในดินแดนของตนทุกรูปแบบ
เส็ง วันลี นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระบุว่าคำขอครั้งนี้เน้นถึงความท้าทายทางการทูตที่ซับซ้อน ที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญในการรักษาสมดุลระหว่างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังเติบโตกับทั้งกัมพูชาและไทย
เนื่องจากโซลและพนมเปญได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในปี 2569 เขากล่าวว่ากัมพูชาน่าจะมองว่า “คำขอนี้เป็นการทดสอบความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้” ต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความไว้วางใจซึ่งกันและกันที่ทั้งสองประเทศเน้นย้ำเมื่อเร็วๆ นี้
“เกาหลีใต้พบว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะไทยเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศมายาวนานและเป็นลูกค้ารายใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของประเทศ” เส็ง วันลี กล่าว พร้อมกับเสริมว่ากองทัพอากาศไทยได้บูรณาการเครื่องบินขับไล่ T-50TH เป็นส่วนประกอบหลักของฝูงบิน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเกาหลีใต้พึ่งพาความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของการไม่มีเงื่อนไขผูกมัดของสัญญาการส่งออก
“การทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการขายให้กับประเทศอธิปไตยเช่นไทยอย่างกะทันหัน อาจสร้างแบบอย่างที่ทำให้ผู้ซื้อระหว่างประเทศรายอื่นมีความกังวล แต่การเพิกเฉยต่อคำขออย่างเป็นทางการของกัมพูชา ก็อาจทำให้ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมซึ่งโซลกำลังดำเนินการอยู่กับพนมเปญนั้นตึงเครียด” เส็ง วันลี อธิบาย
วันลี เชื่อว่าเกาหลีใต้คาดว่าจะเลือกการทูตแบบเงียบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยย้ำว่าโซลไม่น่าจะยกเลิกสัญญาที่มีอยู่หรือปิดการใช้งานเครื่องบินจากระยะไกล แต่ก็อาจเสนอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหรือด้านเทคนิคแก่กัมพูชามากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของความสัมพันธ์
“คำร้องขอจากรัฐสภาเป็นสัญญาณทางการทูตที่ว่าการส่งอกอาวุธไม่ได้เป็นเพียงธุรกรรมทางการค้าอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ภายในอาเซียน” เส็ง วันลี กล่าวเสริม
นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่าเกาหลีใต้มีแนวโน้มที่จะพยายามไกล่เกลี่ยผ่านเวทีระดับภูมิภาคหรือเจรจาทวิภาคีเพื่อให้แน่ใจว่าการส่งออกด้านการป้องกันประเทศจะไม่ทำลายสถานะของตนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองอย่างถาวร
ตามรายงานของรัฐสภากัมพูชาระบุว่าทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้าง “การทูตรัฐสภา” และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งขึ้น เพื่อรับมือกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก.