“ปู มัณฑนา” รายงานตัวอัยการคดีหมิ่น “หนุ่ม กรรชัย” ลั่นมาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ “นอนตายตาหลับ” ย้ำ “ไอ้หน้าตัวเมีย-ลูกเมียน้อย” ไม่ได้ระบุชื่อใคร ถ้าร้อนตัวอยากรับก็รับไปเอง ซัดรวมหัวกลั่นแกล้งฟ้องอ่วมเกือบ 30 คดี มึนและงงมาก ต้องจดลิสต์กันหลงลืม หากพลาดเข้าคุก ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่มั่นใจไม่พลาด โลกนี้มีความยุติธรรม!
ศึกนี้อีกยาว! หลังพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” มอบอำนาจให้ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” แจ้งความดำเนินคดีกับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ไว้ที่ สน.ท่าข้าม กรณีกล่าวข้อความหมิ่นประมาทรวม 12 ข้อความ ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้(26 มีนาคม 2569) พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ ปู มัณฑนา ผู้ต้องหาในข้อหาหมิ่นประมาทโดยโฆษณา ไปมอบให้พนักงานอัยการ ที่สำนักงานอัยการสูงสุดธนบุรี ถนนเอกชัย โดยในวันนี้ ปู มัณฑนา ได้เดินทางมาพร้อมด้วย “นายมานะ วรรณดี” ทนายความส่วนตัว ซึ่งพนักงานอัยการรับสำนวนแล้วนัดฟังคำสั่งว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 23 เมษายน 2569
โดย ปู และ ทนาย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยอมรับเครียด ตอนนี้โดนฟ้องอ่วมเกือบ 30 คดี
ปู : “วันนี้คดีอะไรคะ หลายคดีจนมึนงงไปหมดแล้วค่ะ”
มานะ : “คดีที่สน.ท่าข้ามครับ เรื่องคุณกรรชัยมอบอำนาจให้ทนายตุ๋ยแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.ท่าข้าม ผมก็ไปเป็นตัวแทนคุณปูในฐานะทนาย ข้อความในคำกล่าวหาทั้งหมดที่เขาเอามาฟ้องเอง มันซ้ำซ้อนกัน ในชั้นนี้ตร.สน.ท่าข้ามไม่มีอำนาจพิจารณาสั่ง เลยเสนอเรื่องมาให้อัยการเจ้าของเรื่องเป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย วันนี้มาส่งตัวตามขั้นตอน เขากำหนดวันนัดไปประมาณเดือนนึง วันที่ 23 เม.ย. เพื่อให้อัยการพิจารณาสำรวจว่าสมควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก่อน เราก็ติดติดตามครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่ได้เป็นทนายเขา ผมมาเป็นทนายให้เขาคดีนี้”
ปู : “มีทนายหลายท่านค่ะ สน.ท่าข้ามเป็นคดีของหนุ่ม กรรชัย ที่ไปแจ้งความหมิ่นประมาทที่สน.ท่าข้าม เอาคำที่ปูโพสต์ทุกโพสต์มาแจ้งความแล้วเอาทุกโพสต์ที่ปูโพสต์ไปฟ้องศาล ฉะนั้นยืนยันว่าเป็นการฟ้องซ้ำซ้อน หนุ่ม กรรชัยต้องมาถอนแจ้งความที่สน.ท่าข้าม แต่เขาไม่มาถอน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หนุ่ม กรรชัยก็ส่งตุ๋ยไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ปูก็เห็นใจพนักงานสอบสวน ไม่ทราบว่ามีมือที่มองไม่เห็น หรือใครกดดันมาหรือเปล่า ทำงานลำบาก มีความจำเป็นต้องส่งตัวให้ท่านอัยการ ก็ไม่อยากให้ตร.ลำบากใจ ถ้าไม่ทำตามอาจโดนร้องเรียนได้ ก็เลยเสียสละมาก็ได้ เพื่อความสบายใจของหนุ่มกับตุ๋ย จะได้นอนตายตาหลับว่าฉันมารายงานตัวแล้วนะที่สำนักงานอัยการค่ะ (หัวเราะ)”
มานะ : “การส่งตัวมาที่สำนักงานอัยการ มันก็เป็นไปตามขั้นตอนของทุกคดี ที่ผู้ต้องหาโดนแจ้งความร้องทุกข์ เป็นตามขั้นตอนทุกคดี ถ้ามีข้อต่อสู้ก็สมควรให้ปากคำที่ชั้นไต่สวนเลย ว่าเราผิดหรือไม่ผิด เข้าข่ายอะไรต่ออะไร พนักงานสอบสวนมีหน้าที่สองอย่าง คือรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งฝ่ายของโจทก์ และฝ่ายผู้ต้องหา คือจำเลยตามกฎหมาย ว่าผิดหรือบริสุทธิ์เขาก็ให้เราส่งได้ ถ้าเรามั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด มีเอกสารอะไรเพิ่มเติมก็ส่งให้ชั้นพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาขอความเป็นธรรม สั่งไม่ฟ้องในชั้นอัยการต่อไป”
แล้วแต่จะคิด “มือที่มองไม่เห็น” ไม่ได้หมายถึงใคร
ปู : “ไม่ได้ระบุหมายถึงใคร เดี๋ยวมันมาฟ้องอีก ก็แล้วแต่จะคิดนะคะ ปูส่งเอกสาร หลักฐานทุกอย่างให้เจ้าหน้าที่ตร.แล้ว เจ้าหน้าที่ตร.วันนั้นที่คุย เขาก็เห็นจริงๆ ว่าเป็นการฟ้องซ้ำซ้อน เป็นข้อความซ้ำๆ ค่ะ แล้วพอเราลงข่าวไปแบบนั้น หนุ่ม กรรชัย ก็ส่งตุ๋ยมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่สน.ท่าข้ามค่ะ แล้วผลมันก็ออกมาเป็นแบบนี้ว่าปูต้องมารายงานตัว อันนี้คิดเองนะคะ ไม่ต้องมาฟ้องอีกนะคะ (หัวเราะ)ว่ามือที่มองไม่เห็นอาจไปกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตร. ทำให้เจ้าหน้าที่ตร.ลำบากใจ ส่วนตัวก็มั่นใจค่ะ ส่งหลักฐานให้ตร.แล้วค่ะ”
ร้อนตัวทำไม? ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ลูกเมียน้อย ไม่ได้ระบุว่าหมายถึง “หนุ่ม กรรชัย” ถ้าร้อนตัวก็ไปสู้ในศาล
ปู : “มันจะเข้ายังไงคะ ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ลูกเมียน้อย ทำไมเขาไปคิดเอาเองว่าเขาเป็นไอ้หน้าตัวเมีย หรือลูกเมียน้อย ปูไม่ได้ระบุเลยว่าหนุ่ม กรรชัย คุณเป็นไอ้หน้าตัวเมียนะ เป็นไอ้ลูกเมียน้อยนะ ทำไมเขาถึงร้อนตัวล่ะคะ
ส่วนที่ทางทนายเขายืนยันว่ามีความเชื่อมโยงว่าหมายถึงหนุ่ม กรรชัย คู่กรณีปูมีตั้งหลายคนค่ะ แล้วสื่อก็ไม่ได้มีเฉพาะช่อง 3 หรือรายการโหนกระแส หรือนายหนุ่ม กรรชัยคนเดียว ที่วิพากษ์วิจารณ์บิดเบือนข้อเท็จจริงข่าวปู มีหลายๆ คน ดารา พิธีกร นักการเมือง ทนาย ดาราอินฟูลฯ หลายท่าน แล้วปูไม่เคยระบุเลยว่าเป็นใคร (ยืนยันว่าไม่ได้หมายถึงหนุ่ม กรรชัย?) ยืนยันค่ะ ถ้าเขาจะร้อนตัวว่าหมายถึงเขา ก็ไปสู้กันในศาลค่ะ แล้วก็อยากบอกว่าศาลเท่านั้นที่จะตัดสินว่าปูผิดหรือถูก ล่าสุดตุ๋ยไปสน.ท่าข้ามก็เขียนแคปชั่นว่าคนไม่สำนึกต้องขาดอิสรภาพ ว่าปูเยอะแยะมากมาย จริงๆ แล้วปูยังเป็นผู้ถูกกล่าวหา ศาลยังไม่ได้ตัดสินถึงที่สุด ฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาปูค่ะ”
ยันโพสต์ที่เอ่ยชื่อจะเอาไปเชื่อมโยงโพสต์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่อยากร้อนตัวก็รับไป
ปู : “เชื่อมโยงไม่ได้ค่ะ อันที่เอ่ยชื่อเพราะเขาแจ้งความปู มาฟ้องปู ปูถึงเอ่ยชื่อในสิ่งที่เขามาแจ้งความ มาฟ้องปู ในสิ่งที่ปูเอ่ยมาก็ไม่ได้ระบุชื่อใครค่ะ ถ้าร้อนตัวอยากจะรับก็รับไปค่ะ ก็เรื่องของเขา (หมายถึงที่เอ่ยชื่อคนละเหตุการณ์?) คนละเรื่องค่ะ”
มานะ : “มันเชื่อมโยงไม่ได้ครับ ต้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ต่างหาก”
รับเหนื่อยฟ้องไปมา 2 ปีกว่าไม่ได้ดูแลครอบครัว ขึ้นศาลเกือบทุกวัน แต่ต้องสู้เพราะถูกบิดเบือน แพ้บางคดีก็อย่าเรยกว่าแพ้ เพราะตนไม่รู้กฎหมาย แขวะกลับ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์”
ปู : “มันเหนื่อยค่ะ สองปีกว่าปูไม่ได้ดูแลครอบครัวเลย ไม่ได้ทำอะไรเลย ขึ้นโรงขึ้นศาลเกือบทุกวันเลย แต่ก็ต้องสู้ เพราะหนุ่ม กรรชัย และสื่ออื่นๆ หลายๆ คนบิดเบือนข้อเท็จจริงในรายการจริงๆ หนุ่ม กรรชัยก็บิดเบือนข้อเท็จจริงในรายการโหนกระแส แล้วมีรายการคุยแซ่บโชว์ รายการแฉ เปิดปากกับภาคภูมิ เพจทนายคลายทุกข์ แล้วก็เพจอวตาร อินฟูลฯ หลายๆ เพจที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ฉะนั้นปูต้องต่อสู้ในความถูกต้องในสิ่งที่คู่กรณีฟ้องมา ยอดเงินก็ไม่ตรงกัน
ฉะนั้นคุณอย่ามาถามว่าทำไมวันนี้ถึงยังไม่ชำระ ศาลยังไม่มีคำพิพากษาจนถึงที่สุดเลย ว่าให้ชำระยอดเท่าไหร่ ฉะนั้นปูจะรอคำพิพากษาของศาลค่ะ ในสิ่งที่คุณบิดเบือนข้อเท็จจริง ตอนนี้เพิ่งตัดสินไม่กี่คดี บางคดีที่ปูแพ้ หลักฐานเราอาจน้อยไป ปูก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ ฎีกา ถูกไหมคะ คดีล่าสุดที่แพ้ อย่าเรียกว่าแพ้ดีกว่า เรายังมีสิทธิ์อุทธรณ์ ฉะนั้นสิ่งที่ทนายเดชาบอกว่าปูแพ้ ไลฟ์สดด่าปู มันไม่ใช่เรื่องหน้าอายถ้าปูแพ้ เพราะปูไม่ใช่นักกฎหมาย ปูไม่รู้กฎหมาย การต่อสู้ทางคดีเราอาจสู้เขาไม่ได้ แต่ทนายเดชาเป็นทนาย เป็นนักกฎหมาย ทนายเดชาแพ้คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แพ้อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์อันนี้ทนายเดชาเป็นนักกฎหมาย ทนายเดชาต้องพิจารณาตัวเองแล้วค่ะว่ายังไง”
เผยโพสต์เอ่ยชื่อ ระบุตัวตน ถูก “หนุ่ม กรรชัย - ทนายตุ๋ย - ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ฟ้องรัวๆ ซัดกลั่นแกล้งฟ้องให้ขึ้นศาลวัน-เวลาเดียวกัน
ปู : “ฟ้องแล้วค่ะ วันที่ 30 มี.ค. นี้ 9 โมงเช้า คดีที่ทนายแก้วฟ้องปูที่ศาลมีนบุรี แล้วก็ 9 โมงเช้า หนุ่ม กรรชัย กับตุ๋ย ฟ้องปูที่ศาลอาญา รัชดาฯ บ่ายโมงปูฟ้องเพจอีป้าข้างบ้านที่ศาลอาญา กรุงเทพใต้ ฉะนั้นวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. 2569 ในวันนั้นปูวิ่ง 3 คดีในวันเดียวกัน ซึ่งปูจะวิ่งไปยังไง ศาลอาญากับศาลมีนบุรีเวลาเดียวกัน ปูมั่นใจว่าไอ้หนุ่ม กรรชัย กับไอ้ตุ๋ย มันรู้อยู่แล้วว่าวันจันทร์ปูต้องขึ้นศาลคดีทนายแก้ว 9 โมงเช้าที่ศาลมีนบุรี มันก็เลยตั้งใจนัดที่ศาลอาญา รัชดา เวลา 9 โมง เวลาเดียวกัน แล้วที่ศาลมีนบุรี ปูไม่ไปก็ไม่ได้ ถ้าไม่ไปจะถูกควบคุมตัวเลย มันรู้อยู่แล้ว มันถึงแกล้งปู เลือกวันและเวลาเดียวกัน
(แก้สถานการณ์ยังไง?) วันจันทร์ปูจะไปกับทนายที่ศาลมีนบุรีก่อน เพราะคดีทิดแก้วต้องไป ถ้าไม่ไปจะถูกควบคุมตัว ส่วนศาลอาญารัชดา เป็นนัดครั้งแรก อาจส่งทนายอีกท่านไป เพจอีป้าข้างบ้านเขาก็รู้จักกัน เพจอีป้าข้างบ้านศาลสั่งมีมูล ฉะนั้นปูต้องไป ปูเป็นโจทก์ ถ้าปูไม่ไป ศาลอาจยกฟ้องได้ ปูก็มีความจำเป็นที่ต้องไปหมดค่ะ”
ถูกฟ้องอ่วมอีกหลายคดี แต่ต้องสู้ ค่าทนายเกินยอดหนี้ไปแล้ว
ปู : “มันเพิ่มขึ้นเยอะ จาก 22 ก็เพิ่มมาอีก หมายมาเรื่อยๆ ค่ะ มันฟ้องมาเรื่อยๆ ด้วยเรื่องๆ เดียว ด้วยเรื่องยอดเงินปูกับลูกหมี (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ที่ไม่ตรงกัน ลูกหมีบอก 2 ล้าน แต่ปูบอก 1.5 ล้าน และหนุ่ม กรรชัย พาคู่กรณีปูไปบิดเบือนข้อเท็จจริงในรายการ ทำให้ปูเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ธุรกิจก็เสียหาย ครอบครัวถูกบูลลี่ด้วยเรื่องๆ เดียว แต่ปูต้องต่อสู้ ถ้าประกันตัวปูล้านกว่าแล้ว ยังไม่รวมค่าทนาย 22 คดี มันเกินยอดเงินที่ต้องเคลียร์กับคู่กรณีแล้วแล้วคู่กรณีก็รู้ว่าเงินเอามาทำอะไรกัน เอามาปล่อยดอกเบี้ยผิดกฎหมาย หรือทำอะไร เขารู้ดีค่ะ เขาไปแจ้งความที่สน.ทองหล่อครั้งแรกเป็นการกู้ยืมเงินโดยปล่อยดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด แต่มาบิดรูปคดี มาฟ้องปูฉ้อโกงและร่วมลงทุน เดี๋ยวคดีนี้ศาลท่านจะมีคำพิพากษา วันที่ 22 เม.ย.ค่ะ
คดีที่แพ้ปูยื่นอุทธรณ์ค่ะ คดีแพ่งของลูกหมีที่ศาลสั่งจ่าย 1.7 ล้าน เราเห็นว่ายอดก็ไม่ตรงกันอยู่ดี เราก็มีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ แต่ก็ไม่ได้ติดใจเรื่องยอด แต่ติดใจเรื่องการลงทุน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ร่วมลงทุน ซึ่งลูกหมีให้สัมภาษณ์ที่หน้าสน.ทองหล่ออยู่แล้ว มีนักข่าวไปสัมภาษณ์เขาว่าเรื่องเป็นยังไง ลูกหมียอมรับว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ไม่ได้ร่วมลงทุนฉะนั้นในคดีแพ่งศาลท่านมองว่าเป็นการร่วมลงทุน ปูก็ต้องอุทธรณ์ว่าเป็นการกู้ยืมเงิน โทษของการร่วมลงทุนกับกู้ยืมเงินมันต่างกัน เราต้องอุทธรณ์ค่ะ ซึ่งเรายื่นอุทธรณ์ไปแล้ว ส่วนคดีอ้อม พัชมน ที่ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 3 แสนบาท คดีนั้นทนายกำลังยื่นอุทธรณ์ ตัวอ้อมโอนมาให้ปูยอด 1 ล้าน ปูโอนกลับไปยอด 2.3 ล้าน เกินไป 9 แสนบาท ไม่ได้ฉ้อโกงเขาแน่นอน ไม่ได้ร่วมลงทุนแน่นอน ในระยะเวลา 3 ปี ไม่เคยเจอหน้ากันเลยค่ะ อันนี้ก็จะส่งพยานหลักฐานในชั้นอุทธรณ์ต่อไป”
แพ้คดีหมิ่นประมาท “ลูกหมี” ไม่แปลก เพราะไม่รู้กฎหมาย แต่ทนายเดชา เป็นผู้รู้กฎหมาย แพ้ “สนธิ-ปานเทพ” ใครน่าอายกว่ากัน? ทนายแนะให้ปล่อยผ่านบางคดี จะได้ไม่เหนื่อย
ปู : “ศาลท่านมองว่าทางปูไม่ได้ส่งคลิป และส่งถอดเทปในคำที่เขาสัมภาษณ์หมิ่นประมาทเรา ซึ่งก็ไม่แปลก ที่ปูแพ้ เพราะปูไม่รู้กฎหมาย ปูไม่รู้ว่าขั้นตอนเป็นยังไง ซึ่งเขาฟ้องเราเข้ามาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี ปูเป็นฝ่ายโดนกระทำอย่างเดียว เป็นฝ่ายตั้งรับ พอเราเป็นฝ่ายรุกต่อสู้ สิ่งไหนที่เขาบิดเบือนข้อเท็จจริง ปูฟ้องกลับ ซึ่งก็เพิ่งทยอยฟ้องกลับได้ไม่กี่คดีเองค่ะ แพ้ก็ไม่แปลก เพราะเราไม่รู้กฎหมาย แต่ตัวทนายเดชา เขาก็เป็นผู้รู้กฎหมาย เขามาแพ้คุณสนธิ อ.ปานเทพ ใครน่าอายมากกว่ากันคะ
ล่าสุดยังมีเวลายื่นอุทธรณ์ เพราะมันภายใน 1 เดือน ยังคุยกับทนายอยู่ว่ายังไง มันก็หลายคดีค่ะ ทนายบอกว่าคดีไหนไม่จำเป็นก็ให้ปูปล่อยผ่านไปบ้าง ทำใจบ้างจะได้ไม่เหนื่อย ต่อสู้กับคดีหลักๆ ที่เขาฟ้องเรามา หรือฟ้องกลับที่มันเข้าจริงๆ เราจะได้ไม่เหนื่อยกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะอุทธรณ์ไหมค่ะ”
ไม่นึกไม่ฝันจะมาถึงจุดนี้ เกือบ 3 ปี ถูกฟ้องเกือบ 30 คดี คู่กรณีเยอะก็ไม่กลัว ถูกรวมหัวกลั่นแกล้ง หวังให้ตนพลาดสักคดีแล้วเข้าคุก รับจดลิสต์กันพลาดหลงลืมคดี
ปู : “(หัวเราะ) ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาถึงจุดนี้ เราไม่เคยมีคดีความมาก่อน ไม่เคยขึ้นโรงขึ้นศาลมาก่อน มันก็รับไม่ได้นะคะ แต่ก็ต้องสู้เพื่อความถูกต้องค่ะ ณ วันนี้ศาลสั่งปรับหรือสั่งจำคุกปู ปูก็มั่นใจว่าในสิ่งที่หนุ่ม กรรชัยบิดเบือนข้อเท็จจริงในรายการ หรือแม้กระทั่งช่อง 3 ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งรายการคุยแซ่บโชว์ เปิดปากกับภาคภูมิ แฉ เพจทนายคลายทุกข์ หรือรายการอื่นๆ ที่คู่กรณีไปบิดเบือนข้อเท็จจริง ปูมั่นใจว่าพวกนี้ต้องโทษปรับและโทษจำคุกไม่ต่างจากปู ปูจะสู้ให้ถึงที่สุด ปูไม่กลัวค่ะ
คู่กรณีเยอะก็ไม่กลัวเลยค่ะ เพราะรู้อยู่แล้วว่ารวมหัวกันกลั่นแกล้งปู พวกมันเป็นกลุ่มเดียวกัน พวกมันเป็นพวกเดียวกัน ต้องโดนกลั่นแกล้งสิคะ เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร อย่างคู่กรณีบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องยอดเงินมันก็ผิดแล้ว คุณรู้อยู่แล้วว่าเงินเอามาทำอะไรกัน แล้วมันไม่ถึงกำหนดระยะเวลาที่ต้องคืนกัน ในวันที่เราจะเคลียร์กับคุณพรุ่งนี้ วันนี้คุณชิงไปแจ้งความ มันหมายความว่ายังไงคะแล้วการที่คุณขอเช็คค้ำประกันขอเซ็นสัญญาเงินกู้เพื่อความสบายใจ แล้วคุณกลับเอาไปเข้าแบงก์ให้เป็นเช็คเด้งแล้วนำไปแจ้งความ (มีบางคดีรอลงอาญา 2 ปี ทางกฎหมาย ห้ามทำผิดซ้ำ ตรงนี้มีกังวลไหม ทำให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้นไหม จะได้ไม่มีผลกับการรอลงอาญา?) ศาลท่านก็เมตตานะคะ ปูก็แจ้งศาลท่านว่าคู่กรณีฟ้องมาเยอะมากเลย กะว่าให้ปูพลาดสักคดีเพื่อให้ปูเข้าคุก หรือให้บางคดีปูไปรายงานตัวไม่ทัน หรือหลงลืมในการประกันตัว คู่กรณีก็มีสิทธิ์ขอหมายขังจากศาล หรือในชั้นสน.ก็มีสิทธิ์ให้ตร.ออกหมายจับ
