ความพยายามของทรัมป์ที่จะกดดันให้อิหร่านยอมเจรจายุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 สัปดาห์แล้ว ยังคงไปไม่ถึงไหนในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) โดยที่เตหะรานยืนกรานว่าไม่ได้มีการพูดคุยใดๆ กับวอชิงตันและก็ไม่มีแผนกระทำเช่นนั้นด้วย ขณะที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างยืนกรานเงื่อนไขข้อเรียกร้องต่างๆ ของตนเองอย่างแข็งกร้าว รวมทั้งตระเตรียมเวทีสำหรับการบานปลายยกระดับของศึกคราวนี้อีกรอบหนึ่ง จากการที่กำลังทหารสหรัฐฯอีกหลายพันนายกำลังเดินทางเข้าถึงภูมิภาคนี้ และอิหร่านเพิ่มการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้นอีก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในวันพฤหัสบดี (26) ขู่ให้อิหร่าน “แสดงความจริงจัง” เกี่ยวกับข้อเสนอยุติการสู้รบ โดยระบุในโพสต์ทางสื่อสังคม “ทรูธโซเชียบ” ของเขา อ้างอีกครั้งหนึ่งว่า อิหร่าน “ถูกทำลายย่อยยับในทางทหาร โดยมีโอกาสเป็นศูนย์ที่จะกลับมาได้” และ “กำลังอ้อนวอน” ขอทำข้อตกลง
อย่างไรก็ดี เขาก็บอกด้วยว่า พวกผู้เจรจาของอิหร่าน “มีความแตกต่างและ ‘แปลกประหลาด’มาก” และกล่าวต่อไปว่า “พวกเขาควรหันมาจริงจังโดยเร็วได้แล้ว ก่อนที่มันจะสายเกินไป เพราะทันทีที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น มันก็จะไม่มีการหวนกลับ และมันจะไม่สวยงามเลย”
โพสต์ของเขาคราวนี้ เป็นการสำทับสิ่งที่เขากล่าวเมื่อคืนวันพุธ (25) ในงานระดมทุนให้แก่พรรครีพับลิกัน ซึ่งเขาอ้างเรื่องที่เขาพูดมาสองสามวันแล้วว่า สหรัฐฯกับอิหร่านกำลังมีการเจรจาหยุดยิงจริงๆ ทั้งนี้ เขาพูดเพิ่มเติมด้วยว่า ทางผู้เจรจาของอิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่ไม่กล้าพูดออกมาเช่นนั้น เพราะกลัวถูกฆ่าจากพวกในอิหร่านซึ่งไม่พอใจ
ท่าทีเหล่านี้ของทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่ความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและทางด้านมนุษยธรรมจากการสู้รบครั้งนี้กำลังเพิ่มทวีขึ้นทวี จากการที่ภาวะขาดแคลนน้ำมันและก๊าซกำลังแผ่ลามไปทั่วโลก ทำให้ธุรกิจต่างๆ และประเทศทั้งหลายสาละวนยุ่งเหยิงกับการหาทางควบคุมผลกระทบ
ถึงแม้ดูจะเห็นชัดว่ายังไม่น่าจะมีการเจรจากันโดยตรงระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน แต่รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานระบุว่า “การพูดจาทางอ้อม” ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านกำลังเกิดขึ้นมา โดยใช้วิธีส่งข้อความผ่านทางคนกลางอย่างปากีสถาน และชาติอื่นๆ เป็นต้นว่าตุรกีและอียิปต์
ทว่ารัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี ของอิหร่าน บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้หมายถึงการเจรจากัน “มีข้อความกำลังถูกส่งมาโดยผ่านพวกประเทศเพื่อนมิตรของเรา และเราก็กำลังตอบไปโดยเน้นย้ำจุดยืนของเราหรือส่งคำเตือนที่จำเป็นไป อย่างนี้ไม่เรียกว่าการเจรจาหรือการสนทนาหรอก” อารักชีระบุในการแถลงที่มีการเผยแพร่ทางทีวีในคืนวันพุธ (25)
“ณ ปัจจุบัน นโยบายของเราคือทำการต่อต้านศัตรูและป้องกันประเทศต่อไป และเราไม่มีเจตนาใดๆ ที่จะทำการเจรจา” เขาย้ำ
ถึงแม้คำพูดของอารักชีครั้งนี้ บ่งชี้อยู่บ้างว่าเตหะรานมีความปรารถนาที่จะเจรจาเพื่อยุติสงครามถ้าหากมีการยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องต่างๆ ของฝ่ายอิหร่าน แต่การเจรจาให้เกิดผลเช่นนั้นน่าที่จะเป็นเรื่องลำบากมาก เมื่อพิจารณาจากจุดยืนของทั้งสองฝ่ายซึ่งยังคงอยู่ในอาการต้องการตั้งข้อเรียกร้องระดับสูงสุด
ในข้อเสนอ 15 ข้อเพื่อยุติการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้ ที่ถูกระบุว่ามีข้อเสนอของฝ่ายสหรัฐฯนั้น มีข้อเรียกร้องจำนวนมากตั้งแต่การให้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ และลดทอนโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ไปจนถึงการยินยอมส่งมอบอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ตามการบอกเล่าของพวกแหล่งข่าวและรายงานต่างๆ จำนวนมากที่มีเผยแพร่ออกมา
ส่วนในอีกด้านหนึ่ง สถานีเพรสทีวีของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านก็มีข้อเสนอของตัวเอง 5 ข้อ ซึ่งรวมถึงการรับประกันว่า อเมริกาและอิสราเอลจะไม่โจมตีอิหร่านอีก รวมทั้งจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม นอกจากนั้นเตหะรานยังต้องการให้นานาชาติยอมรับอำนาจของตนในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แหล่งข่าวในตะวันออกกลาง 6 รายเสริมว่า อิหร่านยังเรียกร้องให้รวมเลบานอนในข้อตกลงหยุดยิงด้วย
วันพฤหัสฯ (26) แหล่งข่าววงในคนหนึ่งในปากีสถานเผยว่า อิสราเอลได้ลบชื่ออารักชี และโมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จากรายชื่อเป้าสังหาร หลังจากปากีสถานร้องขอกับวอชิงตันว่า ถ้าไม่มีสองคนนี้ก็จะไม่เหลือใครให้เจรจาอีก
ก่อนหน้านี้ วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า อิสราเอลยอมลบชื่ออารักชีและคอลิบาฟออกจากรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่ต้องกำจัดเป็นการชั่วคราว 4-5 วัน ขณะที่อเมริกากำลังหาช่องทางเจรจาสันติภาพ
ทางด้านนานาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ แถลงเมื่อวันพุธว่า โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่สงครามจะขยายวงกว้างขึ้นในตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการทำให้สถานการณ์ลุกลามและเริ่มต้นกระบวนการทางการทูต
ส่วนที่ปักกิ่ง วันพฤหัสฯ (26) หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างเงื่อนไขที่ปูทางสู่การเจรจาสันติภาพที่จริงใจและมีนัยสำคัญ
ฝ่ายทหารมะกันอวดผลงาน
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการของกองบัญชาการด้านกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า อเมริกาโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 10,000 เป้าหมาย และมีความคืบหน้าตามแผนการทำลายศักยภาพของอิหร่านในการขยายอิทธิพลนอกประเทศ
เขายังอวดว่า เรือขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรืออิหร่าน 92% ถูกทำลายไปแล้ว ขณะที่การปล่อยโดรนและยิงขีปนาวุธลดลงกว่า 90% อเมริกาและอิสราเอลยังทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดรน และอู่ต่อเรือ 2 ใน 3 ของอิหร่าน
นอกจากนั้น เขายังพูดเรื่องหมู่เรือยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ ที่นำโดยเรือโจมตียกพลขึ้นบก “ยูเอสเอส ทริโปลี” พร้อมนาวิกโยธิน 2,500 นาย กำลังจะไปถึงตะวันออกกลางในเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับทหารอย่างน้อย 1,000 นายจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 ที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า หมู่เรือโจมตียกพลขึ้นบกอีกหมู่หนึ่งที่นำโดย เรือยูเอสเอส บ็อกเซอร์ ซึ่งปกติประจำการอยู่ที่เมืองซานดิเอโก, สหรัฐฯ ก็ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนกำลังไปยังตะวันออกกลางแล้วเช่นกัน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวฟารส์และสำนักข่าวทัสนิมซึ่งล้วนใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน รายงานโดยอ้างอิงการเปิดเผยของโมฮัมมาเดรซา เรซาอี คูชี สมาชิกรัฐสภาอิหร่านว่า สภากำลังดำเนินการเพื่อให้มีการกำหนดกระบวนการเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ
การที่เตหะรานปิดช่องแคบดังกล่าว รวมทั้งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งติดจรวด และจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันเบรนต์ในช่วงเช้าวันพฤหัสฯ เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามกว่า 40%
บอริส พิสโตเรียส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวเมื่อวันพฤหัสฯ ระหว่างเยือนออสเตรเลียว่า สงครามครั้งนี้เป็นหายนะสำหรับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน
ไร้แววหยุดยิง
ท่ามกลางความหวังริบหรี่ในการเจรจาหยุดยิง สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยังคงเดือดไม่แผ่ว รายงานระบุว่า เสียงไซเรนดังระงมในบางพื้นที่ของเทลอาวีฟและเมืองอื่นๆ ตอนกลางของอิสราเอล นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดในเยรูซาเลม โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน
ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 3 คนจากกระสุนลูกปรายที่ร่วงลงมาจากการสกัดขีปนาวุธลูกหนึ่งเหนืออาบูดาบีเมื่อวันพฤหัสฯ ขณะที่กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียแถลงว่า ได้สกัดโดรนหลายลำเหนือจังหวัดอีสเทิร์น
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านตั้งแต่เช้าวันพฤหัสฯ โดยมีการโจมตีอย่างหนักรอบเมืองอิสฟาฮานที่เป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศสำคัญ และหนึ่งในโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกอเมริกาโจมตีเมื่อกลางปีที่แล้ว
(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์)