ตำรวจ สน.หนองแขมจับหนุ่มไรเดอร์แวะเติมน้ำท่อม พาลูกค้านักเรียนสาวเลยจุดส่ง ต้องกระโดดหนีลงจากรถกลางถนนได้รับบาดเจ็บ อ้างดูหมุดส่งผิด พบใช้ไอดีและรถของพ่อมาวิ่งงาน
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อรายหนึ่งได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนหญิง ถูกไรเดอร์จากแอปพลิเคชั่นขี่เลยบ้านเธอที่เป็นจุดหมาย แถมระหว่างทางไรเดอร์ยังได้แวะเติมน้ำใบกระท่อมอีกด้วย โดยในคลิปที่ผู้เสียหายถ่ายไว้ จะเห็นว่าผู้ก่อเหตุพยายามเอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์ผู้เสียหาย
ทั้งนี้ยังมีคลิปกล้องจากหมวกของพลเมืองดี บริเวณสี่แยกเพชรเกษม 81 เห็นจังหวะผู้เสียหายกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ จังหวะที่รถจักรยานยนต์กำลังเลี้ยว จากนั้นก็ขี่หลบหนีไป ส่วนน้องนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น แต่เคราะห์ดีที่ผลเมืองดีมาช่วยเหลือน้อง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะ
ด้านนายอัครวินท์ เพ็ญอารีย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กติ้ง จุด สน.หนองแขม เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ไปช่วยเหลือ นักเรียนหญิงผู้เสียหาย เปิดว่า ตนเองได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถชนกันที่บริเวณสี่แยกเพชรเกษม 81 แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเพียงผู้เสียหายนั่งอยู่กับพื้นและพลเมืองดีที่กำลังช่วยเหลือ
เมื่อสอบถามก็ทราบว่าผู้เสียหายได้กระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ที่เธอเรียกผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อกลับบ้าน แต่เมื่อถึงบ้านคนขับกลับไม่จอดแต่กับเร่งเครื่อง น้องเล่าให้กู้ภัยฟังทั้งน้ำตา ว่า น้องกลัวมาก พยายามขอร้องให้จอด ทั้งขอร้อง ทั้งด่า ทั้งถ่ายคลิป แต่ไรเดอร์ไม่จอด ซึ่งน้องพยายามหาจังหวะเพื่อที่จะโดดลงจากรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ไรเดอร์ขับเลย ซึ่งไม่มีจังหวะ จนกระทั่งถึงจุดที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงเลี้ยวซ้าย น้องจึงอาศัยจังหวะนั้นกระโดดลงมาโดยไม่คิดชีวิต
และต้องยอมรับตั้งแต่ทำกู้ภัยมาเคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่ยอมโดดออกจากรถมอเตอร์ไซต์เพื่อให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนขับไรเดอร์ได้ขี่หนีไปทางจังหวัดสมุทรสาคร มีพลเมืองดีวิ่งตามไปแต่ว่าไม่ทัน ส่วนน้องนักเรียนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะปูดบวมขึ้นมาซึ่งตนได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นพาไปแจ้งความแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย.) ชุดสืบสวน สน.หนองแขม คุมตัวนายอาร์ม อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นไรเดอร์ก่อเหตุดังกล่าว มาสอบปากคำ โดยนายอาร์ม ให้การว่า ดูจุดลงของน้องผู้เสียหายผิด ซึ่งอยู่ตรงข้ามซอยเพชรเกษม 81 แต่เมื่อถามว่าได้ขี่ตาม GPS หรือไม่ ผู้ต้องหาไม่ตอบ และเมื่อถามว่าหลังจากที่น้องผู้เสียหายกระโดดลงไปทำไมถึงไม่วนรถกลับมาช่วย ผู้ต้องหาอ้างว่า มีรถขับตามหลังมาจึงไม่วนกลับมา
ทั้งนี้ยอมรับว่าเอาไอดีของพ่อมาใช้ขับ ขับมาหลายครั้งแล้ว และรถจักรยานยนต์ก็เป็นชื่อของพ่ออีกด้วย เมื่อถามว่าติดสารเสพติดอะไรหรือไม่ ยอมรับว่าติดน้ำกระท่อมกับกัญชา จากการสังเกตผู้ต้องหาตัวสั่นตลอดเวลา เพราะอยากน้ำท่อม ขณะเดียวกันผู้ต้องหาได้ขอโทษไปถึงน้องผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียหาย
ขณะที่ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 ระบุว่า จากคำให้การของผู้ต้องหาก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจจะพิจารณาตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และ พ.ร.บ.จราจร ใช้รถผิดประเภท โดยตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจสารเสพติดในร่างกาย หากพบก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม