คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต วัย 39 ปี ยืดอกรับความพ่ายแพ้ต่อ อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ นักสู้ฟอร์มแรง วัย 22 ปี จากรัสเซีย ในศึกใหญ่ประจำไตรมาสแรกของปี ONE ลุมพินี 147 เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวยืนยันว่ากำลังใจยังดี พร้อมกลับมาพิสูจน์แกร่งให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้ง
ไฟต์นี้ น้องโอ๋ มองว่าตนทำได้ตามแผน แม้จะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างชัดเจนและต้องแบกน้ำหนักขึ้นชก ก่อนพลาดโดนหมัดชุดของ อัสซาดูลาห์ กดร่วงลงไปนอนคาพื้นเวที พ่ายน็อกเอาต์ไปในยกที่ 2 อย่างไรก็ตามแชมป์รุ่นนี้ยังคงสถานะแชมป์ว่าง ต่อไป เนื่องจากนักสู้จากแดนหมีขาวทำน้ำหนักไม่ผ่านเกณฑ์
“ยกแรกทีมงานมองว่าผมทำได้ดีเลย เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เมื่อพักยกก็ยังย้ำให้ชกในรูปแบบเดิมและคอยจับจังหวะอีกสักยก แต่ต้องเพิ่มการออกอาวุธให้มากขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ เร่งเครื่องในช่วงที่เหลือ” น้องโอ๋ กล่าว
“แต่จังหวะที่โดนปิดเกมยก 2 ผมจำได้แค่ว่าโดนถีบเข้าที่ลำคอ ตอนนั้นก็พยายามตั้งการ์ดแล้วสวนกลับทันที แต่หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปเลย ต้องยอมรับว่าเป็นจังหวะของเกมด้วย และต้องให้เครดิตกับทาง อัสซาดูลาห์ เพราะเขาช่วงชกยาวกว่า มองเห็นจังหวะชัดเจน และหาช่องเข้าทำได้ดีกว่า”
“ตอนที่โดนน็อกลงไป ผมไม่รู้สึกตัวเลย มามีสติอีกทีตอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว ยังถามแฟนว่า ‘พี่ชกเสร็จหรือยัง?’ และ ‘ผลออกมาเป็นยังไงบ้าง?’ แต่คุณหมอเช็กร่างกายอย่างละเอียดทั้งสแกนสมองและตรวจทุกอย่างแล้ว ยืนยันว่าปกติดี แฟนมวยไม่ต้องเป็นห่วงครับ” อดีตแชมป์โลกชาวไทย เผยถึงไฟต์ที่ผ่านมา
ความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้แฟนมวยเป็นห่วงอนาคตบนเส้นทางการต่อสู้ของ “น้องโอ๋” ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพราะในวัยเข้าใกล้เลข 4 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยืนระยะอยู่ในการแข่งขันระดับสูงแบบนี้ได้ อย่างไรก็ตาม “น้องโอ๋” ยืนยันเสียงแข็งว่าตนยังมีกำลังใจดี และพร้อมกลับมาสู้ใหม่บนสังเวียนอย่างแน่นอน
“ข้อดีของผมคือมีทีมที่แข็งแกร่งอยู่รอบตัว ทุกคนคอยให้กำลังใจ ปลอบใจ และผลักดันให้กลับมาสู้ใหม่ ทำให้ผมฟื้นตัวเร็วขึ้น ผมพร้อมเปิดใจรับทุกคำติชม เพื่อนำไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นครับ” น้องโอ๋ กล่าวเสริม
“ผมอยากย้ำว่าอายุเป็นแค่ตัวเลข ถ้าดูแลร่างกายดี ซ้อมถึง และสภาพจิตใจพร้อม เราก็พร้อมขึ้นเวทีแบบเต็มร้อย ส่วนการเจ็บตัวเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ผมยังมั่นใจว่ายังไปต่อได้ครับ”
“จากนี้ผมอาจต้องพิจารณาเลือกรับรายการให้รอบคอบขึ้น อย่างไฟต์ที่เจอกับ อัสซาดูลาห์ ที่จริงผมไม่ต้องขึ้นชกก็ได้เพราะเขาทำน้ำหนักไม่ได้ตามที่ตกลง แต่เมื่อมีโอกาสชิงแชมป์โลกผมก็ต้องคว้าเอาไว้ รวมถึงไม่อยากให้ทาง ONE เสียรายการด้วย เราเป็นนักสู้มืออาชีพต้องพิจารณาหลายส่วนก่อนขึ้นชกแต่ละไฟต์ครับ”
นอกจากนี้ “น้องโอ๋” ยังเผยว่าได้รับกำลังใจที่ดีจาก บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ซึ่งพร้อมเปิดโอกาสให้ตนได้กลับมาล่าความสำเร็จในรายการอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตนแล้วว่าจะสามารถกลับมาแข็งแกร่ง พิสูจน์ความเป็น “ราชันฆ่าไม่ตาย” ให้ทุกคนได้เห็นหรือไม่
“หลังชก พี่ชาตรี ส่งข้อความมาบอกว่ายังมีรายการให้ขึ้นชกต่อเนื่องเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขาเป็นห่วง อยากให้ผมพักฟื้นร่างกายให้เต็มที่ก่อนสัก 2-3 เดือน”
“ถ้าผมพร้อมเมื่อไหร่ก็กลับมาได้เลย และถ้าผมเก็บชัยชนะได้อีก 2-3 ไฟต์ ก็อาจได้โอกาสขึ้นชิงเข็มขัดอีกครั้ง นี่เป็นกำลังใจสำคัญ ทำให้ผมพร้อมกลับมาสู้ต่อเต็มที่ จากนี้ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทุกไฟต์ครับ”
“คำว่า ‘ราชันฆ่าไม่ตาย’ หมายถึงคนที่ไม่เคยยอมแพ้ ไม่ว่าจะต้องล้มอีกสักกี่ครั้ง ผมจะลุกขึ้นมาสู้เหมือนเดิม”
“อยากฝากถึงแฟนมวยทุกคนที่คอยติดตามและเชียร์ผม กีฬามันก็แบบนี้ มีแพ้มีชนะ แต่ผมยังสนุกกับมัน ยังรักในกีฬามวยไทย และชอบความท้าทาย ผมจะสู้ต่อไป ทำผลงานให้ดีที่สุด ฝากทุกคนรอติดตาม และผมพร้อมใส่เต็มที่เหมือนเดิมครับ” นักชกจาก จ.สกลนคร ปิดท้าย