จีนยกย่องสามประเทศแอฟริกาที่ไม่ยอมให้เครื่องบินของไล่ ชิงเต๋อ บินผ่านน่านฟ้า ส่งผลให้ผู้นำไต้หวันผู้นี้ต้องยกเลิกแผนการเยือนเอสวาตินี ชาติเดียวที่เหลืออยู่ในกาฬทวีปซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทเป ไปโดยปริยาย
นับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีไต้หวันต้องยกเลิกการเดินทางเยือนต่างประเทศเนื่องจากถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่น่านฟ้าของชาติอื่นๆ
ตามกำหนดเดิมนั้น ไล่จะออกเดินทางไปยังเอสวาตินี ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ในแอฟริกา และเป็น 1 ใน 12 ประเทศในโลกที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน แต่เมื่อคืนวันอังคาร(21) ไต้หวันแถลงเลื่อนการเดินทางดังกล่าว เนื่องจากเซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ที่ต่างอยู่ในทวีปแอฟริกาและเป็นดินแดนซึ่งเส้นทางการบินของผู้นำไต้หวันจะต้องผ่าน ได้เพิกถอนการอนุญาตให้เครื่องบินของไล่ ผ่านน่านฟ้า
ไล่กล่าวหาว่า จีนใช้การบีบบังคับทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศเหล่านั้นร่วมมือ
ทว่า จาง ฮั่น โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยกย่องเซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ที่ยึดมั่นปฏิบัติตามหลักการจีนเดียว
ทั้งนี้ จีนถือว่า ไต้หวันเป็นดินแดนของตน แม้ไทเปปฏิเสธไม่ยอมรับการกล่าวอ้างดังกล่าว ปักกิ่งยังประกาศว่าในความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ นั้น จีนถือไต้หวัน เป็น “เส้นแดง” ที่จะไม่ยอมให้ใครล่วงละเมิด
นอกจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศจีนยังแถลงว่า เหตุการณ์คราวนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ประธานาธิบดีแห่ง “สาธารณรัฐจีน” อีกต่อไปแล้ว บุคคลใดที่แอบอ้างตำแหน่งจอมปลอมนั้นจะถือว่า กระทำการที่ขัดต่อประวัติศาสตร์ และทำให้ตนเองต้องอับอาย
ทางด้านมาดากัสการ์และเซเชลส์ยืนยันว่า การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเนื่องจากทั้งสองชาติไม่ได้ให้การยอมรับไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ทาบีเล เอ็มดลูลี รักษาการโฆษกรัฐบาลเอสวาตินี ยืนยันว่า การยกเลิกการเยือนของไล่ไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับเอสวาตินีแต่อย่างใด
จีนนั้นมีความรังเกียจ ไล่ อย่างเป็นพิเศษโดยตราหน้าเขาว่า เป็น “พวกแบ่งแยกดินแดน” เนื่องจาก ไล่ ทั้งปฏิเสธการที่จีนกล่าวอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้ รวมทั้งยืนกรานว่าไต้หวันเป็นประเทศเอกราชอยู่แล้ว และมีสิทธิ์ติดต่อสร้างสัมพันธ์กับประเทศทั่วโลก
วันพุธ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันวิจารณ์ว่า เซเชลส์และมาดากัสการ์ “ตกเป็นทาสจีน”
สำหรับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ทั้งนี้ แม้จีนปัจจุบันในสายตาของชาวอเมริกันจะมีฐานะกระเตื้องขึ้นอย่างมาก ทว่าพวกนักการเมืองสหรัฐฯจำนวนไม่น้อยยังคงมีแนวคิดต่อต้านปักกิ่งและหนุนหลังไต้หวัน มีสมาชิกรัฐสภาหลายคน เป็นต้นว่า สมาชิกในคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยจีนของสภาผู้แทนราษฎร โพสต์บน X กล่าวหาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย แต่เป็นการกดดันทางเศรษฐกิจที่ต้องการโดดเดี่ยวพันธมิตรประชาธิปไตยของสหรัฐฯอย่างไต้หวัน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนออกมาตรการจูงใจใหม่สำหรับไต้หวันที่รวมถึงการผ่อนคลายการนำเข้าอาหาร ภายหลังเจิ้ง ลี่เหวิน ผู้นำก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของไต้หวัน ได้เดินทางเยือนจีนและเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง
(ที่มา: รอยเตอร์/MGRonline)