“บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ สู้อย่างเต็มที่ คว้ารองแชมป์อาเซียน ปิดฉากศึกสองล้อทางไกลสตรีนานาชาติ “วีเมนส์ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” สำหรับแชมป์ตกเป็นของ วาเลริยา ซาคาร์คินา นักปั่นทีมจีเอ็นซี-ฟิงซ์ เกิร์ล พาวเวอร์ ของจีน ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ ขณะที่ เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม คว้าแชมป์อาเซียนและได้รางวัลชนะเลิศเจ้าความเร็ว
การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “วีเมนส์ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน 2569 โดยใช้เส้นทางในจังหวัดหนองคาย ระยะทางรวม 297.10 กิโลเมตร
สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันสเตจที่ 3 (สเตจสุดท้าย) เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ลานพญานาค (ลานวัฒนธรรมเบิ่งเวียง) อำเภอศรีเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมในพิธี
นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดหนองคายขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ที่เลือกจังหวัดหนองคายเป็นพื้นที่จัดการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดหนองคาย รวมถึงได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามและวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมา ถนนในอำเภอต่าง ๆ ที่ใช้แข่งขันก็มีความพร้อม ประชาชนสามารถมาปั่นตามรอยนักกีฬาได้ และเป็นโอกาสดีที่ทำให้จังหวัดหนองคายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นผ่านการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลก ประการสำคัญเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดหนองคายให้ดีขึ้น
การแข่งขันสเตจที่ 3 เส้นทางเริ่มต้นจากลานพญานาค (ลานวัฒนธรรมเบิ่งเวียง) อำเภอศรีเชียงใหม่ ไปตำบลกองนาง-อำเภอท่าบ่อ-ตำบลปะโค กลับมาเข้าเส้นชัยที่หน้าสนามกีฬากลางจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 81.90 กิโลเมตร ซึ่งพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ร่วมมอบรางวัลให้แก่นักกีฬา
ผลการแข่งขันนักปั่นเข้าเส้นชัยมาเป็นกลุ่มใหญ่เช่นเดิม โดยแชมป์ประจำสเตจที่ 3 เป็นของ เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม, อันดับ 2 “บีซ” ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง, อันดับ 3 หนิง ซู นักปั่นทีมบอดี้แรป แอลทู วีเมนส์ ของจีน ด้วยเวลา 01.54.37 ชั่วโมงเท่ากัน
ด้านรางวัลเจ้าความเร็ว หรือ Intermediate Sprints จุดที่ 1 (IS1) ได้แก่ ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ส่วน IS2 เป็นของ เยลิซาเวตา สคลียาโรวา นักปั่นทีมชาติคาซัคสถาน พร้อมกับคว้ารางวัลนักกีฬาบู๊ยอดเยี่ยม (Most Combative Rider) ไปครองอีกตำแหน่ง
สรุปรางวัลชนะเลิศผู้นำเวลารวมเป็นของ วาเลริยา ซาคาร์คินา นักปั่นทีมจีเอ็นซี-ฟิงซ์ เกิร์ล พาวเวอร์ ของจีน ด้วยเวลา 7.13.07 ชั่วโมง ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมได้รับ “เสื้อเหลือง”, อันดับ 2 ฉีเมิ่ง จู นักปั่นทีมหลี่หนิง สตาร์ เลดี้ส์ ของจีน ตามหลังผู้นำ 4 วินาที, อันดับ 3 เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม ตามหลังผู้นำ 12 วินาที ส่วน ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้อันดับ 4 เวลารวม ตามหลังผู้นำ 13 วินาที
