เอพี - กองทัพพม่าได้บรรจุประจำการเครื่องบินรบใหม่เพื่อเสริมขีดความสามารถทางอากาศ ในขณะที่กองทัพทวีความพยายามในการยึดคืนดินแดนจากกองกำลังต่อต้านในสงครามกลางเมืองของประเทศ สื่อของรัฐรายงาน
รายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาไม่ได้ระบุจำนวนหรือประเภทของเครื่องบินที่สั่งซื้อใหม่ แต่จากภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกองทัพบ่งชี้ว่าได้รับเครื่องบินขับไล่ 4 ลำ รวมถึงเครื่องบิน Su-30 ที่ผลิตโดยรัสเซีย 2 ลำ ซึ่งถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในภารกิจทิ้งระเบิดและทำการรบ
นี่เป็นครั้งที่ 6 ที่กองทัพพม่าสั่งซื้อเครื่องบินใหม่นับตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจีเมื่อเดือนก.พ. 2564 ที่จุดชนวนให้เกิดการต่อต้านด้วยอาวุธทั่วประเทศ
รัสเซียและจีนเป็นผู้สนับสนุนหลักและผู้จัดหาอาวุธให้กับรัฐบาลทหารพม่า เนื่องจากประเทศตะวันตกกำหนดมาตรการคว่ำบาตร ที่รวมถึงการห้ามขายอาวุธ
หนังสือพิมพ์รายงานอ้างคำกล่าวของพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐบาลทหารที่ระบุว่า กองทัพอากาศจำเป็นต้องแข็งแกร่งเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
เขาเสริมว่ากองทัพอากาศได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อความไม่สงบและการต่อต้านการก่อการร้ายก่อนหน้านี้ รวมถึงภารกิจขับไล่การรุกรานจากภายนอก รายงานระบุ
รัฐบาลทหารสูญเสียพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศให้กับกองกำลังพิทักษ์ประชาชนที่สนับสนุนประชาธิปไตย และกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต่างๆ รัฐบาลทหารทวีความพยายามในการยึดคืนดินแดนและได้รับชับชนะในหลายสมรภูมิ และการโจมตีทางอากาศของรัฐบาลทหารมักทำให้พลเรือนเสียชีวิต
รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่เป็นฝ่ายค้านและประสานงานการต่อต้านการปกครองของทหาร และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับกองทัพ ได้ออกคำแถลงแยกกันระบุว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 30-40 คน หลังจากกองทัพใช้โดรน เครื่องบินรบ และปืนใหญ่ โจมตีหมู่บ้านต่างๆ ในภาคพะโคตอนกลาง-ล่าง ระหว่างวันที่ 5-7 มี.ค. ที่ผ่านมา
ด้านกองทัพอาระกัน (AA) กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ทรงอิทธิพลในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศ กล่าวเมื่อวันพุธว่าทหารที่ถูกจับกุม 116 นาย รวมถึงนายทหารที่ถูกคุมขังในค่ายกักกันในเมืองอาน ได้เสียชีวิตลงเมื่อเครื่องบินรบ 8 ลำทำการโจมตีทางอากาศเมื่อวันอาทิตย์
ทั้งนี้ กองทัพไม่ได้กล่าวถึงการโจมตีใดๆ ในภาคพะโคและรัฐยะไข่ และรายงานเหล่านี้ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้อย่างอิสระ
เน โพน ลัต โฆษกของ NUG กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า การบรรจุประจำการเครื่องบินใหม่มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องในพื้นที่พลเรือน
“กองทัพกำลังมุ่งเป้าไปที่พลเรือนและยังคงดำเนินการสังหารหมู่ต่อไป นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาคมระหว่างประเทศไม่ควรเพิกเฉยต่อความจริงนี้” เน โพน ลัต กล่าว
หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมายังรายงานอีกว่า กองทัพได้ยึดเมืองโบราณตะกอง ทางตอนเหนือของมัณฑะเลย์ คืนมาได้หลังจากปฏิบัติการโจมตีนานหลายสัปดาห์
เมืองตะกอง ที่ตั้งอยู่ห่างจากมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไปทางเหนือราว 170 กิโลเมตร อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังที่เป็นพันธมิตรกับ NUG ตั้งแต่เดือนส.ค. 2567
การยึดคืนเมืองตะกอง ที่เป็นเมืองสุดท้ายที่ NUG ควบคุมในภาคมัณฑะเลย์ ถือเป็นความพ่ายแพ้ล่าสุดของฝ่ายต่อต้านที่ต่อสู้กับกองทัพ
เน โพน ลัต กล่าวว่ากองกำลังต่อต้านได้ถอนตัวออกจากเมืองหลังจากกองทัพเปิดฉากโจมตี โดยใช้กำลังพลจำนวนมากและอาวุธหนัก แต่พวกเขายังคงรักษาตำแหน่งอยู่ในพื้นที่นอกเมือง.