มันฟ้องมาให้ปูมึนงง ถ้าพลาดสักคดีก็เสี่ยงเข้าคุกเหมือนกันค่ะ ปูไม่กลัวค่ะ ถ้าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม ปูต้องเข้าคุก ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วค่ะ (กันพลาดมีจดลิสต์กันหลงลืม?) จดค่ะ ทนายช่วยดูด้วย การที่มันฟ้องมาเยอะๆ แบบนี้ มันตั้งใจทำให้เราพลาด ทำให้เราเสียเงิน ในการต่อสู้คดี ค่าทนาย ค่าประกันตัว เสียเงิน เสียเวลา
ตอนนี้ก็เครียดอยู่แล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าต้องทานยาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ต้องสู้กับมันเพื่อความถูกต้อง มันทำไม่ถูกต้องค่ะ มันไม่ได้หมายถึงใครนะคะ คือบุคคลคนนี้มันทำร้ายคนมาหลายคนแล้วก่อนปู เป็นสิบๆ ปีแล้วที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ธุรกิจหน้าที่การงานของเขาต้องล้มเลย ครอบครัวต้องมีปัญหาหลายครอบครัวเลยที่ปูได้คุยกับเหยื่อของไอ้มือที่มองไม่เห็น หลายๆ อย่างค่ะ จากการที่มากล่าวหา บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ธุรกิจเขาล้มเลย จากไม่เคยเป็นหนี้เขาก็ต้องเป็นหนี้ เพราะธุรกิจเสียหาย
ก็เหมือนปู ปูก็มีธุรกิจอยู่ พอเราขาดความน่าเชื่อถือ ธุรกิจมันก็ไปต่อไม่ได้เลยค่ะ มันก็ล้มหมดเลย นี่ไม่ได้หมายถึงใครนะคะ ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ไม่ต้องระบุ หรือไม่ต้องเชื่อมโยงค่ะ พูดทั่วๆ ไป ว่าสื่อ หรือเพจอวตาร หรือใครก็แล้วแต่ที่มาทำวิชาชีพสื่อมวลชน มันต้องมีจรรยาบรรณ ตอนนี้พวกอินฟูลฯ ที่ไม่ได้จบสายข่าว ไม่ได้จบตามสายวิชาชีพ ก็มาเป็นแล้วคิดว่าบางสื่อก็ไม่มีจรรยาบรรณ อย่าเรียกว่าสื่อเลยค่ะ”
จัดหนัก ฟาดเรียบทุกโพสต์ เปิดหน้าชนเพราะโดนกระทำ ซัดคนทำไม่ถูกต้อง มีหน้ายืนอยู่ในสังคม?
ปู : “สิ่งที่ปูโดนกระทำ บางทีมันก็เครียดนะคะ เราก็มีแฟนคลับของเรา เราอยากให้แฟนคลับของเราได้ทราบว่าตอนนี้เราโดนอะไร เราเจออะไร บางทีก็แต่งนิทาน แต่งละคร ชีวิตจริงคือละคร ละครคือชีวิตจริง ก็ไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลใดบุคคลนึงนะคะ (การฟาดคนก็บอกว่าอารมณ์พุ่งเหมือนกัน ปรี๊ดปร๊าด ไม่สนอะไรแล้ว ดับเครื่องชน?) ใช่ค่ะ ใครก็แล้วแต่ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำไม่ถูกต้อง ปูก็ต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ก็อยากให้สังคมได้รู้ ว่าคนที่ทำไม่ถูกต้องจริงๆ ยังมีหน้ายืนอยู่ในสังคมนี้ได้เหรอกลับกันปูถูกกระทำ โอเคปูอาจผิดเรื่องยอดเงิน แต่สาเหตุที่ยังไม่ชำระ เพราะศาลท่านยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วคนทั่วไปก็ไม่รู้กฎหมายอาจต่อว่าปู ซึ่งก็ขอให้รอคำพิพากษาก่อนค่ะ”
หวังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา เพื่อให้ทุกคดีที่ฟ้องล้มเป็นโดมิโน่ ตนพร้อมฟ้องกลับ
ปู : “หากศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ต้องไปฎีกาต่อค่ะ (ยังมั่นใจเต็ม100?) ใช่ค่ะ เขาทำไม่ถูกต้องและบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ด้วยกระแสสังคมปูพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ ก็ให้รอฟังคำพิพากษาของศาลค่ะ ปูหวังให้ศาลชั้นอุทธรณ์กลับคำพิพากษาค่ะ ถ้าศาลชั้นอุทธรณ์กลับคำพิพากษา คดีที่พวกเขาฟ้องปูมาก็จะล้มเป็นโดมิโน่เลยค่ะ ปูก็จะฟ้องกลับ แจ้งความเท็จ เบิกความเท็จค่ะ (ยืนยันจะโพสต์แบบนั้นทุกวัน หลายคนเป็นห่วงแล้ว?) มันก็เครียดบ้างไม่เครียดบ้างค่ะ ต้องยอมรับมันค่ะ ในเมื่อคดีความเกิดขึ้นแล้ว อ.มานะและทนายหลายๆ ท่านบอกว่าไม่ต้องเครียด ค่อยๆ แก้ไปทุกคดี คดีปูต่อสู้ได้ทุกคดีค่ะ แต่จะเสียเวลาต้องมาศาล ไปสน. มารายงานตัวที่สำนักงานอัยการเท่านั้นเองค่ะ”
มีคนเตือนให้หยุดโพสต์ เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ลั่นแต่งละครใส่ความแซบให้ถูกใจคนอ่าน
ปู : “มีค่ะ แน่นอนอยู่แล้วว่ามี เราก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง (หัวเราะ) โพสต์ลอยๆ ค่ะ ปกติไม่ได้เป็นคนแบบนี้ค่ะ ปูเป็นคนสดใส ร่าเริง สนุกสนาน ชีวิตเมื่อก่อนไปกองถ่าย รับส่งลูก ไม่มีอะไรเลย แต่ก็พลิกผันให้ต้องมามีคดีความ ก็ต้องต่อสู้ (การใช้คำเหมือนคนแรง?) จริงๆ แล้วถ้าทุกคนเห็นปู ปูไม่ใช่คนแรง ไม่เคยพูดคำหยาบเลย แต่มันก็มีบางเรื่อง บางอย่าง บางทีเราแต่งละคร ก็ต้องใส่อารมณ์ ใส่ความแซบไปเพื่อคนอ่านจะได้ถูกใจ (หัวเราะ)”
ไม่หวั่นคำว่า “ไอ้” จะทำให้เรื่องบานปลายรุนแรง จะเคารพกับคนที่ทำตัวน่าเคารพเท่านั้น แนะคู่กรณีขอโทษก่อน แพ้บ้างก็ได้
ปู : “ปูจะเคารพกับคนที่ทำตัวน่าเคารพเท่านั้นค่ะ ปูไม่ได้ผิดค่ะ ถ้าพวกเขาเป็นลูกผู้ชายพอ เขารู้ว่าบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ปูเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทบเรื่องงาน เรื่องลูกๆ เรื่องครอบครัว เขาควรยอมรับมันนะคะ ยอมแพ้บ้างก็ได้ มาขอโทษปูก่อนค่ะ ตอนนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลค่ะ ตัวเขารู้อยู่แล้วว่าเขาบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือเปล่าในรายการ ตัวเขารู้ คู่กรณีรู้เขา เขาพูดอย่างนึง ปูพูดอย่างนึง ก็ควรรอคำพิพากษาของศาลเท่านั้นค่ะ”
หากวันนึงอาจพลาดพลั้งเข้าไปอยู่เรือนจำ ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่มั่นใจโลกนี้มีความยุติธรรม
ปู : “ปูทำดีที่สุดแล้วค่ะ ปูต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง อนาคตจะเป็นยังไงก็ต้องยอมรับมัน (เผื่อใจเล็กๆ ถ้าต้องเข้าไปเรือนจำ?) ถ้าโลกนี้มีความยุติธรรมจริงๆ ปูต้องได้รับความยุติธรรมค่ะ แต่มันก็อยู่ที่พยานหลักฐานของเราด้วย เพราะเกิดมาเราก็ไม่เคยมีคดีความ เราไม่รู้ว่าพยานหลักฐานมีอะไรบ้าง ข้อต่อสู้ยังไงบ้าง (มั่นใจพยานหลักฐานจะทำให้ไม่เข้าเรือนจำ?) มั่นใจค่ะ”