รางวัลชนะเลิศนักปั่นยอดเยี่ยมอาเซียน ได้แก่ เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม เวลารวม 7.13.19 ชั่วโมง ได้ครอง “เสื้อม่วง” ตามคาด, อันดับ 2 ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง เวลารวม 7.13.20 ชั่วโมง, อันดับ 3 เอลิซาเบธ เลอ หมิน เหลียว นักปั่นทีมชาติสิงคโปร์ เวลารวม 7.13.34 ชั่วโมง, รางวัลชนะเลิศผู้นำคะแนนรวมเจ้าความเร็ว เป็นของ เหงียน ทิ ทัต ได้ครอง “เสื้อเขียว” อีก 1 ตัว
รางวัลชนะเลิศประเภททีมเวลารวม ได้แก่ ทีมหลี่หนิง สตาร์ เลดี้ส์ ของจีน เวลารวม 21.40.27 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมจีเอ็นซี-ฟิงซ์ เกิร์ล พาวเวอร์ ของจีน เวลารวม 21.40.27 ชั่วโมง, อันดับ 3 ทีมชาติอินโดนีเซีย เวลารวม 21.40.45 ชั่วโมง, รางวัลชนะเลิศประเภททีมอาเซียน ได้แก่ ทีมชาติอินโดนีเซีย เวลารวม 21.40.45 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมสแตนดาร์ด อินชัวรันซ์ ของฟิลิปปินส์ เวลารวม 21.40.45 ชั่วโมง, อันดับ 3 ทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง เวลารวม 21.40.45 ชั่วโมง ทั้งนี้ พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ มอบเงินอัดฉีดให้แก่ทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง จำนวน 200,000 บาท ส่วนผลการแข่งขันทั้งหมดติดตามได้ที่ www.tourofthailand.in.th
หลังจบการแข่งขัน พลเอกเดชา เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมของการแข่งขันทั้งหมดถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาก็น่าพอใจทั้งประเภททีมชายและประเภททีมหญิง นักกีฬาเราเจอศึกหนักมาหลายรายการ และสภาพร่างกายของจุฑาธิปก็ไม่สมบูรณ์ แต่ก็มาสปรินท์หน้าเส้นชัยและคว้าเจ้าความเร็วได้ทุกสเตจ เมื่อจบการแข่งขันจุฑาธิปแพ้ เหงียน ทิ ทัต เพียงแค่ 1 วินาที ก็ได้รองแชมป์อาเซียน หลังจากนี้จะให้นักปั่นพักผ่อนช่วงสงกรานต์ และก็จะพิจารณาพื้นที่ฝึกซ้อมสำหรับเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น อาจจะเป็นที่เขาใหญ่ทางฝั่งจังหวัดนครนายกหรือทางฝั่งอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ส่วนจุฑาธิปหากเส้นทางประเภทถนนที่เมืองนาโกยาเป็นทางขึ้นเขาก็จะให้ไปแข่งขันประเภทลู่ในรายการพอยน์เรซแทน
ด้าน จุฑาธิป กล่าวว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะคว้าแชมป์สเตจสุดท้ายนี้ให้ได้ แต่ด้วยความที่เราซ้อมไม่มากพอ และ เหงียน ทิ ทัต ก็แข็งแรงมาก พวกเราทุกคนรู้ว่าเป็นรอง แต่ก็ทำหน้าที่และสู้อย่างเต็มที่แล้ว ทำให้ขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ของสเตจ และได้ที่ 2 ของอาเซียน หลังจากนี้ก็จะพักร่างกายแล้วกลับมาแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยฯ ประจำปี 2569 สนามที่ 4 ที่จังหวัดจันทบุรี แล้วก็จะเก็บตัวเพื่อแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
สำหรับการแข่งขันรายการต่อไปที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะจัดขึ้นคือการแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2569 สนามที่ 4 ที่เทศบาลตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2569 นักกีฬาสามารถสมัครแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันพุธที่ 22 เมษายน ก่อนเวลา 12.00 น. หรือสมัครได้ที่กองอำนวยการจัดการแข่งขันที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน เวลา 11.00-16.00 น. โดยติดตามรายละเอียดที่เฟซบุ๊กของสมาคมฯ Thailand Cycling Association หรือสอบถามได้ที่ โทร.0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