xs
xsm
sm
md
lg

ไปไม่รอด!สื่อแฉอียูเพิ่มนำเข้าLNGจากรัสเซีย แม้ปากบอกจะเลิกพึ่งพลังงานมอสโก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อียู ซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ของรัสเซีย เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 แม้เคยยืนกรานว่าจะค่อยๆลดจนถึงขั้นเลิกพึ่งพลังงานรัสเซีย ในช่วงสิ้นปีหน้า

อ้างอิงข้อมูลจาก Kpler แหล่งข้อมูลอัจฉริยะและการวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกแบบเรียลไทม์ที่เชื่อถือได้ พบว่าอียูนำเข้าจากโครงการ Yamal LNG ในไซบีเรีย ของรัสเซีย เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบเป็นรายปี เป็น 5 ล้านตันในไตรมาส 1 โดยที่อียูใช้จ่ายเงินในการนำเข้าก๊าซ LNG ดังกล่าวไปประมาณ 2,900 ล้านยูโร อียูรับสินค้าไปแล้ว 69 จาก 71 รายการ หรือ 97% ในนั้น 25 รายการเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมเดือนเดียว ขณะช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 อียูรับสินค้า LNG จากรัสเซีย เพียง 59 จาก 68 รายการ

เซบาสเตียน โรเอตเตอร์ส นักเคลื่อนไหวของกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม Urgewald ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์ส ว่า "การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่าพวกผู้ซื้อยุโรป ไม่มีท่าทีที่จะหยุดซื้อ LNG ของรัสเซียเลย"

รายงานข่าวนี้มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจาก แดน จอร์เกนเซน คณะกรรมาธิการด้านพลังงานของอียู เน้นย้ำว่าสหภาพยุโรปจะไม่ทบทวนแผนแบนนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย โดยที่อุปทานก๊าซ LNG กำหนดให้สิ้นสุดลงในช่วงสิ้นปี 2026 และการนำเข้าก๊าซผ่านท่อลำเลียงกำหนดให้ยุติในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2027

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์สเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาบอกว่าจะไม่มีการแก้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าทางกลุ่มอียูกำลังเตรียมการรับมือกับกรณีเลวร้ายสุด ในนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ในการปันส่วนพลังงาน ท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายอันเนื่องจากสงครามที่สหรัฐฯและอิหร่าน เปิดศึกกับอิหร่าน

ความขัดแย้งก่อความปั่นป่วนอย่างหนักแก่กระแสพลังงานที่ไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก ขณะเดียวกันเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ได้ผลักให้ราคา LNG พุ่งสูงเกือบเท่าตัว ทั้งในตลาดเอเชียและยุโรป แม้มันปรับลดลงมาหลังมีข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 8 เมษายน แต่ก็ยังสูงกว่าระดับก่อนหน้าความขัดแย้ง

ท่าทีของบรัสเซลส์ในด้านพลังงานรัสเซีย กระตุ้นเสียงเตือนจากสมาชิกอียูบางชาติ ในนั้นรวมถึง วิคตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ที่บอกว่า "ยุโรปกำลังมุ่งหน้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดหนหนึ่งในประวัติศาสตร์" พร้อมยืนกรานว่าทางออกเดียวคือต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานพลังงานรัสเซีย

คิริล ดมิทริเยฟ ทูตพิเศษของวังเครมลิน สะท้อนคำเตือนแบบเดียวกัน ระบุว่า "ยุโรปและอังกฤษจะอ้อนวอนของพลังงานจากรัสเซีย ในขณะที่วิกฤตหนักหน่วงขึ้น" อ้างว่าอียูไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับภาวะช็อคทางพลังงาน สืบเนื่องจากไม่มีอุปทานพลังงานที่หลากหลาย อันเนื่องจากทัศนคติต่อต้านรัสเซีย อุดมการณ์สีเขียวและแนวคิด Woke พร้อมคาดหมายว่ายุโรปจำเป็นต้องมีรัสเซีย เพื่อความอยู่รอด

(ที่มา:อาร์ทีนิวส์/ไฟแนนเชียลไทม์ส)