ราชบุรี – เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรี ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบและควบคุมการใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ หลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและราคาผลผลิตตกต่ำต่อเนื่องนานกว่า 7 เดือน
สถานการณ์ปัจจุบันพบว่า มะพร้าวน้ำหอม “ลูกใหญ่” ที่สามารถนำไปแปรรูปได้ มีเพียงประมาณ 30% ของผลผลิตทั้งหมด ขณะที่อีกกว่า 70% เป็น “ลูกเล็ก” ซึ่งกำลังประสบปัญหาระบายสินค้าไม่ได้ ส่งผลให้เกิดภาวะล้นตลาดและขาดทุนสะสมในวงกว้าง
นายศักดิ์ชัย วิริยะกิจเกษตร เกษตรกรในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก เปิดเผยว่า โดยปกติการส่งออกน้ำมะพร้าว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ต้องใช้มะพร้าวประมาณ 100,000 ลูก แต่หากเป็นลูกเล็กจะต้องใช้มากถึง 200,000 ลูก ซึ่งหากมีการส่งออกต่อเนื่อง จะช่วยระบายผลผลิตได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงงานบางแห่งหันไปใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบลดลงอย่างชัดเจน
ด้านนายวัฒนา โตบารมีกุล เกษตรกรในอำเภอบางแพ ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายยังขาดความเข้มงวด โดยโรงงานบางแห่งมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เช่น การย้ายฐานการผลิต หรือใช้รูปแบบโรงงานในตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงการตั้งบริษัทหลายชื่อเพื่อดำเนินธุรกิจแปรรูป
เกษตรกรยังแสดงความกังวลว่า หากไม่มีการควบคุมคุณภาพน้ำมะพร้าวก่อนส่งออก อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก และทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อราคาผลผลิต แต่ยังลุกลามเป็นวิกฤตต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยทั้งระบบ เกษตรกรจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง และดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นก่อนที่จะสายเกินไป