ลุ้นมติ กบน.วันพรุ่งนี้ (17มี.ค) จ่อลดเงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลลง จากปัจจุบันอุดหนุนดีเซลถึงลิตรละ 20.36 บาท หาก กบน.ให้ลดการอุดหนุนลง จะทำให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มขยับขึ้นตั้งแต่ 18 มี.ค.69 เหตุกองทุนน้ำมันฯ ติดลบแล้วกว่า 1.26 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) วันที่ 17 มีนาคม 2569 จะมีการหารือเพื่อพิจารณาการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลว่า จะลดการอุดหนุนหรือตรึงราคาดีเซลต่อ หลังจากครบกำหนดมาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตรในวันพรุ่งนี้ (17มีนาคม) เบื้องต้นหากลดการอุดหนุนลง จะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับขึ้นทันที มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไป
ทั้งนี้ กบน.ได้ออกประกาศฉบับที่ 22 พ.ศ.2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)และพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่า 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และดีเซล B20 ได้รับเงินชดเชย 20.36 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
ในส่วนของกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กำหนดให้ E20 ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 11.06 บาทต่อลิตร รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้รับ 9.73 บาทต่อลิตร ส่วน E85 ได้รับเงินชดเชย 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
โดยประกาศดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.2569 เป็นต้นไป
สถานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 พบว่ากองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชี LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท ปัจจุบันกองทุนฯเหลือเงินหมุนเวียนที่ใช้ได้จริงประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท และเหลือหนี้อยู่ 26,248 ล้านบาท