xs
xsm
sm
md
lg

รอง ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มสงกรานต์ บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก จับกุม "ไม่สวมหมวกนิรภัย" สูงสุดกว่า 3 หมื่นครั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.
รอง ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะประชุมศูนย์ฯ สงกรานต์ 2569 สั่งเข้มบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก หลัง 2 วันแรกพบ “ไม่สวมหมวกนิรภัย” พุ่งสูงสุดกว่า 3.4 หมื่นครั้ง เน้นลดพฤติกรรมเสี่ยง-ยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ พร้อมกำชับผู้ขับขี่เช็กรถ-ต่อภาษี-ทำพ.ร.บ. ก่อนเดินทาง

วันนี้ (12 เม.ย.) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุมการขับเคลื่อนการปฏิบัติในการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ในช่วง 2 วันของการควบคุมเข้มข้น วันที่ 10-11 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีการบังคับใช้กฎหมายข้อหาสำคัญที่เป็นปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะข้อหาเน้นหนัก 5 ข้อหา พบว่าข้อหาที่มีผู้กระทำผิดสูงสุด คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย 34,816 ครั้ง รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกิดกฎหมายกำหนด 27,635 ครั้ง, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 8,581 ครั้ง, ขับรถขณะเมาสุรา 5,687 ครั้ง ซึ่งตรวจพบเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ จำนวน 57 ราย และขับรถย้อนศร 4,428 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมกันลดพฤติกรรมเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาล

พล.ต.อ.สำราญ สั่งการขับเคลื่อนบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลักที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อหา ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถย้อนศร เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน และลดจุดเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจ การแพทย์ฉุกเฉิน และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน สำหรับกรณีมีจุดเสี่ยงอยู่บนเส้นทางต้องแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า อาจใช้กรวยจราจร ตั้งไฟแจ้งเตือน ติดตั้งป้ายจราจร รวมถึงการจัดเตรียมรถฉุกเฉินหรือกู้ภัยในจุดที่เหมาะสม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ

รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะเตรียมพร้อมด้านร่างกาย ยานพาหนะ การทำประกันภัยภาคบังคับ และต่อภาษีรถตามกำหนด หากเกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองทั้งตนเองและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุ

พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากความห่วงใยถึงผู้ขับขี่ทุกท่าน ขอให้เตรียมความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและตรวจเช็กสภาพยานพาหนะก่อนออกเดินทาง และที่สำคัญคือต้องตรวจสอบการต่อภาษีประจำปี รวมถึงการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ให้เรียบร้อย เพื่อกรณีหากเกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองทั้งตนเองและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุ