ปฏิบัติการบุกค้นรีสอร์ตร้างกลางเมืองกาญจนบุรีเผยให้เห็นปฏิบัติการขุดบิทคอยน์ลักลอบขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงทึบ พร้อมโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าที่ติดตั้งอย่างเป็นระบบและสลับซับซ้อน พบเครื่องขุดบิทคอยน์กว่า 280 เครื่อง ถูกต่อพ่วงดูดกระแสไฟฟ้าโดยข้ามมิเตอร์ ก่อความเสียหายต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสูงถึง 16 ล้านบาท ขณะที่ผู้กระทำความผิดจ่ายค่าไฟจริงเพียงเดือนละหลักหมื่นบาทเท่านั้น คดีนี้สะท้อนรูปแบบอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยังชี้ให้เห็นช่องโหว่เชิงโครงสร้างของระบบตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล
วานนี้ (17 มีนาคม 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้เข้าทำการตรวจค้นรีสอร์ตร้างแห่งหนึ่งในตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และพบปฏิบัติการขุดบิทคอยน์ที่ลักลอบดำเนินการอยู่ภายในอย่างครบวงจร ด้วยเครื่องขุดบิทคอยน์จำนวน 280 เครื่อง ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าสาธารณะโดยผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการไฟฟ้ารวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568
โครงสร้างซ่อนเร้น ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยง
สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบในรีสอร์ตร้างแห่งนี้ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ไอทีกองเล็กๆ หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าขนาดอุตสาหกรรมที่ถูกวางแผนและติดตั้งอย่างเป็นระบบ โดยปิดบังอำพรางด้วยกำแพงทึบล้อมรอบบริเวณ และปิดประตูทางเข้าออกอย่างมิดชิด
ภายในพบอุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 250 กิโลโวลต์แอมแปร์ ติดตั้งบริเวณหน้าแปลงที่ดิน, ท่อพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับร้อยสายไฟฝังดินความยาวกว่า 700 เมตร, หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 2,500 กิโลโวลต์แอมแปร์ พร้อมตู้ควบคุมวงจรจำนวน 6 ตู้เหล็ก และเครื่องขุดบิทคอยน์ที่ติดตั้งอยู่ภายในตู้เหล็กดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 280 เครื่อง
ของกลางทั้งหมดถูกยึดและเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีในชั้นศาล
จ่ายหลักหมื่น ใช้หลักล้าน มุขคลาสสิคเหมือนเถื่อินคริปโต กลโกงดูดไฟที่ซับซ้อน
ด้านนายเมธี สุกก่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการสืบสวนมาจากความผิดปกติของบิลค่าไฟฟ้า บริษัทที่ขอใช้ไฟรายนี้ชำระค่าไฟเฉลี่ยเพียงเดือนละประมาณ 15,000 บาท ในขณะที่ปริมาณการใช้จริงคิดเป็นมูลค่าสูงถึงเดือนละราว 3.5 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดความเสียหายสะสมนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบันรวมกว่า 16 ล้านบาท
กลไกที่ใช้คือการ "แยกสายไฟ" หรือที่เรียกกันว่า "สปลิตสาย" เพื่อดูดกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เหมืองขุดโดยตรง โดยข้ามมิเตอร์วัดหน่วยอย่างสิ้นเชิง ทำให้ยอดใช้ไฟที่บันทึกในระบบของการไฟฟ้าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ และตรวจสอบได้ยากหากปราศจากการลงพื้นที่สำรวจโดยตรง
ฟันคดีทั้งแพ่งและอาญา เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามจังหวัด
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยืนยันว่าจะดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนจากผู้กระทำผิดในมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่กระบวนการดำเนินคดีอาญาจะอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตำรวจ
ขณะที่พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองผู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า คดีลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 โดยก่อนหน้านี้มีการจับกุมในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงคดีล่าสุดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลการสืบสวนและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องในภาพรวม
อย่างไรก็ดี คดีนี้นับเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความจำเป็นของการยกระดับระบบตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงผิดปกติและยากต่อการตรวจสอบเชิงกายภาพ ท่ามกลางกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตที่ยังคงดึงดูดทั้งนักลงทุนที่ถูกกฎหมายและผู้แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในคราวเดียวกัน