กาฬสินธุ์ - เกิดเหตุไฟเผาป่าภูสิงห์ ต้นเพลิงมาจากตำบลสหัสขันธ์ ลามเข้าพื้นที่ตำบลโนนบุรี ขึ้นยอดเขาภูสิงห์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ผู้ว่าฯ สั่งระดมรถดับเพลิง 3 อำเภอ และใกล้เคียงพร้อมชุดปฏิบัติการดับไฟป่า พระ ชาวบ้าน ระดมกำลังสกัดหวั่นลามพื้นที่ป่า 3,000 ไร่ ขณะที่เพลิงโหมรุนแรงเนื่องจากมีลมยังทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งคลุมทั้งอำเภอ
วันนี้ (10 มี.ค.) เวลา 13.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ตอนล่างของเขาภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่ภูสิงห์ คาดว่าไฟไหม้เกิดขึ้นก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง ต้นเพลิงเกิดขึ้นทางฝั่งทิศตะวันออก ตำบลสหัสขันธ์ และเกิดลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วเข้ามาบริเวณพื้นที่ตอนในตำบลโนนบุรี และโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงขึ้นไปบนเชิงเขาที่เป็นยอดเขาภูสิงห์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมที่สำคัญของจังหวัด เนื่องจากด้านบนเป็นวัดภูสิงห์ ที่มี พระพรหมภูมิปาโล องค์ใหญ่ที่ชาวกาฬสินธุ์เคารพนับถือ และถ้ำผาแดง แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยของการท่องเที่ยว
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่พบ พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ กำลังนำพระลูกวัด ญาติ โยม นำรถบรรทุกน้ำของทางวัดช่วยกันดับไฟป่าที่กำลังโหมอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศในวันนี้มีลมแรงยากที่จะดับไฟได้ ทำให้เพลิงลุกไหม้ ขณะนี้คาดว่าไฟป่าได้ลุกไหม้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าไฟไหม้ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เกิดปัญหาไหม้ทุกปี และคาดว่าเป็นฝีมือของชาวบ้านที่จะจุดไฟเผาป่าด้านล่างและมักจะลุกลามขึ้นมาด้านบน แต่ในครั้งนี้มีความรุนแรงเนื่องจากมีลมประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้เพลิงที่โหมไหม้มีความรุนแรงรวดเร็ว ขณะเดียวกัน นายสุวรรณธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่และเข้าติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ด้วยตนเองพร้อมกับสั่งการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันระดมเข้าช่วยเหลือ
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้นายอำเภอสหัสขันธ์ นายอำเภอห้วยเม็ก นายอำเภอหนองกุงศรี ให้ระดมรถบรรทุกน้ำเข้าดับเพลิงในพื้นที่ด้านล่าง และได้สั่งการให้ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำอุปกรณ์ดับเพลิงเดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่าที่กำลังลุกลามขึ้นไปบนยอดเขาภูสิงห์ โดยมี อาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ เตรียมนำโดรนบรรทุกน้ำขึ้นบินดับไฟป่า
รายงานแจ้งว่าพื้นที่ป่าภูสิงห์เป็นเขตรอยต่อระหว่างตำบลโนนบุรี ตำบลสหัสขันธ์ และตำบลภูสิงห์ พื้นที่ป่าโดยรวมมีจำนวนกว่า 3,000 ไร่ ที่ทางจังหวัดและหน่วยงานสำคัญได้ร่วมกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้นักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ และธรรมะจัดสรร และทุกปีมักจะประสบปัญหาไฟป่าแต่ในพื้นที่เชื่อว่าสาเหตุมาจากชาวบ้านที่ต้องการจุดไฟเพื่อจับสัตว์ป่า แต่การเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้กลับมีความรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้พระ ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณนี้เกรงว่าไฟป่าจะโหมไหม้เผาแหล่งท่องเที่ยวเนื่องจากจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถดับไฟป่าได้
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารท้องถิ่นได้ตั้งจุดดับไฟป่า แบ่งออกเป็นสองส่วน คือบริเวณด้านล่างตั้งจุดที่วัดกัลยาณบริหาร ตำบลโนนบุรี และด้านบนเป็นวัดพุทธาวาสภูสิงห์ หรือวัดภูสิงห์ ที่ประชาชนต่างพากันระดมกำลังดับเพลิงด้วยความระทึก ทั้งนี้ ฝุ่นที่เกิดจากไฟที่ลุกไหม้ยังทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายครอบคลุมเกือบทั้งอำเภอแล้ว