ภายหลังที่ “นางฟ้าลูกหนัง” มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำผงาดขึ้นนั่งในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาลูกหนังไทย พบว่าด้วยชื่อชั้นและความมุ่งมั่นที่มีต่อวงการฟุตบอล สังคมไทยโดยเฉพาะคอกีฬาลูกหนังต่างลุ้นและเฝ้ารอที่จะเห็นการ เปลี่ยนแปลง
และที่สำคัญหากย้อนกลับไปในการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2567 พบว่าการที่สโมสรสมาชิกต่างพร้อมใจเทคะแนนให้เหนือคู่แข่งขันอย่างท่วมท้นถึง 68 เสียงจาก 73 เสียงก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่าชื่อ “มาดามแป้ง”คือผู้ที่ได้รับการยอมรับและคาดหวัง
ยิ่งส่องไปดูในมิติที่เกี่ยวกับการประกาศรายนามสภากรรมการและมีการแถลงข่าวเปิดตัวเพื่อขับเคลื่อนและ ยกระดับบอลไทยภายใต้ แนวคิด “Better Together : Thailand” จะเห็นได้ว่าบรรยากาศในวันนั้นรอบข้างนายใหญ่คนใหม่พร้อมไปด้วยขุนพลหรือผู้ที่ “มาดาม” คัดสรรมาด้วยตนเอง
และจากการแบโผทีมงาน ซึ่งประกอบด้วยอุปนายก 5 คนผนึกกับกรรมการกลางอีก 13 คนต่อหน้าสื่อมวลชนในวันนั้น ยิ่งทำให้เป็นที่น่าจับตาว่าด้วยศักยภาพของสภากรรมการรวมทั้งความมุ่งมั่นของนายกคงจะถึงเวลาที่บอลไทย จะได้รับการผ่าตัดเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและทิศทางอนาคตที่ดีกว่าเดิม
มาถึงวันนี้หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่าครบ 2 ขวบปีที่นายกแป้งขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่ใครๆก็ อยากสัมผัส และจากวันนั้นถึงวันนี้หากจะส่องหรือพิจารณาถึงผลงานโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงหรือความคาดหวังของ สาวกลูกหนังว่าจะสมหวังหรือไม่อย่างไร ในเร็วนี้ KBU SPORT POLL โพลกีฬาหนึ่งเดียวของบ้านเราจะผนึกกับภาคีเครือข่ายอย่าง WISDOM และเพจ บี บางปะกงก็จะสำรวจความคิดเห็น ประชาชนในมิติ “มาดามแป้งกับ 2 ปีนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ”
และถายหลังผลการสำรวจออกมาก็คงจะทราบว่าตลอดระยะเวลาที่ “นางฟ้าลูกหนัง” รายนี้ผงาดขึ้นนั่งเก้าอี้วงการลูกหนัง ไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีกว่าเก่าหรือยังติดหล่มกับวังวนเดิมๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงการสำรวจความคิดเห็นในกรณีที่มาดามแป้งได้รับเลือกให้ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกสมาคมกีฬาลูกหนังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา KBU SPORT POLL มีการเกาะติดด้วยการสำรวจความคิเห็นแฟนกีฬามาแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในระยะ 6 เดือนและ 1 ปี และก่อนที่โพลในประเด็น“มาดามแป้งกับ 2 ปีนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ”จะคลอดออกมาสู่สาธารณะนั้น
วันนี้ผู้เขียนใคร่ขอนำผู้อ่านย้อนไปในดูผลการสำรวจภายหลังมาดามแป้งดำรงตำแหน่งครบ 1 ปีซึ่งการสำรวจในครั้งนั้นเป็นประเด็น “ 1 ปี กับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ” ซึ่งดำเนินการระหว่าง 14-16กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วประเทศ จำนวน 1,185 คน
เมื่อถามถึง ความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารจัดการ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก รองลงมามีความพึงพอใจระดับมากที่สุด ขณะที่ความพึงพอใจระดับน้อยและน้อยที่สุดก็มีให้เห็นเช่นกันแต่ก็มี เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มากนัก
พร้อมกันนั้นเมื่อเจาะไปที่ผลงานเห็นว่าที่เข้าตาแฟนกีฬา ส่วนใหญ่จะยกให้ความมุ่งมั่นตั้งใจของนายกสมาคมตามด้วยการพัฒนาและยกระดับทีมชาติ การพัฒนาและยกรนะดับไทยลีก เป็นต้น
ขณะที่ความคาดหวังที่มีต่อการพัฒนาและยกระดับวงการฟุตบอลไทย ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าเป็นมิติที่สำคัญสำหรับการกำหนดทิศทางอนาคตวงการลูกหนังไทย ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะคาดหวังไปที่การวางรากฐานและโครงสร้างการพัฒนาระดับเยาวชน ตามด้วย การพัฒนาทีมชาติไทยทุกระดับอย่างเป็นระบบ และการ ผลักดันทีมชาติไทยทุกระดับเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขันระดับทวีปเอเชียและระดับโลก รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานผู้ตัดสิน ตลอดจนพัฒนาและยกระดับไทยลีกสู่มาตรฐานสากล ตามลำดับ
จากผลโพลก่อนหน้านี้ก็พอจะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างต่างมีความพึงพอใจและคาดหวังที่จะเห็นทิศทางอนาคตของวงการลูกหนังไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลดังที่ชาติอื่นก้าวล้ำไปก่อนหน้านี้
และเพื่อไม่ให้ผู้เล่นคนที่ 12 ซึ่งคอยอยู่เคียงข้างต้องผิดหวังกับการเฝ้ารอที่จะเห็นทิศทางอนาคตของวงการบอล ก้าวผ่านวังวนแบบเดิมๆ ก็เชื่อว่าในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 3 ของการนั่งเก้าอี้ “มาดามแป้ง”ผู้ซึ่งมีเกมกีฬาลูกหนังอยู่ในดวงใจคงจะเดินหน้า เพื่อให้บอลไทยก้าวก้าวหลุมดำและผงาดสู่เวทีนานาชาติ
และเหนืออื่นใดโอกาสแห่งความสำเร็จจะเป็นจริงหรือไม่นายใหญ่และสภากรรมการตลอดจนทีมที่ปรึกษาคือผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุด
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร