ศูนย์ข่าวภูเก็ต – วิกฤตขยะภูเก็ตยังหนัก ปริมาณไม่ลด ส่งเข้ากำจัดวันละ 1,300 ตัน เผาได้ 700 ตัน ที่เหลือเข้าบ่อฝังกลบเต็มจนล้นสะสม 1.2 ล้านตัน รอเตาเผาหัวที่สองกลางปี 70 เผาได้ 500 ตัน ทน.ภูเก็ต เดินหน้ารื้อบ่อฝังกลบเตรียมพื้นที่รองรับขยะในอนาคต
ขยะทั่วทั้งเกาะ ถูกส่งเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะภูเก็ต ที่สะพานหิน ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต วันละ 1,200-1,300 ตัน ในจำนวนนี้ 700 ตัน ถูกส่งเข้าสู่เตาเผาขยะ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500-600 ตัน ถูกส่งเข้าสู่บ่องฝังกลบขยะ ที่ปัจจุบันนี้มีขยะสะสมเต็มพื้นที่จนล้น ทับถมกันไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านตัน เป็นภูเขาขยะสูงพะเนิน บางวันก็ส่งกลิ่นรบกวนประชาชนที่อยู่ในบริเวณรอบๆบ่อฝังกลบ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน
ขยะ จึงกลายเป็นปัญหารื้อรังของ “ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวปีละกว่า 14 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 5 แสนล้านบาท แต่เพชรเม็ดงามเม็ดนี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมือง ส่งกลิ่นเหม็นในบางวันและบางช่วง ทำเสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นด้วยแล้ว ปัญหาขยะก็จะรุนแรงขึ้น จากที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากๆ ปริมาณขยะก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวทะลุถึงวันละ 1,300 ตัน
ในขณะที่การกำจัดขยะของภูเก็ตมีอยู่เพียงแห่งเดียว คือ ที่ศูนย์กำจัดขยะภูเก็ต ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลนครภูเก็ต ที่ศูนย์แหงนี้ มีเตาเผาขยะรองรับได้เพียงวันละ 700 ตันเท่านั้น ทำให้มีขยะที่ตกค้างจากการเผาต้องเข้าสู่บ่อฝังกลบอีกวันละประมาณ 500-600 ตัน
เทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ ศูนย์กำจัดขยะภูเก็ต ได้วางแผนในการบริหารจัดการขยะทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อฝ่าวิกฤตขยะภูเก็ตไปให้ได้ นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยถึงแผนในการบริหารจัดการขยะของภูเก็ต ว่า
ปัจจุบันขยะของจังหวัดภูเก็ตที่นำเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะยังอยู่ในภาวะวิกฤตเหมือนเดิมเมื่อปีที่แล้ว วันละ 1,200–1,300 ตัน ขณะที่เตาเผาสามารถรองรับได้เพียง 700 ตันต่อวันเท่านั้น ทำให้มีขยะส่วนเกินปราประมาณวันละ 500- 600 ตัน ต้องนำเข้าสู่บ่อฝังกลบ ซึ่งเป็นปริมาณที่เพิ่มจากเดิมมาก จากเดิมที่มีขยะเข้าบ่อฝังกลบวันละ 300-400 ตันเท่านั้น และที่วิกฤตไปกว่านั้น ในบ่อฝังกลบยังมีขยะสะสมเดิมกว่า 1.2 ล้านตัน
เทศบาลพยายามที่จะแก้ปัญหาขยะสะสมในบ่อฝังกลบออก เนื่องจากขยะที่สะสมอยู่ 1.2 ล้านตัน เต็มพื้นที่ฝังกลบทั้งหมดแล้ว แต่ทางเราได้พยายามค่อยๆ ยกระดับกองขยะให้สูงขึ้น เพื่อรองรับขยะที่เข้ามาเติมทุกวัน และเพื่อชะลอไม่ให้มีขยะตกค้างในพื้นที่ภูเก็ต รวมไปถึงเพื่อดึงเวลารอเตาเผาตัวที่สอง ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตามแผนเดิมที่วางไว้ เตาเผาตัวที่สองจะเปิดเตาเผาขยะได้ในช่วงต้นปี 2570 ที่จะถึง แต่จากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่าน่าจะล่าช้าไปประมาณกลางปี 2570 เมื่อเตาเผาตัวที่สองแล้วเสร็จจะสามารถรองรับขยะได้เพิ่มอีกวันละ 500 ตัน เมื่อรวมกันทั้งสองเตา จะทำให้ประสิทธิภาพในการรองรับขยะเพิ่มเป็นวันละ 1,200 ตัน ทำให้ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นกับการเผามีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เหลือส่งเข้าสู่ระบบฝังกลบบ้างเพียงเล็กน้อย
นายศุภโชค กล่าวต่อว่า แต่ทั้งนี้ ทางเทศบาลมีแผนที่จะเตรียมพื้นที่ฝังกลบไว้รองรับขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในปริมาณที่สูงกว่ากำลังการจำกัดวันละ 1,200 ตัน โดยมีเป้าหมายที่จะเคลียร์ขยะสะสมในบ่อฝังกลบ 1.2 ล้านตัน ออกทั้งหมด โดยในปีนี้ได้ขอการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการรื้อร่นขยะในบ่อฝังกลบ 2 โครงการ จำนวน 2 แสนตัน เพราะลำพังเพียงงบประมาณของเทศบาลนครภูเก็ตเพียงหน่วยงานเดียวคงจะไม่สามารถดำเนินการกำจัดขยะสะสมได้ทั้งหมด โดยปีนี้ โดย 1 แสนตันแรก ได้รับการจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งจากจังหวัดภูเก็ตและเทศบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง และอีก 1 แสนตัน ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จำนวน 30 ล้านบาท และเทศบาลสมทบอีก 10 ล้านบาท
ส่วนขยะที่เหลือสะสมอีก 1 ล้านตันนั้น ทางเทศบาลจะดำเนินการรื้อร่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่เหลือขยะในบ่อฝังกลบ เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตขยะขึ้นอีก ซึ่งตามความตั้งใจนั้นจะใช้งบประมาณที่เกิดจากการประมูลขยะ ตาม พ.ร.บ.ไปใช้ในการรื้อร่นขยะออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด เพื่อเปิดพื้นที่รองรับในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเทศบาลนครภูเก็ตจำเป็นจะต้องขอการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานราชการส่วนกลางมาสมทบด้วย เพราะลำพังงบประมาณของท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการเครื่องจักรที่เข้ามาทำงาน การบริหารจัดการศูนย์จำกัดขยะ รวมถึงการบริหารจัดการบำบัดน้ำเสีย หากเทศบาลจะนำงบจำนวนมากๆ มาทุ่มในการกำจัดขยะ อาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทศบาลในด้านอื่นๆ ได้ ซึ่งการทำงานจะต้องควบคู่
“ขยะวันละ 1,200-1,300 ตัน ในขณะนี้ ศูนย์จำกัดขยะยังรับมือไหว เพียงแต่ขอความร่วมมือรถเก็บขยะของท้องถิ่นต่างๆ ที่นำขยะมาทิ้งในบ่อฝังกลบขอให้ทิ้งตามจุดที่กำหนดและขอความร่วมมือประชาชนชาวภูเก็ตช่วยกันลดปริมาณขยะที่นำเข้าสู่เตาเผาและบ่อฝังกลบ” นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวและว่า
เพราะหากประชาชนไม่ตระหนักและร่วมมือกันลดปริมาณขยะอย่างจริงจังต่อให้สร้างเตาเผาอีกสักกี่เตาก็ไม่เพียงพอ ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง จะทำให้เกิดความยั่งยืนในการบิหารจัดการขยะของภูเก็ต เพื่อฝ่าวิกฤตขยะไปด้วยกัน