จีนยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการเยือนจีนและพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯประกาศ โดยในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันพฤหัสฯ( 26 มี.ค.) นาย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้
นายหลินชี้แจงในทำนองว่า เป็นเรื่องที่ไม่อาจตอบแทนได้ เพราะเป็นการทูตระดับประมุขแห่งรัฐ ซึ่งมีบทบาทกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคี เป็นบทบาทที่ไม่มีใครมาทำแทนที่ได้ เขากล่าวเพียงว่า “จีนและสหรัฐฯยังคงมีการติดต่อสื่อสารกันอยู่เกี่ยวกับเรื่องการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์”
ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันพุธ ( 25 มี.ค.) ว่า เขาจะไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม โดยตัวแทนของสหรัฐฯ กำลัง "เตรียมการขั้นสุดท้ายสำหรับการเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้"
ด้านทำเนียบขาวก็ได้ประกาศกำหนดวันเวลาดังกล่าวแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทรัมป์เคยระบุว่า เขาจะไปเยือนจีนในปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน แต่ต่อมาในกลางเดือนมีนาคม ผู้นำสหรัฐฯก็ประกาศเลื่อนการเดินทาง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความพยายามของทรัมป์ในการกำหนดเวลาการเดินทางใหม่สะท้อนให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ที่ต้องการแสดงความมั่นใจในสงครามตะวันออกกลางซึ่งกำลังเป็นปัญหาท้าทาย ทว่าขณะเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีน สองชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นาย หลี่ ไห่ตง อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยการต่างประเทศจีนมองว่า การกำหนดเวลาใหม่ในการเยือนจีนสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายสหรัฐฯ มีความคาดหวังสูงว่าจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจากการเยือนครั้งนี้ โดยที่สหรัฐฯ ยังเชื่อด้วยว่า สงครามกับอิหร่านสามารถยุติลงได้อย่างรวดเร็วในเงื่อนไขที่จะส่งผลดีกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ก็ยังไม่แน่นอนอยู่ดี
ในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ ( 25 มี.ค.) คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวถูกผู้สื่อข่าวถามว่า กำหนดการเดินทางใหม่ที่ประกาศออกมานั้น เป็นสัญลักษณ์ว่าสงครามในอิหร่านอาจใกล้ยุติลงแล้วหรือไม่ และกำหนดการใหม่สำหรับการเดินทางไปจีนของทรัมป์หมายความว่าสหรัฐฯ คาดหวังว่าสงครามจะจบลงภายในกลางเดือนพฤษภาคมหรือไม่
"เราประเมินอยู่เสมอว่าประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ดังนั้นคุณลองคิดดูเอาเอง " ลีวิตต์ตอบ ตามรายงานของซีเอ็นบีซี
นายหลี่ระบุว่า การที่สหรัฐฯ กำหนดกรอบเวลาการเยือนที่แน่นอนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์มองความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับจีนในแง่บวกอย่างมาก รวมถึงมองว่าจะบังเกิดผลดีมากขึ้น
การเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เสถียรภาพ และการปรับปรุงรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายล้วนยินดี นายหลี่เสริม
ทรัมป์เคยเยือนจีนในปี 2560 ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ที่มา : โกลบอลไทมส์