ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ "เอ็ดเวิร์ด" ยันชัด คลิปเสียงจริงไม่ใช่ AI จับตาสถานีต่อไปของ "โจ๊ก"
ชั่วโมงนี้ถ้าจะถามว่า ใครอาการหนักสุด เห็นทีจะหนีไม่พ้นอดีตนายตำรวจคนดัง "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ที่ดูท่าว่าคราวนี้จะหมดมุกมาโต้แย้ง
เพราะล่าสุด "คลิปเสียง" หลักฐานในคดีสินบนทอง 246 บาท ที่ส่งทีมทนายมาแถ สร้างประเด็นให้เป็นเรื่อง "ตัดต่อ"และใช้เทคโนโลยี "AI"นั้น ถูกอดีตคนกันเองอย่าง “นายสามารถ” หรือ “เอ็ดเวิร์ด”ออกมา “ตอกฝาโลง” ชนิดหักล้างข้ออ้างทีมโจ๊ก หมดสภาพ!
เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากคำสัมภาษณ์ข้ามโลก จากประเทศอังกฤษ เมื่อ "เอ็ดเวิร์ด" ออกมาคอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่า "คลิปเสียง" ที่เป็นข่าว โดยตำรวจนำมาเปิดนั้นเป็น "ของจริง" แท้แน่นอน ไม่มีการพึ่งพาเทคโนโลยี Deepfake หรือ AI อย่างที่ “ทีมทนายโจ๊ก” พยายามจะแถแบบสีข้างถลอก
“เอ็ดเวิร์ด” ย้ำชัดว่า ตัวเขานี่แหละ เป็นคนกดปุ่มอัดเองกับมือ! โดยเริ่มอัดมาตั้งแต่ช่วง วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ยาวไปจนถึง วันที่ 2 มีนาคม 2569
เหตุผลที่ต้องอัด ก็เพราะทนรำคาญกับลูกตื๊อของ "โจ๊ก" ไม่ไหว ที่โทรมาเซ้าซี้ แบบเช้าถึงเย็นถึง บีบบังคับจะให้เขาช่วย "ปั้นพยานเท็จ" แบบไม่ยอมลดราวาศอก กะจะใช้ความเก๋าเกม มาข่มให้คนอื่นยอมทำผิดแทนตัวเอง
งานนี้ "เอ็ดเวิร์ด" เลยต้องขอ "เซฟตัวเอง" ไว้ก่อน ตามสัญชาตญาณนักธุรกิจ
ที่เด็ดไปกว่านั้น "เอ็ดเวิร์ด" แฉกลางอากาศว่า หลักฐานที่ส่งให้ตำรวจ ไม่ได้มีแค่คลิปเสียงนะจ๊ะ แต่มันมี "คลิปวิดีโอ" รวมอยู่ด้วย!
ซึ่งก็น่าจะเป็นการอัดหน้าจอ ตอน "วิดีโอคอล" คุยกันนั่นเอง
ต้องบอกเลยว่า ปิดทางลื่นไถล ของ "โจ๊ก" ในชั้นศาลได้เลย เพราะหลักฐานที่ว่า ฟ้องชัดๆ ว่ากำลังเตี๊ยมพยาน ปั้นน้ำเป็นตัว จะมาบอกว่าคนหน้าเหมือน หรือ AI เห็นทีจะฟังไม่ขึ้น!!
ฟัง “เอ็ดเวิร์ด” ว่าเขาพยายามขอร้อง "โจ๊ก" มา 7-8 ครั้งแล้วว่า ให้เอาตัวเขาออกจากสมการ "ปั้นพยานเท็จ" ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับการสร้างเรื่องโกหก แต่ "โจ๊ก" เจตนาเดียว คือ จะโยนขี้ให้เอ็ดเวิร์ดเป็น "แพะรับบาป" เข้าคุกแทนเรื่องสินบนทองคำ ทั้งที่ตัวเขา ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยเลยสักนิด!
เมื่อความใจร้ายมันถึงขีดสุด “เอ็ดเวิร์ด”เลยต้องพึ่งทนายส่วนตัว ซึ่งคำแนะนำก็แสนง่าย แต่ได้ใจความว่า "ความจริงมีหนึ่งเดียว" เลยหอบหลักฐานทั้งหมด มามอบให้ตำรวจตอนกลับไทยรอบที่แล้ว ก่อนจะบินกลับไปตั้งหลักที่ต่างประเทศ อีกครั้ง
ว่าไปแล้ว พฤติกรรม"เอาตัวรอด" ของโจ๊ก ครั้งนี้ ไม่ได้ทำร้ายแค่ "เอ็ดเวิร์ด" คนเดียว แต่ยังสะท้อนไปถึงเคสของ "รองหนึ่ง" พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของโจ๊ก ที่ตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับ "เอ็ดเวิร์ด" เป๊ะ!
ถูกนายสั่งให้สร้างหลักฐานปลอม ว่าเป็นเจ้าของทองคำสินบน กะจะให้ลูกน้องติดคุกแทน เพื่อตัวเองจะได้รอด ทั้ง "ภาคภูมิ"และ"เอ็ดเวิร์ด" เลยเลือกทางเดียวกัน คือ เปลี่ยนตัวเองจากด้ายตราสัง ให้กลายเป็นตะปูตอกฝาโลง ส่งเจ้านายถึงหน้าเมรุ !
