กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งมอบสำนวนหนา 12,816 แผ่น สู่อัยการคดีพิเศษ เอาผิด 11 ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินผ่านเว็บไซต์ภาพยนตร์เถื่อนและพนันออนไลน์ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท เงินหมุนเวียนในระบบพุ่งเกิน 10,000 ล้านบาท ขณะที่ "แทนไท ณรงค์กูล" และผู้ต้องหาอีก 6 ราย ยังคงลอยนวลหลบหนีอยู่ต่างแดน ดีเอสไอประกาศเดินหน้าล่าตัวอย่างเต็มกำลัง พร้อมขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายผู้อยู่เบื้องหลังทั้งในและนอกราชอาณาจักร
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน โดยสำนวนดังกล่าวประกอบด้วย 39 แฟ้ม รวมทั้งสิ้น 12,816 แผ่น
จากการสืบสวนเชิงลึกของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พบว่าขบวนการนี้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ให้บริการชมภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ พร้อมเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้งานกลุ่ม VIP ที่ต้องการเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจาร ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท
ยิ่งไปกว่านั้น เครือข่ายยังฝังพนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาและระบบ URL Redirect เพื่อดึงดูดประชาชนให้หลงเข้าสู่วังวนการพนัน โดยใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมสูงถึงกว่า 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ในการสอบสวนขยายผลพบว่าผู้ต้องหามีการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างเป็นระบบในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายทอด แปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา อำพรางเส้นทางการเงิน และที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย
อย่างไรก็ตามปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วเพียง 4 ราย ขณะที่อีก 7 ราย รวมถึง นายแทนไท ณรงค์กูล ยังคงหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งพันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งสืบสวนขยายผลอย่างเข้มข้น ทั้งการติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ในต่างแดน และการเชื่อมโยงถึงผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการทั้งในและนอกประเทศ โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด