ยะลา – ชาวเบตงแห่เข้าปั๊มกักตุนน้ำมันเพิ่มหลังราคาขยับขึ้น ด้านเกษตรกรสวนทุเรียนเผยต้องควบคุมการใช้น้ำมันให้คุ้มค่าที่สุด คาดว่าในอนาคตต้องหันไปใช้พลังงานอื่นทดแทนเพื่อลดต้นทุนในการผลิต
วันนี้ (10 มี.ค.) ที่ปั๊ม ปตท.เบตง ซึ่งตั้งอยู่ถนนสุขยางค์ ขาเข้าเมืองเบตง จ.ยะลา ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีประชาชนจำนวนมากมาเข้าคิวเติมน้ำมัน หลังราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น โดยที่ราคาน้ำมันดีเซลวันนี้อยู่ที่ลิตรละ 30.48 บาท, เบนซิน 95 ลิตรละ 31.59 บาท และ เบนซิน ลิตรละ 40.18 บาท ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันมีไม่มากและจำกัดปริมาณในการใส่แกลลอนน้ำมันเพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงมากที่สุด ทำให้มีเกษตรกรต่างนำรถยนต์บรรทุกแกลลอนมาเข้าคิวเติมน้ำมันกันอย่างเนืองแน่น โดยปั๊มน้ำมันแห่งนี้ยังคงขายแบบปกติ และยังคงมีเกษตรกรพื้นที่รอบนอกแห่กันเข้ามาซื้อและเติมน้ำมันกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปั๊มน้ำมันที่อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ไม่มีน้ำมันที่จำหน่ายแล้ว
ขณะที่ปั้ม PT เบตงรัตนะบริการ ถนนรัตนกิจ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง ยังคงมีประชาชนเดินทางมาเติมน้ำมันตามที่ทางปั้มกำหนด โดยราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30.48 บาท, เบนซิน 95 ลิตรละ 31.59 บาท และเบนซิน ลิตรละ 40.18 บาท โดยส่วนใหญ่นำแกลลอนขนาด 5-30 ลิตร มาบรรจุสำรองไว้ใช้ เนื่องจากกังวลว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นอีกตามสถานการณ์โลก
ด้านเกษตรกรทำสวนทุเรียน ระบุว่า จำเป็นต้องนำแกลลอนมาสำรองน้ำมันไว้ใช้สำหรับปั๊มรดน้ำทุเรียนและสวนผลไม้อื่น ๆ โดยตนเองมีสวนทุเรียนกว่า 20 ไร่และต้องใช้น้ำมันถึงวันละ 30 ลิตร ซึ่งมาเติมที่ปั๊มเขาจำกัดการเติม เลยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการให้น้ำ โดยทำการสูบน้ำน้อยลง ควบคุมการใช้น้ำมันให้คุ้มค่ามากที่สุด ขณะเดียวกันในอนาคตคงต้องหันไปเปลี่ยนพลังงานทดแทนอย่างโซล่าเซลล์เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งแนวโน้มจากสถานกรณ์การสู้รบในตะวันออกกลางคงจะยืดเยื้อไปอีก และคาดว่าราคาน้ำมันคงขยับขึ้นไปอีกจึงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการแบกรับต้นทุนการผลิตที่ไม่แน่นอน
ขณะที่พนักงานปั๊ม ปตท.เบตง เปิดเผยว่า วันนี้หลังมีการปรับราคาน้ำมันเบนซินและเบนซิน 95 ขึ้น ลิตรละ 50 สตางค์ ยกเว้นดีเซลที่ยังคงราคาเดิมอยู่ที่ลิตรละ 30.48 บาท ทำให้กลุ่มเกษตรกรเร่งจัดหาน้ำมันสำรองสำหรับการใช้ในแปลงเกษตร ซึ่งมีความวิตกเกรงว่าหากราคาปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบต่อต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพและการทำมาหากินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้อำเภอเบตงจะเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งมีราคาน้ำมันถูกกว่าไทย แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซีย ที่มีการจำกัดการเติมน้ำมันเพียงคันละ 20 ลิตรทุกชนิดน้ำมัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถพึ่งพาน้ำมันจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้ จึงตัดสินใจเร่งกักเก็บน้ำมันในราคาปัจจุบันเพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนในระยะสั้น
ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรวมของสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในเขตเทศบาลเมืองเบตง ยังคงมีความต้องการใช้น้ำมันสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองบรรเทาสาธรณะภัยเทศบาลเมืองเบตงฝากเตือนประชาชน เรื่องความปลอดภัยในการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่บ้านเรือน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยได้หากจัดเก็บไม่ถูกวิธี