สามีซัปพอร์ตเงินขึ้นศาล จ้างทนายสู้คดี ไม่อธิบายกับคนไม่รู้ข้อกฎหมาย
ปู : “พี่หาญส์ซัปพอร์ตค่ะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะมากจริงๆ ค่ะ ค่าวิชาชีพทนาย ค่าประกันตัว มีค่าใช้จ่ายทุกวัน แต่ละวันไม่ใช่น้อยๆ ด้วย มันเยอะค่ะ (บางคอมเมนต์ไม่ยอมจ่ายเพราะไม่มีเงิน?) พวกนี้เขาไม่รู้ข้อกฎหมายค่ะ เพราะฉะนั้นจะไม่อธิบายให้กลุ่มคนพวกนี้ค่ะ แค่ปูรู้ว่าปูมีเงินจางทนาย จ่ายค่าประกันตัวก็พอค่ะ ซึ่งมันมากกว่ายอดเงินที่ต้องเคลียร์กับคู่กรณีอีก (เรามีเงิน?) ไม่อธิบายดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะเป็นประเด็นอีก”
ทนายไม่เครียด มั่นใจแก้ได้ทุกคดี
มานะ : “ไม่เครียดครับ แก้ได้ทุกคดีครับ (ดูแลกี่คดี?) 4-5 คดีแล้วครับ มาเพิ่มเรื่อยๆ ครับ”
แตะ 30 คดีเป็นไงเป็นกัน ยืนยันไม่ได้ผิด ศาลรู้ถูกกลั่นแกล้ง
ปู : “เป็นไงก็เป็นกันค่ะ ปูยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนผิด และไม่ได้เป็นคนหาเรื่องก่อน (ขวัญใจศาล?) (หัวเราะ) ศาลท่านก็เมตตาปูอยู่ค่ะ ศาลท่านก็รู้ว่าปูโดนกลั่นแกล้ง (ได้เจอคู่กรณีแล้วเคลียร์?) อย่างคู่กรณีชุดแรก ต่อหน้าสื่อเขาพูดอย่างนึง แต่บนศาลเขาพูดอย่างนึง มันก็ไม่ตรงกันแล้วค่ะ ต่อหน้าสื่อบอกว่าผ่อนจ่ายเดือนละ 3 พันก็เอา หรือจ่ายมาเลย 1.5 ล้าน เดี๋ยวถอนให้ทุกคดี แต่ต่อหน้าศาลเขาจะเอาที่ 2 ล้านค่ะ แล้ววันนั้นศาลพยายามไกล่เกลี่ยบอกว่าให้ต่างคนต่างถอนจะได้ไม่เหนื่อย เพราะขึ้นโรงขึ้นศาลมันเหนื่อย เสียสุขภาพจิต
รับไม่สามารถมองหน้าลูกหมีได้อีก
ปู : “ปูก็บอกศาลท่านว่าเขาต้องไปขอโทษปูในสิ่งที่เขาบิดเบือนข้อเท็จจริงในรายการต่างๆ และหน้าสน.ทองหล่อ ว่ามันเป็นการกู้ยืมเงิน ไม่ใช่ร่วมลงทุน ซึ่งคู่กรณีลูกหมีบอกว่าโอเค จะมาขอโทษปูตามรายการต่างๆ และหน้าสน.ทองหล่อ แต่ปูต้องยืนกับเขาด้วยนะ ปูบอกศาลท่านว่าปูไม่สามารถมองหน้าเขาได้ค่ะ ปูไม่อยากไปยืนกับเขา ก็ให้เขาไปขอโทษและสัมภาษณ์กับนักข่าวเองค่ะ แต่เขายืนยันว่าจะสัมภาษณ์กับเรา มีเราร่วมเฟรมด้วย และขอเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งยอดเงินไม่ตรงกัน มันเลยไกล่เกลี่ยไม่ได้ในชั้นศาล”
มีร้องไห้เพราะเหนื่อย สู้ลำพัง ขณะที่คู่กรณีแห่มาเป็นสิบ ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย
ปู : “มีบ้างค่ะ มันก็เหนื่อย มีร้องบ้างค่ะ (เหมือนโดดเดี่ยวสู้ลำพัง คู่กรณีเยอะมาก?) เหมือนมันแห่กันมาเป็น 10 คนค่ะ บางคนไม่ได้เกี่ยวเลย แต่ก็มาด้วย ไม่รู้มาทำไมอย่างเช่นตุ๋ยกับเมียตุ๋ย หรือล่าสุดคดีปูกับทนายกุ้ง (อำนวยพร มณีวรรณ์) ลูกหมีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคดี ก็มาด้วย ก็ไม่ทราบมาทำไม มากดดัน หรือมาทำอะไร”