นาทีนี้บอกเลยว่า "ทางรอด" ของคนไร้ความสัตย์อย่าง "โจ๊ก" ดูจะตีบตันไปทุกที น่าสนใจว่า สถานีต่อไปจะอยู่ที่ตรงไหน หรือจะเป็นช่องทางธรรมชาติ !?
++ “ธรรมนัส” กลับมานั่งหัวหน้าพรรคกล้าธรรม “ไผ่ ลิกค์” เลขาฯ “นฤมล” เหรัญญิก
เดือนเมษายน เป็นช่วงที่พรรคการเมืองหลายพรรค จัดประชุมใหญ่เพื่อปรับโครงสร้าง เปลี่ยนคณะผู้บริหารพรรค
“พรรคกล้าธรรม” ก็เช่นกัน ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจาก “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ลาออกจากหัวหน้าพรรค
ในที่ประชุม “ภาคภูมิ บูลย์ประมุข” สส.ตาก พรรคกล้าธรรม ได้เสนอชื่อ“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรค ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป หลังจากนั้นก็มีการเลือกคณะกรรมการบริหารฯ ตำแหน่งอื่นๆ
โดยตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ชุดใหม่ มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นหัวหน้าพรรค
“ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร เป็น เลขาธิการพรรค “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เป็นเหรัญญิกพรรค และ “บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์” เป็นนายทะเบียน
ในการนี้ “ผู้กองธรรมนัส” ได้เซ็นตั้งรองหัวหน้าพรรคถึง 12 คน เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ
1. พลตำรวจตรีสุรินทร์ ปาลาเร่ 2. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา 3. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 4. นายอัครา พรหมเผ่า 5. นายนัจมุดดีน อูมา 6. นายเอกราช ช่างเหลา
7. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ 8. นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว 9. จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ 10. นายองอาจ วงษ์ประยูร
11. นางรัชนี พลซื่อ และ12. พันโทสินธพ แก้วพิจิตร
ส่วนกรรมการบริหาร ประกอบด้วย 1.นายอิทธิ ศิริลัทธยากร 2.น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน 3.นายจรัญ จันทร์แก้ว 4.นายสุชาติ อุสาหะ 5.นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ 6. พล.ร.ท.นิรัตน์ ทากุดเรือ 7.นายนิกร ซัจเดว 8. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข 9. นายภูรินทร์ เชิดชื่น
10. นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล 11.นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ 12.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ 13.นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ 14. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช 15. ดร.เจนจิรา รัตนเพียร 16. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ และ17 .นายไพโรจน์ ตันบรรจง
ทั้งนี้ ที่ประชุม ยังได้แต่งตั้ง “อรรถกร ศิริลัทธยากร” เป็นเป็นโฆษกพรรค และตำแหน่งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย 1. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน 2. นางปวีณา หงสกุล และ 3. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข
“ร.อ.ธรรมนัส” เปิดใจหลังนั่งหัวหน้าพรรคว่า ในพรรคกล้าธรรม ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีนาย ไม่มีบ่าว มีแต่พี่กับน้อง และการตัดสินใจใดๆ ของพรรค จะไม่มีระบบเผด็จการหรือตัดสินใจด้วยคนคนเดียว...ไม่มีเด็ดขาด!!
การเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์ว่า “พรรคกล้าธรรม” เติบโตเร็วมาก ได้สส.เขต มากถึง 56 เขต เรียกได้ว่า “ยิ่งกว่าล้มช้าง” และถ้ามองลึกลงไปจะพบว่า “แถวสอง” มีมากถึง 45 คน ที่แพ้ด้วยคะแนนเพียงหลักร้อยเท่านั้น เชื่อว่าถ้ามีเวลามากกว่า 28 วันในการรณรงค์หาเสียง พรรคกล้าธรรม จะมี สส.แตะหลักร้อย!
“ร.อ.ธรรมนัส” บอกว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร อยู่ข้างรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงต้นปี 2569 แต่การเป็นนักการเมือง ต้องสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในบทบาท ฝ่ายรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน
และขณะนี้ “พรรคกล้าธรรม” กำลังทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ที่จะคอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ของข้าราชการ คอยดูแลสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งเรื่องเศรษฐิจ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราคอยนำเสนอว่า รัฐควรทำเรื่องไหน หรือไม่ควรทำเรื่องไหน
แต่หากนำเสนอแล้วไม่ทำ หรือพบว่ามีการทุจริต ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการที่จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นคือหน้าที่ของเรา
“ร.อ.ธรรมนัส” ทิ้งท้ายว่า...ในฐานะหัวหน้าพรรคจะไม่เอาเรื่องส่วนตัว ไม่เอาความแค้นส่วนตัว มาเป็นเงื่อนไขในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน...เราไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายแค้น” และด้วยศักดิ์ศรีความเป็นนักการเมือง เราก็ไม่ได้เป็น “ฝ่ายคอย” อย่างที่นักวิชาการบางคนปรามาสไว้ด้วย...!!