“อั้ม อธิชาติ” ยันลงแข่ง HYROX เอง ไม่มีใครจ้าง ต้องการพิสูจน์ตัวเอง พึ่งโปรแกรมออกกำลังกาย ซ้อมหนัก 5 เดือน ได้แข่ง 2 วันติด เผยบิวต์คุณแม่สำเร็จ ให้ลงครั้งต่อไป ไม่เขินโดนแซวหุ่นแซบ-กางเกงสั้น เลือกสีส้มเพราะวันแรกใส่ดำแล้วตากล้องหาไม่เจอ แจงเป็นกางเกงวิ่งยาวเกินคืบ แต่เพราะเปียกเหงื่อเลยยิ่งแนบ ใจอยากเปลี่ยนตัวใหม่ แต่เอามาตัวเดียว
เป็นอีกหนึ่งคนดังที่ลงแข่งขัน HYROX แบบ 2 วันติด สำหรับ “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ซึ่งงานนี้ก็บอกเลยว่าทำเอาฮือฮาน่าดู เพราะหุ่นขาวๆ แซบๆ บวกกับกางเกงขาสั้นสีส้ม ทำเอาสว่างออร่าไปทั้งสนาม ล่าสุดวันนี้ (26 มี.ค.) ได้เจอ อั้ม ในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “PhytoEX Celebrity Accelerator & PhytoEX Innovation Competition 2026” เจ้าตัวก็ได้เล่าโมเมนต์ในการแข่งขันครั้งนี้ให้ฟัง พร้อมยืนยันว่าตั้งใจลงสมัครเอง ไม่มีใครจ้าง แล้วรอบหน้าคุณแม่ก็จะลงแข่งด้วย
“เราต้องการพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์โปรแกรมที่เราทำมา พิสูจน์แผนที่เราคิดมา ว่าเอ๊ะจริงๆ แล้วพอเมื่อเราไปอยู่ในเวลาการแข่งขันจริง มีกติกาที่ทุกคนทำเหมือนกัน วัดกันด้วยเวลา ผลของมันเป็นอย่างไร และก็ต้องบอกว่าเห็นเทรนด์ของการออกกำลังกาย และก็สุขภาพเนี่ยเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี อย่างที่ไปมาการแข่งขัน HYROX เอง ก็เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เรียกว่าเพิ่มเป็น 2 เท่าครับ”
ตั้งใจไปสมัครเอง ไม่ได้ใครจ้าง
“สมัครเองเลยครับ ถ้าจ้างไปนี่คือต้องคิดแพงมากๆ เพราะมันไม่ใช่แค่วันแข่งไง คือเราต้องเตรียมตัวเองไว้ 6 เดือน หรือปีหนึ่ง จริงๆ 6 เดือนยังน้อยไปนะ ถ้ามีเวลาให้ดีคือต้องปีหนึ่ง ไม่มีใครจ้างได้หรอก เพราะว่าเขาต้องทุ่มเทมากๆ ทั้งเวลา ทั้งการกิน ทั้งการซ้อมต่างๆ เพราะฉะนั้นนักแสดงทุกคนต้องบอกว่าไปด้วยใจจริงๆ ไปด้วยความสามารถของตัวเอง ที่อยากไปอยู่ตรงนั้นดูซิ ว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร ร่างกายเราไหวหรือเปล่าตามที่เราซ้อมมา”
ใช้เวลาเตรียมตัวนาน 5 เดือน
“ประมาณ 5 เดือนครับ ต้องบอกว่ามันไม่ใช่แบบจะลงแล้วได้เลยนะ ก็ต้องคิดเยอะว่าเวลาเราได้ไหม เพราะงานก็ต้องทำ กีฬาก็ต้องซ้อม อาหารก็ต้องเตรียม มันต้องหลายๆ อย่างเลยก็ว่าได้ พอตัดสินใจลง ผมเชื่อว่านักกีฬาหลายๆ คน ตัดสินใจลงแล้วก็ยังคิดอยู่ว่าเอ๊ะ ดีหรือเปล่า จะถอนไหม มีหลายคนที่เป็นทีมกันก็มี แต่สุดท้ายแล้วแรงผลักดันของตัวเองมันแบบไม่ได้ สมัครแล้วต้องทำ ลองดูสิ เอาให้จบ อะไรประมาณนี้ครับ”
ยอมรับซ้อมหนัก ออกกำลังกายแบบ Hybrid Training
“ในทุกวันนี้การออกกำลังกาย เขาเรียกว่ารูปแบบใหม่ คือเรียกว่า Hybrid หรือการผสมผสาน 2 วิธีการเข้าด้วยกัน คืออย่างเช่นเคยได้ยินไหมครับว่าสายเวทก็ไม่ชอบวิ่ง เพราะว่าเขาออกแรงคนละแบบ สายวิ่งก็ไม่ชอบเวท เพราะว่าสายวิ่งคือรู้สึกว่ากล้ามเนื้อมันหนัก เหมือนกับเราขับรถแล้วน้ำหนักเยอะมันกินน้ำมัน
เพราะฉะนั้นตอนนี้คือ Hybrid Training หรือเรียกที่เป็นหัวใจของ HYROX คือการผสมผสาน 2 อย่างเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรามาจากสายเวทเทรนนิ่ง สายแบบใช้แรง ก็ต้องมาฝึกวิ่งให้เยอะขึ้น ก็ต้องปรับตัวว่าร่างกายจะเป็นอย่างไร ระบบปอด หัวใจ เป็นอย่างไรเพื่อปรับให้เข้ากัน ถามว่าซ้อมหนักไหม ก็หนักครับ เพื่อให้ 2 ระบบที่อยู่ตรงข้ามกัน มันไปด้วยกันให้ได้
มันก็ไม่ง่ายนะ เพราะว่าจริงๆ ต้องบอกว่ามันก็มีอุปสรรคทั้งเรื่องของการซ้อมวิ่ง วิ่งต้องใช้เวลาและมันเร่งรัดไม่ได้ มันไม่สามารถแบบเฮ้ย วันนี้ฉันอยากปอดใหญ่ พรุ่งนี้ฉันหายใจ 3 ทีแล้วปอดฉันใหญ่เลย ก็ไม่ได้ มันต้องเก็บระยะเวลาวิ่ง ฝึกวิ่ง วางโปรแกรมอะไรประมาณนี้ครับ เราต้องฝึกวิ่งมากเป็นพิเศษ เพราะด้วยความที่เรามีกล้ามเนื้อ มันแบกน้ำหนักเยอะ และก็พลังงานจากการใช้กล้ามเนื้อเนี่ยมันใช้เร็วและก็ไว แต่พอวิ่งคือเบสต้องมีการฝึกให้วิ่งระยะยาว เพิ่มความอึด และก็พอเวลาเราวิ่งเนี่ยร่างกายมันจะเริ่มล้า และเราต้องมาใช้แรง ใช้แรงเสร็จก็ต้องกลับไปวิ่งใหม่ อะไรอย่างเงี้ย มันก็เลยต้องฝึกวิ่งมากเป็นพิเศษครับ”
ไปเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ไม่ได้ไปแข่งกับใคร ล่าสุดบิวต์คุณแม่ให้ลงแข่งสำเร็จแล้ว
“ต้องบอกอย่างนี้นะ ว่ามันเป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างหนึ่ง สิ่งที่เราเห็นในสนาม ไม่ใช่จะต้องเป็นนักกีฬารูปร่างฟิต คุณแม่ 70 ก็มี คุณพ่ออายุ 60 กว่าก็มี คือบางคนเขาไปเพื่อต้องการพิสูจน์ตัวเขาเอง เขาไม่ได้แบบเฮ้ย จะต้องเวลา Best Time, World Record แต่อย่างน้อยฉันทำให้จบดูสิฉันได้เท่าไหร่ ล่าสุดเราก็บิวต์คุณแม่นะ 68 คุณแม่ไม่เคยออกกำลังกาย วันนี้แม่ตอบรับ แม่จะลง HYROX เขาก็น่าจะมีมาอีกประมาณกลางปี ปลายปี ก็เลยบอกแม่ว่ามันไม่ใช่ การที่เราจะต้องไปยกน้ำหนักหรือเหล็กอะไรขนาดนั้น มันคือการเอาชนะตัวเองให้ได้ทุกๆ วัน จริงๆ หัวใจมันไม่ใช่วันแข่ง ระหว่างทางต่างหากครับ”
เป้าหมายส่วนตัวคือทำเวลาได้ตามเป้า
“หนึ่งเอาเวลาให้ได้ครับ เอาเวลาให้ได้ตามเป้า ประมาณ 1 ชม. 20 น. ถึง 1 ชม. 30 น. ประมาณนั้น เพราะครั้งแรกของเรา และก็เอาให้จบ เรียนรู้บรรยากาศ แต่พอตอนลงก็ต้องบอกว่าจริงๆ ครั้งแรกเนี่ย สมัครแบบคู่ไว้ก่อนกับโค้ชของเรา คราวนี้ทางน้องเอมมี่ (มรกต แสงทวีป) เล่นยิมเดียวกันไง ก็บอกพี่ลงทีมไหม หนูมีขาดสมาชิกอยู่คนหนึ่ง ได้ งั้นเดี๋ยวเราลองลง คิดว่าลงแบบทีม 4 คน ช่วยกันเล่น อาจจะไม่ต้องใช้แรงเยอะมากสักเท่าไหร่ เหมือนกับเราไปดูบรรยากาศแต่พอลงซ้อมจริงๆ ทั้งทีมทุกคนคือจริงจังมากๆ เพราะทุกคนก็มองว่าเหมือนกับพอมันเข้าแข่งแล้วทุกคนก็เต็มที่ เราก็เลยมองว่ามันเป็นการแข่ง 2 วันติด แต่มันก็เป็น 2 วันติดที่เราได้เห็นบรรยากาศ เห็นตัวเอง”
เล่าหลังแข่งจบวันแรก ประสาทตื่น จนนอนไม่หลับ
“ก็คือนอนไม่ได้ครับ คือวันแรกพอเราแข่งแบบทีม มันไม่ต้องทำครบทุกฐาน เป็นเหมือนเราวิ่งผลัดกัน สมมติ 8 ฐาน ก็คนละ 2 2 4 8 ใช่ไหม แต่พอลงสนามจริง วิ่งแล้วก็ใส่เต็มที่ไป เล่นทุกสถานีก็เต็มที่ ทำจนครบเกินสถานี แล้วพอคนเยอะด้วยเนี่ย ร่างกายเราตื่น ประสาทตื่น แล้วพอกลับบ้านก็นอนไม่หลับ เพราะเรามีเวลานอนแค่ 6 ชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้ต้องเล่นใหม่ ปรากฎว่านอนไม่หลับ ตาตื่น หลับปุ๊บตื่นๆ ร่างกายมันเหมือนมันฮีทตลอดเวลา”
ส่วนวันที่ 2 ตะคริวกินหลังแข่งเสร็จ
“ตอนเดินกลับ (หัวเราะ) คือเสร็จปุ๊บเข้าเส้นชัย เขาจะรอถ่ายรูปก็แบบเอ๊ะ ทำไมขาตึงๆ อย่างนี้ ตะคริวกินที่หัวเข่า แล้วตอนท้ายเขาจะมีสะพานขึ้นกลับใช่ไหม สะพานคือสูงมาก กับดักนักกีฬา ก็จะเห็นหลายคนตายแถวนั้นกัน ไม่ตายในสนาม มาตายตรงบันไดกลับครับ”
วางโปรแกรมซ้อมให้คุณแม่แล้ว
“คือคุณแม่ก็จะลงคู่กับน้องอีกคนหนึ่ง คุยกันเมื่อวานจบเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้วางโปรแกรมให้คุณแม่ซ้อมแล้ว บอกแม่ว่า แม่ไม่ต้องแข่งเวลากับใคร เอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้ (หัวเราะ) แล้วก็ทำตามเวลาของเรา ส่วนของผมเองก็น่าจะลงทีมกับทางกัปตันเอมมี่นะครับ ครั้งนี้ที่ลงไปมาคือลงคู่ครับ ดับเบิลคู่กัน ก็จะแชร์สถานีกันเล่นกับโค้ช แล้วก็มีทั้งแบบทีม แต่คิดว่าครั้งหน้ากำลังจะลงอีกรูปแบบหนึ่ง เดี๋ยวลองดูว่าการซ้อมเราพร้อมแค่ไหนครับ”
ไม่ได้ตั้งใจลงต่อกัน 2 วันติด ตารางมันเป็นแบบนั้น
“จริงๆ ก็มีหลายคนที่เขาลงติดต่อกันนะ 2 วัน 3 วัน เพียงแต่ว่าของเรามันอาจจะเวลาที่มันติดกัน แข่งเสร็จคืนนี้ พรุ่งนี้มาต่อ เหมือนอารมณ์เราทำงานโอที แต่จริงๆ นะบอกว่ามันไม่ได้เกิดจากการตั้งใจ โปรแกรมที่เขาวางมาเนี่ย มันดันมาต่อกันพอดี”
คนแห่แซวหุ่นสุดแซบ เหมือนหมีขาวสว่างไปทั้งสนาม
“คือมันร้อนมากวันนั้น มันร้อนมากจริงๆ สถานีเดียวคือเหงื่อเปียกเต็มตัวแล้ว จริงๆ วันนั้นก็ต้องบอกว่ามีหลายอย่างนะ มันมีทั้งอากาศ มันมีทั้งอาหาร มันมีทั้งการที่เรานอนไม่หลับ มันทำให้สภาพร่างกายเราตอนนั้นมัน Over Control อยู่ค่อนข้างเยอะ วันแรกใส่สีดำนะ ก็เห็นไม่ค่อยชัดนิดหนึ่ง ตากล้องบอกว่าหาไม่เจอ เพราะคนเยอะมาก แล้วก็แบรนด์เราก็สีส้ม วันที่สองก็เลยคิดว่าสีส้มแล้วกัน คราวนี้ก็ชัดทั้งสนามเลย แต่ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจ ไม่ได้คิดอะไรแล้ว ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าวิ่งครบไหม สเตชั่นต่ออย่างไร คือไม่ได้สนใจเรื่องราวภายนอกเลย แล้วก็ต้องบอกว่านักกีฬาแต่ละคนเขาก็ไม่สนใจใครนะ เขาต้องเข้าแข่งตลอดเวลาครับ”
คอมเมนต์ถล่มทลาย ทั้งหุ่นและกางเกง
“ก็โอเคครับ (หัวเราะ) มีรูปแบบหลากหลายความคิดเห็น บอกกางเกงสั้นมากเลยนะ จริงๆ มันยาว เราคงไม่ใส่กางเกงในขายาวลงแข่งหรอก (หัวเราะ) แต่ว่าพอมันยกขา มันเหมือนเหลือแค่คืบเดียว คือกางเกงวิ่งมันจะสั้นอยู่แล้ว แต่ว่ายิ่งมันเปียกมันก็แนบ จริงๆ อยากจะวิ่งเข้าไปเปลี่ยนกางเกงด้วยซ้ำ แต่ว่ามันมีมาตัวเดียว ตอนเราซ้อมมันก็ไม่ได้ขนาดนี้ไง แต่ไม่เขินหรอกครับตอนนั้น ตอนนั้นเราคิดแค่เป้าหมาย คือมันเป็นกางเกงวิ่งแหละ นักวิ่งก็จะรู้ เพียงแต่ว่ามันเจอทั้งแฟลช เจอทั้งไฟ เจอทั้งเหงื่อ จริงๆ มันก็ยาวกว่าหนึ่งคืบแหละ เพราะถ้าสั้นกว่านั้นคิดว่าคงไม่เห็นแค่กางเกงนะ (หัวเราะ)”