xs
xsm
sm
md
lg

“จ๊ะ” รักษาพ่อหมด 10 ล้าน ฟังสวดเสร็จไปเล่นคอนเสิร์ตต่อ (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จ๊ะ นงผณี“ สุดแกร่งฟังสวดเสร็จไปเล่นคอนเสิร์ตต่อ พ่อสั่งเสียไว้ ถ้าเป็นอะไรอย่ายืดเยื้อให้ตั้งสติ อย่ายกเลิกงาน เปิดค่ารักษา 2 เดือนเกือบ 10 ล้าน"

กลายเป็นข่าวเศร้ารับสงกรานต์ สำหรับการจากไปของคุณพ่อ “ประดิษฐ มหาดไทย”วัย 68 ปี คุณพ่อของลูกทุ่งสาว “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย”หลังประสบอุบัติเหตุรถชน เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมา 2 เดือนกว่า โดยทางครอบครัวได้นำร่างของคุณพ่อ มาจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรม ณ บ้านเลขที่ 83 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ซึ่งภายหลังพิธีรดน้ำศพ เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา จ๊ะก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนทั้งน้ำตา เผยว่าครอบครัวได้มีเวลาทำใจมาก่อนแล้ว และคุณพ่อได้สั่งเสียไว้ตลอด ว่าวันหนึ่งพ่อก็ต้องตาย และหากว่าเป็นอะไรไป ก็ขออย่ายืดเยื้อและให้ตั้งสติ ส่วนตารางงานคอนเสิร์ตช่วงสงกรานต์ทั้งหมด ก็จะไม่มีการยกเลิก และจะไปสร้างความสุขให้ทุกคน ตามคำสอนของพ่อ

“คุณพ่อก็เสียตอนประมาณ 07:55 น. แต่จริงๆ แล้วเนี่ย คุณหมอบอกเราตั้งแต่วันที่ 4 เลย ว่าคุณพ่อเนี่ยจะอยู่ได้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ ให้ทำใจ เพราะว่าอาการของคุณพ่อคือเป็นที่สมองมันตาย เพราะพ่อผ่าตัดกะโหลกไป 2 รอบ ผ่าตัดสมอง 2 รอบ แล้วสมองเขาตายหมดเลย พอสมองตายเนี่ย สมองก็ไม่สั่ง อวัยวะมันจะค่อยๆ ถอยลงไป และพ่อก็เป็นโรคไตเสื่อมระยะ 3 ด้วย มันก็ยิ่งทำให้ไตมีของเสียเยอะ ขับของเสียออกไม่ได้”

“คุณหมอก็ถามเราว่าเราจะฟอกไตไหม เพราะถ้าฟอกไตแล้วอาการพ่อดีขึ้น จะต้องพาพ่อไปผ่าท้อง เพราะพ่อมีติดเชื้อในลำไส้ด้วยค่ะ เราก็เลยบอกว่า คุณหมอคะ คุณหมอคิดว่าการฟอกไตช่วยพ่อไหมืคุณหมอบอกว่าไม่ช่วยเลย เพราะมันไม่ได้ส่งผลเรื่องสมอง เพราะสมองพ่อตายไปแล้ว ถึงไตจะดีขึ้น วันนี้ฟอกไตได้ทุกวัน แต่อย่างอื่นก็จะค่อยๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นอะไรจะค่อยๆ ลดลง เราก็เลยบอกว่า งั้นเราไม่ฟอก แล้วเราก็ไม่ยื้อพ่อ เพราะสงสารเขา (เสียงสั่น)”

เผยครอบครัวเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่วันแรก
”จริงๆ ตั้งแต่วันแรกนะคะ ที่ทุกอาจารย์หมอ ทุกโรงพยาบาล จะบอกว่าเหลือ 1% นะ 5% นะ (เสียงสั่น) แล้วเขาก็จะบอกให้เราค่อยๆ ทำใจอยู่แล้ว แต่เราคิดว่า 1% 5% เราก็สู้ จนเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมานี่แหละค่ะ อาจารย์หมอบอกว่าร่างกายพ่อไม่ไหว เพราะรับยาไม่ได้แล้ว”

ปรึกษากับพี่สาว ช่วยกันทำให้แม่ตั้งสติได้
“คือเราปรึกษากับพี่สาวเป็นหลัก ว่าเราจะทำยังไงให้แม่ตั้งสติได้ ถามว่าเราตั้งสติได้ไหม เราได้ระดับหนึ่ง แต่เรายังห่วงแม่อยู่ ว่าอยากให้แม่คิดได้ อยากให้แม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ห่วงที่สุดคือแม่ ก็เลยปรึกษากับพี่สาว แล้วก็เอาแม่มาอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ แล้วก็ค่อยๆ บอกเขา ค่อยๆ พูดกล่อมเขาว่าคนเราอ่ะ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมดา”

เล่าพ่อเพิ่งพูดก่อนประสบอุบัติเหตุ เดี๋ยวพ่อก็ตายแล้ว พร้อมสั่งเสียว่าอย่าฟูมฟาย ให้ตั้งสติ
“แล้วพ่อเนี่ยก็สอนตลอด ตอนที่พ่อยังดีๆ เนี่ยนะคะ หนูเล็ก เดี๋ยวพ่อก็ตายแล้ว คือพ่อหนูเพิ่งพูดกับหนูเมื่อวันที่ 21 มกราคม วันที่ 22 บ้านหนูไหว้ครู พ่อหนูรถชนวันที่ 28 วันที่ 21 เนี่ย พ่อพูดกับหนูว่า หนูเล็ก เดี๋ยวพ่อก็ตายแล้ว ที่หนูย้อมผมให้พ่ออยู่ หนูบอกอ้าว…พ่อจะตายไปไหนเนี่ย พ่อบอกพ่อมีที่ของพ่อ หนูบอกแล้วพ่อไม่ห่วงหนูเหรอ เขาบอกไม่ห่วงแล้ว พ่อไม่ห่วงอะไรแล้ว พ่อมีที่ของพ่อ ทุกคนตายหมด พ่อแม่ก็ไม่ใช่ของเรา ตัวเราก็ไม่ใช่ของเรา ลมหายใจก็ไม่ใช่ของเรา แล้วพ่อก็จะพูดมาตลอดว่า ถ้าพ่อตาย หนูเล็กอย่าฟูมฟายนะ หนูเล็กต้องมีสติ แล้วห้ามจัดงานยืดเยื้อ เพราะพ่อรู้สึกว่าอยากให้ลูกใช้ชีวิต ให้ไปทำงาน”

เล่าพ่อน้ำตาไหลสองข้าง ตอนที่บอกขอบคุณ ทั้งที่สมองตายไปแล้ว
“คือพ่อหนูสมองตาย สมองมันสั่งงานไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่เวลาเราพูดบอกว่า พ่อหนูขอบคุณพ่อนะ ที่ให้หนูเกิดมา พ่อดูแลหนูดีมาก (เสียงสั่น) พ่อสอนให้หนูอดทน ขยัน และเก็บเงิน ขอบคุณพ่อนะ พ่อไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงอะไรเลย น้ำตาเขาไหลสองข้างเลย ทุกครั้งที่หนูพูดกับเขาว่า วันนี้หนูไปเล่นคอนเสิร์ตนะ หนูใช้ชีวิตเหมือนปกติที่เราอยู่กัน”

กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เกินคำว่าทุกข์ ใจสลายที่สุดตั้งแต่เกิดมา
“หนูว่าหนูเกินมาทำทุกข์ ชีวิตหนูเกิดมาเนี่ย ครั้งนี้เป็นครั้งที่หนูมีความรู้สึกว่า ใจหนูแตกสลายที่สุด เพราะหนูได้เห็นพ่อหนูตั้งแต่เกิดเหตุ พ่อหนูตอนแรกเขายังไม่หลับตา แต่เลือดพ่อหนูเต็มถนนเลย หนูก็ไปกอดพ่อ แล้วบอกพ่อใจเย็นๆ นะ รถกำลังมา พ่อใจเย็นๆ นะ รถกำลังมา แล้วตอนนั้นอยู่คนเดียว อยู่กับพ่อ แล้วก็บอกเขาว่าพ่อ หนูรักพ่อนะ เขาก็ค่อยๆ หลับตาลง คือภาพที่เขาเห็นหนูเป็นคนสุดท้าย ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ลืมตาเลย 2 เดือนกว่าๆ (ร้องไห้) ที่ผ่านมาเราเลยรู้สึกว่า อยากให้พ่อได้ลืมตามาก็ยังดีนะ มาเห็นแม่ เห็นพี่เป๊ก”

ไม่อยากให้มองว่ากตัญญูแล้วจะได้ดี เพราะความกตัญญูเป็นหน้าที่ของลูก
“จริงๆ ความกตัญญู จ๊ะบอกมาตลอด ว่าจ๊ะไม่อยากให้ใครดูจ๊ะเป็นตัวอย่าง ว่ากตัญญูแล้วจะได้ดี จริงๆ แล้วการเป็นลูก จ๊ะว่ามันคือหน้าที่ของเรา และพ่อแม่จ๊ะเลี้ยงดูจ๊ะมาอย่างดี พ่อแม่จ๊ะเกิดมาไม่มีเงิน เป็นคนจน (เสียงสั่น) แต่เลี้ยงดูลูกมา ส่งลูกเรียนได้ สอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคมได้ หนูเลยรู้สึกว่าหนูต้องตอบแทนพ่อกับแม่ให้ดีที่สุด”

พ่อสอนตลอดดังแค่ไหนก็ต้องไหว้ทุกคน ให้รักแฟนคลับเยอะๆ เพราะทุกคนมารอเรา
“คือพ่อเนี่ย ทุกวันนี้หนูเป็นศิลปินที่ไหว้ทุกคน เพราะพ่อจะพูดตลอด หนูเล็ก…คนที่ทำเวที หนูก็ต้องไหว้ ไม่ว่าหนูเล็กจะดังขนาดไหน ถ้าหนูเล็กไม่มีคนทำเวที หนูเล็กไม่มีเวทีหรอก ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และหนูเล็ก หนูเล็กต้องเห็นใจแฟนคลับเยอะๆ รักแฟนคลับเยอะๆ เพราะว่าหนูเล็กขึ้น 4 ทุ่ม เขาออกจากบ้าน 5-6 โมงเย็น และหนูเล็กเล่นเสร็จ เขาก็ต้องมารอถ่ายรูปอีก หนูเล็กให้เขาถ่ายรูปนะ หนูก็เลยเป็นศิลปินที่หนูถ่ายรูปมาตลอดสิบๆ ปี”

พ่อย้ำเสมอไม่ให้คืนงาน ไม่อยากให้คนจ้างเดือนร้อน และพ่อแม่อยู่สบายได้ ก็เพราะแฟนคลับ
“แล้วที่สำคัญ พ่อหนูไม่ได้ป่วยครั้งนี้ครั้งแรกนะ วันที่เขารู้สึกตัวที่เขาพูดได้ คือทุกครั้งที่พ่อแม่ป่วยเนี่ย หนูจะเป็นคนที่แบบอยากคืนงาน อยากอยู่กับพ่อกับแม่ พ่อจะพูดตลอด หนูเล็ก หนูเล็กไปทำงานนะ คนที่เขาจ้างหนูเล็กจะได้ไม่เดือดร้อน และคนที่มารอหนูเล็ก เขาอยากเจอหนูเล็กนะ หนูเล็กไปทำงาน (เสียงสั่น) ที่พ่อแม่มีโดยสบาย อยู่โรงพยาบาลดีๆ ได้ เพราะว่าหนูเล็กได้ทำงานตรงนี้ เพราะแฟนคลับ ทุกวันนี้ก็เลยไม่ว่าจะทุกข์ยังไง หนูก็จะไปร้องเพลงแล้วก็ไม่เอาความทุกข์ไปให้หน้าเวที เพราะพ่อบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา มันมีเกิด ก็ต้องมีตาย”

สงกรานต์ไม่ยกเลิก ยืนยันจะไปทุกงาน
“คือจริงๆ ตอนนี้จ๊ะไม่ได้มีหน้าที่ในการคุยกับเจ้าภาพโดยตรงนะคะ ก็จะเป็นพี่สาว แต่เราก็ยืนยันว่าเราไปทุกงาน และก็เต็มที่ทุกงาน เราจะไม่ร้องไห้บนเวที จริงๆ หนูร้องไห้บนเวทีแค่วันเดียว คือวันแรกเลย เพราะวันนั้นพ่อหนูเกิดเหตุก่อน 17.30 น. หนูพาพ่อไปโรงพยาบาลแรกตอน 6 โมงกว่า (เสียงสั่น) หนูพาพ่อไปโรงพยาบาลสองตอนทุ่มกว่า ส่งพ่อเข้าผ่าตัดเสร็จแล้วหนูไปเล่นงานเลย วันนั้นหนูสติแตกมาก หนูเลยร้องไห้บนเวที แต่วันนี้หนูตั้งใจว่าหนูจะไม่ร้องไห้บนเวที ไม่ว่าอะไรจะเกิด เพราะว่าหนูไปสร้างความสุข หนูไม่อยากให้ใครมาทุกข์กับหนู”

เผยวินาทีบอกลาพ่อครั้งสุดท้าย ขอบคุณที่ให้หนูเกิดมา ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว วันนึงเราจะได้เจอกัน
“ก็บอกพ่อว่า หนูขอบคุณพ่อ ที่พ่อให้หนูเกิดมา ขอบคุณที่พ่อเลี้ยงดูหนู และหนูก็ภูมิใจกับอาชีพกับลิเกของพ่อมาก หนูรักลิเกพ่อมาก เพราะอาชีพลิเกทำให้หนูมีพื้นฐานในวันนี้ ให้หนูเป็นนักแสดงในวันนี้ พ่อไม่ต้องห่วงหนู ไม่ต้องห่วงพี่เป็ก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่จะอยู่อย่างดี ต่อไปนะ พ่อไปรอพวกเรานะ วันหนึ่งเราจะได้เจอ”

เลือกรูปคุณพ่อที่ใส่ชุดลิเกมาใช้ในงาน เพราะคุณพ่อรักลิเกมาก
“คุณพ่อเขารักลิเกมาก อันนี้จะเป็นสาเหตุเลยค่ะ คือรูปนี้แม่ก็พูดเลยตั้งแต่ไปแล้วว่า ถ้าพ่อเป็นอะไร หนูเล็กเอารูปที่เป็นลิเกนะ เพราะพ่อชอบมาก ก็เลยตัดสินใจเอารูปที่เป็นลิเก”

เปิดค่ารักษาตัว 2 เดือนกว่า เปลี่ยน 3 โรงพยาบาล รวมเกือบ 10 ล้านบาท
“เกือบ 10 ล้านค่ะ เพราะอยู่ประมาณ 2 เดือนกว่า เพราะหนูเปลี่ยนประมาณ 3 โรงพยาบาล และเราเอาที่ดีที่สุด และพ่อเขาติดเชื้อบ่อยค่ะ มันจะมียาอยู่ตัวหนึ่งที่ต้องให้ 14 วัน วันละแสน ตัวเดียวนะคะ ไม่เกี่ยวค่าห้อง ไม่เกี่ยวค่าอะไรเลย ยามันสี่ตัวให้ยาฆ่าเชื้อ แต่ตัวหนึ่งก็ 90,000 บาท 250 มิลลิลิตร เราก็ค่อนข้างที่เราสู้ไหว จริงๆ หมอเขาบอกแล้วนะคะ ว่าสมองพ่อจะกลับมาไม่ได้นะ แต่เราสู้และเรารู้สึกว่าที่เราทำมา เราไม่ได้ทำเพื่อใครนะ (ร้องไห้) คือเพื่อพ่อแม่เรา พอมาถึงจุดนี้ถ้าเราไม่ทำเพื่อพ่อแม่เรา มันไม่มีความหมาย”

เผยคุณแม่อยู่ในช่วงทำใจ
“คุณแม่ยังอยู่ในช่วงทำใจนะคะ แต่ก็มีญาติ มีลูกทุกคน คอยให้ความอบอุ่นอยู่ แล้วก็บอกเขาว่าพ่อไปสบายแล้วนะ แม่ช่วยหนูสิ เพราะตอนเขาอยู่เขาก็เป็น 7 โรค โรคเขาเยอะ เขาไม่สบายหรอก และเจาะนั่นเจาะนี่ ให้เขาไปเหอะ แม่เขาก็จะค่อยๆ ทำใจ”

เปลี่ยนกำหนดการฌาปนกิจ จากวันที่ 16 เป็นวันที่ 15 เม.ย. นี้ ที่วัดบ้านเพชร จ.อ่างทอง
“คือจริงๆ ตอนแรกหนูจะเผาพ่อวันที่ 16 นะคะ แต่ขออนุญาตเปลี่ยนเลยนะคะ เป็นเราจะสวดวันนี้ 12, 13, 14 และ 15 หนูจะส่งพ่อขึ้นสวรรค์ จะเผาพ่อวันที่ 15 ค่ะ เพราะว่าวันที่ 16 เขาบอกเป็นวันพระใหญ่ ญาติๆ ก็ไม่สบายใจ ก็เลยตกลงว่าเป็นวันที่ 15 และหลายๆ คนอาจจะมีประเด็นว่าทำไมไม่ไว้ 7 วัน 9 วัน คือทุกอย่างเป็นคำสั่งพ่อหมดเลยว่า อย่ายืดเยื้อ ต้องมีสติ ไปใช้ชีวิต ไปใช้ชีวิตดูแลแม่ให้ดี ดูแลทุกคนให้ดี ดูแลตัวเองด้วย ซึ่งงานฌาปนกิจ ก็จะเป็นที่วัดบ้านเพชร เวลา 16:00 น. ค่ะ”