เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ วานนี้(6 เม.ย)สนทนากับลูกเรือ Artemis II ที่กำลังเดินทางมุ่งหน้ากลับโลกถามรู้สึกยังไงช่องทางสื่อสารยาน Orion โดนตัดขาดจากโลกนานถึง 40 นาทีระหว่างอยู่ในอวกาศ เชิญลูกเรือมาทำเนียบขาวที่สร้างความสำเร็จให้กับมวลมนุษยชาติกลายเป็นคนกลุ่มแรกสามารถเดินทางไปถึงด้านมืดของดวงจันทร์ได้สำเร็จและเอาชนะยานอพอลโล 13 ที่เดินทางไกลจากโลกได้ไกลกว่าโดยมีระยะทางไกลสุดของการเดินทางที่ 252,757 ไมล์เทียบกับของยานอพอลโล 13 ที่248,655 ไมล์
บีบีซีของอังกฤษรายงานวันนี้(7 เม.ย)ว่า ลูกเรือภารกิจ Artemis II ของ NASA สร้างสถิติใหม่กลายเป็นมนุษย์อวกาศที่สามารถเดินทางไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทุบสถิติเหนือยานอพอลโล 3 ที่ออกเดินทางออกนอกโลกไปเมื่อปี 1970 เดินทางไกลจากโลกไปราว 248,655 ไมล์ แต่ยาน Orion เดินทางออกไปไกลกว่าราว 4,102 ไมล์โดยมีระยะทางไกลสุดของการเดินทางที่ 252,757 ไมล์ในเวลา 18.07 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯเมื่อวันจันทร์(6)
ในการเดินทางท่องอวกาศครั้งใหม่นี้พบว่าลูกเรือ Artemis II ได้เข้าสู่อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ที่หมายความว่า ยานรู้สึกว่าแรงดึงดูดจากดวงจันทร์นั้นแรงมากกว่าแรงดึงดูดจากดาวเคราะห์โลก
โดยเมื่อนักบินอวกาศสหรัฐฯของ NASA จำนวน 3 คนประกอบด้วย นักบินอวกาศหญิงคนแรกของนาซาได้แก่ คริสตินา โคค(Christina Koch) และนักบินอวกาศแอฟริกันอเมริกันคนแรก วิคเตอร์ โกลฟเวอร์(Victor Glover)
ส่วนผู้บัญชาการมิสชันคือ รีด ไวซ์แมน (Reid Wiseman) อดีตนักบินกองทัพเรือสหรัฐฯและกัปตันนักบินเทสต์ไฟลท์
และนักบินอวกาศแคนาดา เจรามี แฮนเซน (Jeremy Hansen) เดินทางเข้าร่วมกลายเป็นนักบินอวกาศแคนาดาคนแรกที่จะเดินทางไปดวงจันทร์
บีบีซีรายงานว่า เมื่อคนทั้งหมดตื่นขึ้นในวันนี้ พวกเขาได้ฟังข้อความสุดพิเศษจากผู้บัญชาการยานอพอลโล 13 จิม เลิฟเวลล์(Jim Lovell) ที่ได้บันทึกไว้ก่อนเขาเสียชีวิตในปีที่แล้วมีใจความว่า
“ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่จะส่งผ่านคบเพลิงนี้ไปให้พวกคุณ”
ทั้งจีนและอินเดียต่างส่งยานไร้มนุษย์มาที่ด้านมืดของดวงจันทร์ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อถ่ายภาพ แต่ทว่ากลายเป็นครั้งแรกสำหรับมนุษย์ที่จะได้เห็นภาพด้านมืดของดวงจันทร์หรือในอีกชื่อคือด้านไกลของดวงจันทร์ด้วยตัวเอง
โดยในขณะที่ยาน Orion ของ NASA ได้โคจรผ่านด้านหลังของดวงจันทร์ไปเมื่อเวลา 23.47 น.ตามเวลาของอังกฤษในวันจันทร์(6) หรือเทียบเท่ากับเวลา 18:47 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ สัญญาณคลื่นวิทยุและเลเซอร์ที่เป็นช่องการสื่อสารการติดต่อระหว่างยานอวกาศและหอบังคับการฮูสตันในสหรัฐฯโดนตัดไปจากการที่มีดวงจันทร์ขวางกั้น
ส่งผลทำให้มนุษย์อวกาศที่อยู่บนยานที่อยู่ในวงโคจรดวงจันทร์ไม่สามารถติดต่อโลกได้นานถึง 40 นาที
ซึ่งถึงแม้ว่าทีมวิศวกรจะรู้ในข้อนี้ดี แต่ทว่าเมื่อช่องทางการสื่อสารปิดลงชั่วคราว บรรยากาศความตรึงเครียดเกิดขึ้นไปทั่ว สื่ออังกฤษชี้
และกลายเป็นความโล่งใจอย่างแรงอีกครั้งท่ามทกลางเสียงเฮลัานเมื่อการสื่อสารได้กลับคืนมาระหว่างกันอีกครั้ง
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษของภารกิจ นักบินอวกาศหญิง คริสตินา โคค พูดติดต่อกับหอบังคับการพื้นโลกเป็นครั้งแรกว่า “ฮูสตัน ความถูกต้อง ตรวจสอบการสื่อสาร”
และเสริมว่า “มันวิเศษมากที่ได้ยินจากโลกอีกครั้ง”
ทั้งนี้ดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ 2 จากดวงอาทิตย์และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของระบบสุริยจักรวาลของเรา โดยเพิ่มไม่กี่นาทีก่อนหน้า หอควบคุมภารกิจไปดวงจันทร์ ได้ยืนยันว่า จุดเล็กที่เห็นระหว่างการถ่ายทอดไลฟ์สดของ NASA นั้นเป็นดาวศุกร์
ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นผู้ผลักดันให้อเมริกากลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้งหลังก่อนหน้าสหรัฐฯมุ่งมั่นต่อการเดินทางไปดาวอังคารได้มีโอกาสพูดคุยกับนักบินอวกาศ NASA ทั้ง 4 คนเป็นเวลาสั้นๆ
กลายเป็นภาพที่ฮือฮาเมื่อไมโครโฟนลอยอยู่ตรงหน้านักบินอวกาศทั้ง 4 ระหว่างยาน Orion กำลังมุ่งหน้ากลับโลก ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมนักบินอวกาศทั้งหมดต่อความสำเร็จครั้งสำคัญ
พร้อมกันนี้ยังได้เชิญทั้งหมดในฐานะแขกผู้มีเกียรติของทำเนียบขาวเดินทางมาพบเขาที่ทำเนียบหลังร่อนลงถึงพื้นโลกแล้ว ผู้นำสหรัฐฯกล่าวอย่างติดตลกว่า ตัวเขาเองน้อยครั้งที่ขอลายเซ็นจากใคร แต่ทว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ร้องขอลายเซ็นจากนักบินอวกาศทั้ง 4 ที่สามารถพิชิตการเดินทางไปดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 21 ได้สำเร็จ
บีบีซีรายงานว่า ทรัมป์ได้ตั้งคำถามคาใจต่อลูกเรือยาน Orion ว่าคนเหล่านั้นรู้สึกอย่างไรเมื่อสูญเสียสัญญาณการติดต่อจากโลก
“พวกคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อจู่ๆก็ไม่มีการสื่อสารเลย?” ผู้นำสหรัฐฯถาม
นักบินอวกาศสหรัฐฯผิวสีคนแรก วิคเตอร์ โกลฟเวอร์ ตอบว่า “ก็อธิษฐานนิดหน่อย” แต่ต้องทำงานเพื่อบันทึกการสังเกตทางวิทยาศาสตร์สำหรับด้านที่ไกลของดวงจันทร์
“พวกเรายุ่งกันที่นี่และทำงานอย่างหนักมากและผมต้องขอพูดว่ามันดีมากๆ” เขาเสริม