เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวต่อสมาชิกสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่า สงครามกับอิหร่านไม่ได้ทำให้การส่งมอบอาวุธไปยังไต้หวันล่าช้า หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาะแห่งนี้ แม้ว่าจะมีข้อเรียกร้องมากมายจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่หนักหน่วงก็ตาม
“เราชะลอการส่งมอบสิ่งของไปยังไต้หวันหรือไม่? เราไม่ได้ชะลอ” สแตนลีย์ บราวน์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการทางการเมืองและการทหาร กล่าวในการพิจารณาของคณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนกังวลว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอเมริกา อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทัน และอาจถูกบีบให้ต้องชะลอการส่งมอบอาวุธให้กับผู้ซื้อเช่นไต้หวัน ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก่อนสงครามกับอิหร่านจะเริ่มขึ้น สหรัฐฯ มียอกค้างส่งอาวุธไปยังไต้หวันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์อยู่แล้ว
บราวน์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเร่งการส่งมอบ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง
ระหว่างให้การต่อที่ประชุมเดียวกันนั้น ไมเคิล มิลเลอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อปี 2023 ตนได้ลงนามในคำสั่งให้จัดลำดับความสำคัญของไต้หวันเหนือผู้ซื้อรายอื่น ๆ ที่อาจอยู่ในลำดับการจัดซื้ออาวุธประเภทเดียวกัน
“นั่นยังคงเป็นแนวทางที่เรายึดถืออยู่ ดังนั้น ในกรณีที่มีการแข่งขันระหว่างการจัดหาขีปนาวุธฮาร์พูนให้กับซาอุดีอาระเบียหรือไต้หวัน ไต้หวันจะได้รับสิทธิ์ก่อน” เขากล่าวเสริม โดยอ้างถึงขีปนาวุธต่อต้านเรือ
“การให้ความร่วมมือด้านความมั่นคง ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ไต้หวันเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของเรา”
สมาชิกคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรหลายคนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับไต้หวันในระหว่างการพิจารณา ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ทรัมป์ ประกาศจะเลื่อนการเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ตามที่หลายฝ่ายตั้งตารอ
ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือกันระหว่างผู้นำทั้งสอง
จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนเอง และไม่เคยปฏิเสธทางเลือกในการใช้กำลังเพื่อยึดครองเกาะแห่งนี้ ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างเรื่องอธิปไตยของปักกิ่ง โดยกล่าวว่ามีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่สามารถตัดสินอนาคตของตนเองได้
จีนจัดการซ้อมรบครั้งล่าสุดรอบไต้หวันในเดือน ธ.ค. ขณะที่เรือรบและเครื่องบินรบของจีนก็ปฏิบัติการรอบเกาะแห่งนี้อยู่เป็นประจำ
รอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า แพกเกจอาวุธครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ สำหรับไต้หวัน ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้นขั้นสูง พร้อมให้ ทรัมป์ อนุมัติแล้ว และอาจจะลงนามได้หลังจากการเดินทางไปจีนของเขา
ข้อตกลงอาวุธนี้มีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นข้อตกลงอาวุธที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การเลื่อนการเดินทางไปจีนจะส่งผลกระทบต่อกำหนดเวลาของข้อตกลงอาวุธดังกล่าวหรือไม่
ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสก็โต้เถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับเรื่องที่ ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบการขายอาวุธให้ต่างประเทศโดยสภาคองเกรส รวมถึงการตัดสินใจเร่งการขายระเบิดมูลค่า 650 ล้านดอลลาร์ให้กับอิสราเอลในเดือนนี้
ที่มา: รอยเตอร์