เอพี – เตหะรานเตือนล็อกเป้าโจมตีโรงไฟฟ้าทั่วตะวันออกกลางและวางทุ่นระเบิดทั่วอ่าวเปอร์เซีย หากทรัมป์บอมบ์โรงงานพลังงานตามที่ขู่หรือรุกรานดินแดนอิหร่าน ด้านผู้บัญชาการเซนต์คอมเตือนประชาชนอิหร่านอาจเป็นเป้าหมายโจมตี โดยกล่าวหาเตหะรานยิงขีปนาวุธและโดรนจากย่านที่อยู่อาศัย ขณะที่ไออีเอย้ำไม่มีประเทศไหนมีภูมิคุ้มกันจากผลกระทบของวิกฤตการณ์ หากสงครามยังคงดำเนินต่อไป ชี้วิกฤตการณ์ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานร้ายแรงยิ่งกว่าผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 กับสงครามยูเครนรวมกัน
คำขู่ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ (23 มี.ค.) ทำให้ทั้งโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดในประเทศอ่าวเปอร์เซียตกอยู่ในอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นดินแดนทะเลทราย ซึ่งเชื่อมโยงการทำงานของโรงไฟฟ้ากับโรงงานผลิตน้ำจืดที่มีความสำคัญในการจัดหาน้ำดื่มให้ประชาชนเข้าไว้ด้วยกัน
อเมริกานั้นพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซียที่ถูกอิหร่านปิดกั้นเพื่อตอบโต้การโจมตีก่อนของอเมริกาและอิสราเอล อย่างไรก็ดี อิหร่านยืนยันว่า ช่องแคบดังกล่าวยังคงเปิดสำหรับทุกประเทศ ยกเว้นอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตรของสองชาตินี้ อย่างไรก็ตาม อเมริกาอาจใช้วิธีส่งนาวิกโยธินเข้ายึดเกาะหรือดินแดนต่างๆ ในอิหร่านเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิสราเอลประกาศว่า พร้อมส่งทหารราบเข้าร่วมด้วย
คำขู่ล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ถ้าเตหะรานยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมงซึ่งจะสิ้นสุดคืนวันจันทร์ตามเวลาวอชิงตัน อเมริกาจะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่านให้ราบคาบ
ต่อมาในวันจันทร์ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์ว่า ถ้าอเมริกาทำตามที่ขู่ อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าทั้งหมดในตะวันออกกลางที่จ่ายไฟให้ฐานทัพอเมริกัน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และพลังงานที่คนหรือบริษัทอเมริกันถือหุ้นอยู่
หลังจากนั้นไม่นาน ฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ IRGC ได้เผยแพร่รายชื่อสถานที่ที่อาจเป็นเป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตน้ำจืด และโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่มีเตาปฏิกรณ์ 4 เตาอยู่ในทะเลทรายทางตะวันตกของยูเออีใกล้กับพรมแดนซาอุดีอาระเบีย
โมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ย้ำว่า อิหร่านจะถือว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วภูมิภาคเป็นเป้าหมายอันชอบธรรม หากอเมริกาโจมตีโรงไฟฟ้าหรือรุกรานอิหร่าน
นอกจากนั้น ขณะที่มีความกังวลมากขึ้นในเตหะรานว่า อเมริกาอาจกำลังส่งนาวิกโยธินไปยังตะวันออกกลาง สภากลาโหมอิหร่านได้ออกคำเตือนว่า ความพยายามในการรุกรานพื้นที่ชายฝั่งหรือเกาะต่างๆ ของอิหร่าน อาจนำไปสู่การวางทุ่นระเบิดเส้นทางที่สามารถเข้าถึงบริเวณเหล่านั้นทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซียและนอกชายฝั่ง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปักหลักอยู่แถว 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 55% นับจากอิสราเอลและอเมริกาเริ่มก่อสงครามเมื่อวันที่ 28 กพ. ด้วยการโจมตีอิหร่าน
ฟาติห์ บิรอล ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ไม่มีประเทศใดมีภูมิคุ้มกันจากผลกระทบของวิกฤตการณ์ หากสงครามยังคงดำเนินต่อไป และสำทับว่า วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานร้ายแรงยิ่งกว่าผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 กับสงครามยูเครนรวมกัน
จอร์จี มอเรรา ดา ซิลวา เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหประชาชาติ ชี้ว่า โลกได้รับผลกระทบแล้ว ซึ่งรวมถึงการที่ราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง และก๊าซพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลกระทบกว้างไกลต่อผู้คนนับล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแอฟริกา และสำทับว่า ปฏิบัติการทางทหารไม่ใช่ทางออกสำหรับวิกฤตนี้
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ (เซ็นต์คอม) เตือนระหว่างให้สัมภาษณ์กับอิหร่าน อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นเครือข่ายทีวีดาวเทียมภาษาฟาร์ซีที่ออกอากาศเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า อิหร่านกำลังยิงขีปนาวุธและโดรนจากย่านที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งเป็นการเตือนทางอ้อมว่า พื้นที่เหล่านั้นอาจเป็นเป้าหมายการโจมตีของอเมริกา
คูเปอร์สำทับว่า ปฏิบัติการของอเมริกาคืบหน้าหรือเป็นไปตามแผน และยังบอกว่า อเมริกาและอิสราเอลจะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานผลิตเพื่อทำลายความสามารถในการฟื้นกองทัพของอิหร่าน ซึ่งรวมทั้งขีปนาวุธ โดรน และกองทัพเรือ เขายังบอกอีกว่า อิหร่านอาจทำให้สงครามยุติลงอย่างรวดเร็วด้วยการงดตอบโต้ แต่ไม่ได้บอกว่า หากอิหร่านยอมตามนั้น อเมริกาและอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการก่อนที่โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเป้าหมายทั้งหมดจะถูกทำลายราบคาบหรือไม่
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านเผยว่า สงครามครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 1,500 คนแล้ว ขณะที่อิสราเอลมีผู้เสียชีวิต 15 คน เขตยึดครองเวสต์แบงก์และประเทศอ่าวอาหรับมีพลเรือนเสียชีวิตหลายสิบคน
ส่วนที่เลบานอนมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน และทิ้งบ้านเรือนกว่า 1 ล้านคน จากการที่อิสราเอลกระหน่ำโจมตีกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านและยิงจรวดหลายร้อยลูกเข้าไปในอิสราเอล