ทรัมป์หันมาใช้วิธีกดดันจีน-ชาติสมาชิกนาโต ให้ช่วยอเมริกาในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากพวกพันธมิตรก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณตอบรับ แถมล่าสุดในวันจันทร์ (16 มี.ค.) ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมทั้งเยอรมนี ยังประกาศชัดเจนว่า ไม่คิดส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลาง ในอีกด้านหนึ่งอิหร่านเตือนประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องงดกระทำการใดๆ ที่จะทำให้ความขัดแย้งลุกลามกว่าเดิม พร้อมยืนยันไม่เคยขอเจรจาหยุดยิงแบบที่ทรัมป์อวดอ้าง
ขณะที่สงครามในอิหร่านซึ่งอเมริกาและอิสราเอลรวมหัวกันก่อขึ้น สร้างความวุ่นวายทั่วตะวันออกกลางและเขย่าตลาดพลังงานโลกเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ยืนกรานว่า ประเทศที่พึ่งพิงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียต้องรับผิดชอบในการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางลำเลียงพลังงาน 20% ของทั่วโลก
ผู้นำสหรัฐฯ สำทับว่า คณะบริหารได้ติดต่อ 7 ประเทศแต่ไม่ได้ระบุชื่อ ถึงแม้ในโพสต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เขากล่าวว่า หวังว่า จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และประเทศอื่นๆ จะเข้าร่วมปกป้องเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ก่อนหน้านี้ให้การสนับสนุนทรัมป์ในหลายๆ เรื่องอย่างแข็งขัน แถลงว่า ญี่ปุ่นไม่มีแผนส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือพาณิชย์ในตะวันออกกลาง ถึงแม้แดนอาทิตย์อุทัยนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าวถึง 95% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่ใช้ในประเทศก็ตาม
ด้าน แคทเธอลีน คิง สมาชิกคณะรัฐมนตรีออสเตรเลีย อีกหนึ่งพันธมิตรความมั่นคงสำคัญของอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งก็ต้องพึ่งพิงน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเปอร์เซนต์สูงเช่นกัน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีของแดนจิงโจ้ว่า จะไม่ส่งเรือรบไปร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับเยอรมนี รัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโทริอุส กล่าวปฏเสธการเรียกร้องของทรัมป์ โดยกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของเรา เราไม่ได้เริ่มต้นมันขึ้นมา”
ขณะที่เกาหลีใต้แสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ โดยระบุในวันอาทิตย์ว่า จะพิจารณาข้อเรียกร้องของทรัมป์อย่างรอบคอบ
ทรัมป์ขู่เลื่อนแผนเยือนปักกิ่ง
วันอาทิตย์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า เขาหวังว่า จีนจะช่วยฟื้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนกำหนดที่ตนเองจะเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สิ้นเดือนนี้ และสำทับว่า อาจเลื่อนแผนการเยือน หากจีนที่พึ่งพิงน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 90% ไม่ยอมช่วย
ถึงแม้ในวันจันทร์ รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ของทรัมป์ ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงเบาลงมา โดยบอกว่า หากซัมมิตทรัมป์-สีคราวนี้ต้องเลื่อนออกไป ก็เนื่องจากปัญหาทาง “โลจิสติกส์” เนื่องจากสงครามอิหร่านทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯจำเป็นต้องอยู่ในกรุงวอชิงตัน
ไม่เฉพาะจีน ประมุขทำเนียบขาวยังหันไปกดดันพันธมิตรยุโรป โดยเตือนว่า อนาคตขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะเลวร้ายมาก หากชาติสมาชิกไม่ยื่นมือช่วยเหลือวอชิงตันในเรื่องนี้
นักการทูตและเจ้าหน้าที่ในยุโรปเผยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป (อียู) มีกำหนดหารือกันในวันจันทร์เกี่ยวกับการเสริมกำลังภารกิจทางนาวีขนาดเล็กในตะวันออกกลาง ซึ่งมีการดำเนินการกันอยู่แล้ว แต่ไม่มีแนวโน้มว่า บรัสเซลส์จะขยายบทบาทในช่องแคบฮอร์มุซ
ส่วนที่อังกฤษ โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ได้หารือเกี่ยวกับความจำเป็นในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกับทรัมป์ และกับนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ของแคนาดา
ต่อมา ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีตอนเช้าวันจันทร์ (16) สตาร์เมอร์บอกว่า อังกฤษกำลังทำงานกับเหล่าพันธมิตรเกี่ยวกับแผนการที่เป็นไปได้ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่ถือว่าเป็นภารกิจขององค์การนาโต รวมทั้งยืนยันเช่นกันว่า อังกฤษจะไม่ถูกดึงลากเข้าไปใน “สงครามที่กว้างขวางยิ่งขึ้น” ซึ่งทำกับอิหร่าน
สำหรับราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น ราคาน้ำมันเบรนท์ในตลาดเอเชียวันจันทร์ขยับขึ้นกว่า 1% อยู่ที่เหนือ 104.50 ดอลลาร์ ส่วนตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคส่วนใหญ่อ่อนตัวลงจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของฐานการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง
โดรนว่อนประเทศอ่าว
แม้เรืออิหร่านบางลำและเรือของประเทศอื่นๆ ไม่กี่ลำยังคงแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้บ้าง แต่การขนส่งผ่านเส้นทางนี้ถือว่า ปิดสนิทสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันส่วนใหญ่นับตั้งแต่ที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ทางด้านอิสราเอลยังคงโจมตีอิหร่าน ตลอดจนถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสในกาซาอย่างหนักหน่วง วันจันทร์กองทัพยิวประกาศว่า ได้เริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในบางพื้นที่ทางใต้ของเลบานอนที่เป็นที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์
พลจัตวาเอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงในวันจันทร์ว่า ยังมีเป้าหมายโจมตีในอิหร่านนับพันเป้าหมาย และยังคงค้นหาเป้าหมายใหม่ๆ ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม แม้อเมริกาและอิสราเอลอวดอ้างซ้ำๆ ว่า สามารถทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้โดรนของอิหร่านยังบินว่อนโจมตีและขู่ขวัญประเทศเพื่อนบ้าน
ดูไบ เมืองสำคัญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เผยเมื่อวันจันทร์ว่า ท่าอากาศยานกลับมาให้บริการได้อีกครั้งอย่างช้าๆ หลังจากคลังน้ำมันใกล้สนามบินถูกโดรนโจมตี
ทั้งนี้ ยูเออี รับเคราะห์หนักจากสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลก่อขึ้น โดยถูกโดรนและขีปนาวุธอิหร่านราว 1,800 ชุดโจมตี ทำให้ระบบการเดินทางวุ่นวายแม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดอาวุธเหล่านั้นได้เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม
ซาอุดีอาระเบียสกัดโดรน 34 ลำทางตะวันออกของประเทศภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ส่วนที่อิรัก เขตสนามบินในกรุงแบกแดดที่เป็นที่ตั้งอาคารทางการทูตของอเมริกาถูกโจมตีด้วยจรวด มีผู้บาดเจ็บ 5 คน
อิหร่านยันไม่เคยขอเจรจา
เจ้าหน้าที่ของอเมริกาซึ่งต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่พุ่งติดจรวด ออกมาคาดการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า สงครามในอิหร่านจะจบลงภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง แม้อิหร่านยืนกรานว่า ยังพร้อมทำสงครามและปกป้องประเทศอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงก็ตาม
วันเดียวกันนั้น ทรัมป์อ้างว่า อิหร่านต้องการเจรจาและอเมริกาก็ได้คุยด้วย แต่ทางอิหร่านเองกลับบอกว่า ไม่พร้อมทำข้อตกลงยุติสงคราม
อย่างไรก็ดี อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันผ่านรายการเฟซ เดอะ เนชั่นของทีวีซีบีเอสว่า เตหะรานไม่เคยร้องขอทำข้อตกลงหยุดยิงหรือแม้แต่ขอเจรจาก็ตาม และย้ำว่า อิหร่านพร้อมยืนหยัดป้องกันประเทศอย่างยาวนานตราบเท่าที่จำเป็น
การอวดอ้างเช่นนี้ของทรัมป์ เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านเตือนประเทศอื่นๆ ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามที่ขณะนี้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง โดยอารักชีบอกกับฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ระหว่างหารือทางโทรศัพท์ว่า ประเทศต่างๆ ควรละเว้นการกระทำใดๆ ก็ตามที่อาจทำให้ความขัดแย้งลุกลาม
อารักชีโพสต์บน X ว่า การคุ้มครองด้านความมั่นคงของอเมริกาในตะวันออกกลางกลับกลายเป็นการก่อปัญหามากกว่าป้องปราม และเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านขับไล่ผู้รุกรานจากภายนอก
เวลาเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดเผยว่า ใช้ขีปนาวุธราว 700 ลูก และโดรน 3,600 ลำโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและผลประโยชน์ของอเมริกาในตะวันออกกลางนับจากเริ่มสงคราม
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/บีบีซี)