xs
xsm
sm
md
lg

“พี่เจี๊ยบ” นักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ เสาหลักดูแล 6 ชีวิต แม้ไม่ร่ำรวย แต่รวยน้ำใจ ช่วยเหลือเด็กกำพร้า-ผู้ยากไร้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.พิจิตร เพื่อรู้จัก “พี่เจี๊ยบ” หญิงนักสู้ผู้เป็นเสาหลักหารายได้หล่อเลี้ยงหลายชีวิต แม้เธอไม่ได้ร่ำรวย แต่รวยน้ำใจที่มอบให้เด็กกำพร้าและผู้ยากไร้เสมอๆ



พิทยา เงินรุ่งเรืองกิจ หรือพี่เจี๊ยบ ยอมรับว่า ชีวิตต้องเผชิญกับความยากจนขัดสนตั้งแต่เด็ก

“ชีวิตช่วงวัยเด็กก็ที่สุดเหมือนกัน เพราะพ่อแม่เราไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ไร่นาก็ไม่ได้ทำ พ่อแม่ก็ขายก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่พวกหนูอายุเด็กๆ กันเลย พ่อก็ทำประตูเหล็กหน้าต่าง ก็อยู่กันมา อดบ้างกินบ้าง พอจบ ม.3 หนูไปเรียนสารพัดช่างในพิจิตร แต่เรียนได้แค่ปีกว่า ก็ต้องออก เพราะพ่อแม่ส่งไม่ไหว”


ขณะที่วรรณา นรการ แม่พี่เจี๊ยบ ย้อนสาเหตุที่ทำให้ฐานะครอบครัวพลิกผันจากคนเคยมี เป็นไม่มีว่า“เกิดจากการทำงาน สมัยก่อน พ่อเขาทำงาน เลี้ยงคนงานเยอะ แล้วหมุนไม่ทัน มันเลยช็อต จากคนเคยมีตังค์ มันก็พลิกผันไป กลายเป็นคนที่ไม่มี ลำบากมาก”


เข้ากรุงเทพฯ ขายแรงงาน หาเงินส่งทางบ้าน พร้อมส่งน้องเรียน!

“แม่บอกว่าวันนี้ไม่มีตังค์ไปโรงเรียนนะ ไม่ไหว หนูก็เลยกลับมานั่งคิด ไม่เรียนแล้วแม่ เดี๋ยวเข้ากรุงเทพฯ ช่วยกันหางานทำ เราเป็นช่างเนอะ อ๊อกเหล็กเชื่อมเหล็กได้ หนูเข้ากรุงเทพฯ อายุ 18 ก็ไปหาสมัครงานแถวนว ก็เป็นงานช่าง เพราะมันมีพวก CNC Wire Cut แต่เราไม่เป็นเลยนะเมื่อก่อน หนูไม่เป็นเลยพวกช่างกลโรงงาน ก็ไปหาสมัครแบบนั้น ตอนแรกเราก็เป็นพนักงานปกติทั่วไป ด้วยความที่ใจมันสู้ อยากให้ชีวิตมันได้ไปต่อที่ดีกว่านี้ (ถาม-หน้าที่เราต้องทำอะไรตอนนั้น?) ตอนนั้นนั่งตะไบเหล็ก หนูก็ส่งทางบ้าน ก็ทำอยู่อย่างนั้น เพราะน้องเรียนต่ออีก ส่งน้อง ยอมออก เพราะหนูส่งน้องเรียนที่มหาวิทยาลัยเพชรบูรณ์”


แม้เรียนน้อย แต่ขยัน-อดทน จนได้ดี!

“ก็ใช้ความอดทน จนได้ขึ้น เรียนรู้เอา ครูพักลักจำ หนูต้องใช้วิชานี้ เพราะไม่ค่อยมีใครสอนใครง่ายๆ ก็ใช้ครูพักลักจำเอา ก็ได้เป็นหัวหน้าแผนก แล้วก็ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคิวซี”


“เกิดจุดพลิกผันเพราะแม่กับพ่อเริ่มแก่แล้ว แล้วแม่หนูเดินไม่ไหว กระดูกทับเส้น แล้วบ้านเราเป็นร้านอาหาร น้องทุกคนทำไม่เป็นเลย มีหนูเป็นคนเดียว ก็เลยกลับบ้าน (ถาม-กี่ปีทำงานจนตัดสินใจกลับมาพิจิตร?) ตั้งแต่ 18 เป็นสิบปีที่ใช้ชีวิตแรงงาน (ถาม-เจ้านายก็พยายามฉุดรั้ง?) ใช่ เขาก็บอก กลับบ้านไปให้สบายใจก่อนไหม หนูเก็เกรงใจเขาด้วย เพราะแม่ป่วย เราก็ต้องลาบ่อย สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน ตอนแรกก็คิดว่า แค่มาช่วยแม่ก่อน เพราะร้านอาหาร ต้องมีคนขาย หนูก็กะว่าถ้าแม่เดินได้ปุ๊บ ผ่าตัดเสร็จ หนูก็กลับไปที่โรงงานใหม่ แม้เราจะไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมก็ไม่เป็นไร ก็กลับไปสู้กันใหม่ แต่ผ่าเข่าแล้ว แม่ก็ยังเดินไม่ได้”


พอแม่หายป่วย น้องสาวป่วยต่อ เสาหลักดูแล 8 ชีวิต!

“พอแม่หายมาได้สักปีหนึ่ง น้องสาวหนูก็ป่วยต่อเลย ป่วยเป็นซึมเศร้าขั้นรุนแรงเลย ถึงขั้นชีวิต (ถาม-สมาชิกที่เราต้องดูแล กลับมา ณ วันนั้นมีใครบ้าง?) ก็มีพ่อ แม่ น้องสาว และลูกชาย และหลานชาย 5 คน แม่ใหญ่ เป็น 6 คน (ถาม-แม่ใหญ่ ยายปัจจุบันอายุเท่าไหร่?) 92 (ถาม-ดูแลตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน?) ดูแลตัวเองได้ แต่เดินไม่ค่อยไหว ก็ช่วยกัน ประคองอาบน้ำ ส่วนพ่ออายุ 69 แล้ว ก่อนหน้านี้เปิดร้านทำอลูมิเนียมประตูเหล็กหน้าต่าง ตอนนี้ก็ทำไม่ค่อยไหวแล้ว และเราไม่ได้มีลูกน้อง เพราะด้วยร่างกายไม่ไหวกันแล้ว ส่วนแม่อายุ 67 สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ยังปวดเข่าอีกข้างหนึ่ง น่าจะได้ผ่า แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่”


“และมีน้องสาว 2 คน คนหนึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ รายได้ก็ไม่ค่อยเพียงพอที่จะส่งกลับบ้าน แค่ดูแลตัวเอง และน้องสาวที่ป่วยอีก 1 คน พอหนูพาน้องที่ป่วยรักษาทั่วประเทศ หนูกู้หนี้ยืมสินเขา หนูก็ยอม อยากให้น้องหาย พอเริ่มดีขึ้น กินยาจิตเวชเริ่มดีขึ้น น้องสาวที่อยู่กรุงเทพฯ ก็คลอดหลานชายมาอีก 1 คน ก็กลายเป็นมาเพิ่มอีกเป็น 7 ชีวิต (ถาม-ส่งมาให้ที่บ้านเลี้ยง?) หนูไปรับตั้งแต่ออกจาก รพ.ที่กรุงเทพฯ ได้วันหนึ่ง หนูก็ไปรับกับแม่ เพื่อเอาหลานกลับบ้าน (ถาม-สมาชิกทั้งหมดรวมตัวเอง?) 8 คน (ถาม-ทุกวันนี้ใครพอมีกำลังหารายได้ได้?) หนูคนเดียวเลย”


ทำทุกอย่างเพื่อมีรายได้เลี้ยงครอบครัว!

“ร้านของหนูที่หนูเช่าอยู่ข้างนอก เพราะเราขายในบ้าน คนในบ้านมันเงียบ มันต้องออกข้างนอก เพื่อคนมันเยอะ ตี 5 ครึ่งก็ออกไปร้าน ใช้ชีวิตอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวจนถึง 5 โมงเย็น พอ 5 โมงเย็น หนูกลับมาปุ๊บ ก็ต้องกลับมาเอาหลานแทนแม่ก่อน พอเสร็จ ก็ดูแม่ใหญ่ กับข้าวกับปลาให้ยายหนู พอเสร็จภาระจากยาย สักทุ่มกว่า หนูก็เริ่มในการขายออนไลน์ ไลฟ์สดขายพวกกล้วยตาก รากบัวเชื่อมของบ้านเรา ของบ้านนอก แหนมหมู ก็ประมาณ 2-3-4 ทุ่มบางคืน และสตาร์ทอีกที ตี 4 ครึ่ง”


แบกหนี้ของครอบครัว!

“เยอะมาก (ถาม-เป็นภาระค่าใช้จ่ายเรื่องอะไร?) มันเป็นค่าใช้จ่ายจากที่เมื่อก่อนพ่อกับแม่มีหนี้สิน พอแก่ตัวทำไม่ไหว หนูก็ต้องรับภาระตรงนั้นให้กับพ่อแม่ เหมือนที่บ้าน สมัยก่อนพ่อเอาเข้าแบงก์ตอนทำงานประตูเหล็กหน้าต่าง แล้วตอนนี้ทำงานไม่ไหว หนูก็ต้องรับภาระ เพราะมันเป็นของเรา บางวันขายไม่ดี จ่ายทุกอย่างเลย จ่ายลูกน้อง หนูไม่มีเงินไปตลาดก็มีนะบางวัน”


ท้อไม่ได้ ต้องสู้เพื่อคนข้างหลัง!

“บางวันท้อนะ หนูคิดว่า มันคือชีวิตจริง แล้วเราหนีมันไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องสู้กับมัน เราพยายามหาทางทุกอย่างว่า ทำยังไงให้ครอบครัวเราดีขึ้น (ถาม-การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ แม้กระทั่งตัวเอง มีความท้าทายยังไงบ้าง?) ท้าทายทุกวัน หนูคิดว่า หนูต้องสู้เพื่อคนข้างหลัง หนูท้อไม่ได้ หนูถอยไม่ได้”


หัวใจเมตตา แม้ไม่รวย พร้อมช่วยเพื่อนมนุษย์!

“ไม่ว่าเขาจะลำบาก ไม่ว่าเขาจะมีหรือไม่มี หนูให้ฟรีเลย หนูไม่ได้คิดอะไร (ถาม-แต่ในวันที่เราเข้าไปช่วยคนอื่น เราก็ยังไม่แข็งแรง?) ใช่ ไม่แข็งแรงเลย หนูช่วยได้เท่าที่หนูช่วยได้ แล้วอีกอย่าง เมื่อก่อนร้านหนูขายดีมากๆ ตอนที่หนูช่วยนะ ขายดีมาก หนูยังมีตรงนี้ในบ้านก่อน รายได้ที่หาในแต่ละวัน ในบ้านก่อน คนอื่นไว้ทีหลัง หนูจะเป็นอย่างนี้ตลอด พ่อแม่สำคัญสุด ก็บอกในครอบครัวว่า หนูขอช่วยน้องๆ หน่อย”


“(ถาม-เล่าให้ฟังหน่อย เราเข้าไปอุปการะเด็กกำพร้าได้ยังไง?) น้องๆ มาขอจักรยาน ประสบการณ์หน้าร้านเลย ไม่มีจักรยานมาโรงเรียน หนูเอาจักรยานไปให้ แล้วหนูก็ตามไปดูจักรยานว่าน้องใช้กันจริงไหม ไปดูที่บ้าน แต่พอไปเห็นบ้านแล้ว ก็ยังไม่ได้คิดอะไรนะ คิดว่ามันมีแบบนี้ด้วยเหรอบ้านเรา วันนั้นเข้าไปเจอ 5 คนกินไข่ต้ม 5 ฟองกับน้ำปลา ไม่มีอะไรเลย หนูก็เลย เอายังไงดี เอาอย่างนี้แล้วกัน เลิกโรงเรียนปุ๊บ ขี่จักรยานไปร้านป้า ไปเอาข้าวกล่องมากิน จุดเริ่มต้นของหนูนะ เด็กที่ลำบากในสายดงยาง ที่หนูอุปการะช่วยเหลือจะต้องขี่รถเรียงแถวกันมาเลย เอาข้าวกล่องที่ร้านหนู นั่นคือต้นทุนของร้านที่ไปแล้ว แต่หนูไม่ได้คิดอะไร แค่เมตตาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”


ครอบครัวของพิชิต ดาวเรือง หรือเฟิร์ส เด็กยากไร้ ซึ่งมี 5 ชีวิต และย่าคอยดูแลหลานๆ เพราะพ่อแม่เด็กไปทำงาน พี่เจี๊ยบให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินและเรื่องบ้าน“บ้านเขาพังเนอะ พายุมา เราจะทำยังไง เราก็เป็นงานเหล็กอยู่แล้ว ก็ชวนลูกชาย เพื่อนลูกชายว่ามีกี่คน เอามา ไปช่วยทำบ้านให้น้องหน่อย หนูสอนพวกเด็กๆ ตลอดเลยว่า วันนี้เราต้องตั้งใจเรียนหนังสือ เพราะความรู้มันจะนำพาเราไปในทางที่ดี ถ้าไม่มีความรู้ ก็จะเหมือนป้า ขายอาหารแบบนี้มันไม่ยั่งยืนหรอก สักวันก็ทำไม่ไหว หนูก็สอนเขาทุกอย่าง”


เคสน้องตั๊น ซึ่งป่วยหลายโรค มีย่าคอยดูแล เพราะพ่อแม่น้องแยกทางกันและต่างไปมีใหม่ เป็นอีก 1 เคสที่พี่เจี๊ยบให้ความช่วยเหลือเช่นกัน “น้องป่วยนานแล้ว เป็นเยอะช่วงที่อยู่โรงเรียน ป.1 เป็นโรคเลือด ตับโต ม้ามโต เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และเป็นตับแข็ง (ถาม-ได้รับการรักษาตลอดไหม?) ได้ แต่หมอบอกว่า ตอนนี้เป็นเยอะแล้ว”

ขณะที่พี่เจี๊ยบ เล่าถึงวันแรกที่เจอน้องตั๊นว่า“น้องไปไหนมาไม่รู้ แล้วไปแวะกินข้าวที่ร้าน วันนั้นน้องอยากกินกะเพราทะเล หนูก็ทำให้ แต่หนูดูแล้วว่าน้องป่วย ก็ไม่คิดตังค์ ก็เลยบอกน้องว่า ถ้าหิวอะไร มากินที่ร้านได้ตลอด ฟรีตลอด”


ฝันอยากเปิดร้านที่บ้าน ไม่ต้องเช่าแบบที่เป็นอยู่!

“หนูใฝ่ฝันว่า หนูอยากกลับมาทำร้านอาหารที่บ้าน หนูไม่ต้องเช่าแล้ว ใฝ่ฝันนะ แนวคิดของหนู หนูจะต้องกลับมาทำร้านอาหารในบ้านให้ได้ เปิดร้านขายของชำให้พ่อแม่ให้ได้ (ถาม-ตอนนี้ดำเนินการถึงขั้นไหน?) ตอนนี้ยังไม่มีประตูหน้าบ้าน ห้องน้ำ และพื้น ยังไม่สำเร็จเลย ค่อยๆ ทำ ซื้อกระเบื้องทีละ 3-5 กล่อง เวลาที่เราขายของ ถ้าขายดี เราก็ทยอยซื้อมาวางๆ ไว้”


เชื่อ ความดีที่ช่วยคนอื่น คอยปกป้องให้ตัวเองแคล้วคลาด!

“(ถาม-เราก็ยังลำบาก แต่ทำไมพี่เจี๊ยบถึงตัดสินใจช่วยเหลือคนอื่น?) หนูเกิดอุบัติเหตุมาเยอะมาก หนูไม่ได้ช่วยอยู่แต่ที่บ้านนะ ตอนหนูอยู่กรุงเทพฯ หนูก็ช่วยเหมือนกัน เพราะเรามีหัวใจที่เมตตาแบบนี้อยู่แล้ว แล้วหนูอุบัติเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ละเคสของหนูขั้นวิกฤตแบบเสียชีวิตเลย แต่หนูรอดมาได้ทุกครั้ง หนูก็คิดว่า ความดีที่หนูทำ ที่หนูสะสมมา มันเป็นเกราะกำบังให้หนูพ้นจากวิกฤต หน้าหนู 100 กว่าเข็ม หนูคิดว่า เขาให้ชีวิตใหม่หนูทุกครั้งที่หนูเฉียดตาย หนูก็อยากให้ชีวิตใหม่กับคนอื่นบ้าง หนูรู้สึกดีนะพี่ และมันเป็นแรงบันดาลใจให้หนูได้ต่อสู้ไปด้วยนะ ถ้าหนูขายของดี หนูมีคนมาช่วยเหลือหนูขายของดี ทุกคนก็ไม่ต้องอยู่แบบอดๆ อยากๆ หนูก็พร้อมเข้าไปทุกครั้ง”


บอกหัวใจอย่ายอมแพ้ สักวันต้องเป็นวันของเรา!

“เช้ามา ถึงจะท้อยังไง ก็ต้องสู้ ถ้าเรายิ่งไม่สู้ เราก็ยิ่งไม่มี (ถาม-บอกตัวเองยังไง?) เฮ้ยเจี๊ยบ อย่ายอมแพ้ดิวะ พูดอย่างนี้ทุกวันเลย พูดกับกระจกด้วย อย่ายอมแพ้นะ สักวันต้องเป็นวันของเรา สักวันเราต้องมีรอยยิ้มที่สดใส”


หากท่านใดต้องการต้องการอุดหนุนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของพี่เจี๊ยบ ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก “เฮียเจี๊ยบ เงินรุ่งเรืองกิจ” หรือติ๊กต็อก “ป้าเจี๊ยบ เงินรุ่งเรืองกิจ” หรือโทรไปได้ที่ 099-728-5509

คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“เสาหลัก...ที่ไม่ยอมล้ม”
https://www.youtube.com/watch?v=xjE18XGnQSA


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา11.30-12.00 น. ทางNEWS1 (กล่องIPTVของNTช่อง64 / กล่องAIS Play Boxช่อง618 /กล่องTrue IDช่อง19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos