คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
บทสรุปจบลงไปอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง สำหรับมหากาพย์ดราม่าระหว่าง ONE Championship องค์กรศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวระดับโลก กับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลกมวยไทย ONE รุ่นฟลายเวต ต่างฝ่ายต่างจับมือถอนฟ้อง สิ้นสุดการดำเนินคดีต่อกัน ในการตั้งโต๊ะแถลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยมี สมจิตร แว่นแก้ว และซ้อเอ๋ 2 ผู้ใหญ่จากค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ ร่วมเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย
หลังจากเกิดข้อพิพาทขึ้นจากทั้งสองฝ่าย ในเรื่องนี้ถือว่าถอดบทเรียนได้หลายอย่าง โดยเฉพาะในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา ระหว่างตัวของนักกีฬา กับเจ้าของรายการ
บทเรียนที่ชัดเจนที่สุดคือความสำคัญในการอ่าน และทำความเข้าใจสัญญาอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่านักกีฬาคนนั้นจะอ่าน หรืออ่านไม่ออก ก็ควรพยายามทำทุกวิถีทางให้ตัวเองรู้เรื่องในส่วนของสัญญาให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะลงลายมือชื่อ
เพราะหากนักกีฬาอ้างแค่คำว่า "อ่านไม่ออก" และอาจมีช่องทางให้ต่อสู้ว่า "เป็นโมฆะ" แต่พฤติการณ์อื่นๆ เช่น การปฏิบัติตามสัญญา หรือรับผลประโยชน์จากองค์กรนั้นๆ มาโดยตลอด ก็อาจทำให้ศาลพิจารณาว่าตัวของนักกีฬารับทราบในข้อสัญญา แม้จะอ้างว่าอ่านไม่ออกก็ตาม
ขณะเดียวกันในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นบนโลกโซเชียลก็เป็นเหมือนดาบสองคม อย่างกรณีของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่ถูก ONE Championship ฟ้องร้องโดยเรียกค่าเสียหายเฉพาะในประเทศไทย 542 ล้านบาท มาจากข้อหา "หมิ่นประมาท" ล้วนๆ
โดยในหลายครั้งหลายหนเรามักจะเห็นตัวของ รถถัง ออกมาไลฟ์สดตอบคำถามแฟนคลับ ที่ส่อไปในทาง "ดิสเครดิต" หรือทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจองค์กร ONE Championship ผิดไป ซึ่งก็ทำให้เขาถูกเล่นงานทางกฎหมาย แม้สุดท้ายจะเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ก็ตาม
แม้ตนจบของเรื่องนี้จะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง แต่การมีข้อพิพาทต่อกันแบบนี้ ก็ไม่ใช่ผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ตัวของ รถถัง เอง ก็อาจสูญเสียแฟนคลับไปมากจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ความน่าเชื่อถือของ ONE Championship เอง ก็อาจลดน้อยถอยลงไปบ้างจากคนบางกลุ่มที่อาจจะไม่เข้าใจบริบทในการกระทำครั้งนี้ของตัวองค์กร
ฉะนั้นต่างฝ่ายต่างก็ควรจะปรับความเข้าใจกันให้ได้ในหลังบ้าน เพราะในช่วงที่ผ่านมา ตัวของ ONE และ รถถัง ก็เปรียบเสมือน "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" ตัวของ รถถัง มีวันนี้ได้ ก็เพราะองค์กรแห่งนี้ ขณะที่ ONE เอง ก็ได้ผลกำไรจากความโด่งดังของ รถถัง ในช่วงหลังพอสมควร
อย่างไรก็ดีมีรายงานล่าสุดว่าข้อเรียกร้องจาก รถถัง นั้น ONE ยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แม้การพูดคุยเจรจาที่ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์จะดูเหมือนจบลงด้วยดี แต่สัญญาระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นยังมีข้อผูกมัดกันอยู่
จริงอยู่ที่ว่านักชกไทยรายนี้ขอเป็นอิสระ หรือ Free Agent แต่ก็ยังมีข้อผูกมัดจากสัญญาเดิมที่เซ็นกันไป คือ Exclusive negotiation period หรือสิทธิ์ในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน
ข้อสรุปของเรื่องนี้เป็นไปได้ว่า ONE กับ รถถัง ยังมีข้อผูกมัดกันในเรื่องของสัญญา แม้ตัวนักชกจะกลายเป็น Free Agent แล้วก็ตาม โดยมีการเปิดเผยว่าหลังจบไฟต์ที่เจ้าตัวจะพบกับ ทาเครุ เซกาวา ศึก ONE Samurai จะมีการพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง