นครสวรรค์ - ตามพิสูจน์กระแสวิจารณ์ “อมควันมะเขือขื่นแก้ปวด-พิฆาตแมงกินฟัน” ความเชื่อดั้งเดิมที่ขัดแย้งการแพทย์สมัยใหม่.. “หมอรวย” หมอพื้นบ้านพื้นเพคนโคราช-ปักหลักนครสวรรค์ ยันสืบทอดวิชาก้นหีบจากรุ่นปู่-รักษาอาการปวดฟันมา 30 ปี ไม่เคยโพนทะนาแต่คนมาให้ช่วยแค่นั้น
หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีมีการเผยแพร่วิธีรักษาอาการปวดฟันของหมอพื้นบ้านรายหนึ่งในพื้นที่บ้านวังกระโดนใหญ่ ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งใช้วิธี “อมควันมะเขือขื่น” และมีการอ้างว่าสามารถทำให้สิ่งที่เรียกว่า “แมงกินฟัน” หลุดออกมาจากช่องปากผู้ป่วยรวม 15 ตัว จนทำให้อาการปวดฟันทุเลาลง
เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือด ทั้งในมุมของความเชื่อดั้งเดิมกับหลักการแพทย์สมัยใหม่ รวมถึงคำถามด้านความปลอดภัยของวิธีการรักษา
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ “หมอรวย” หรือ นายสำรวย ตุ่นพังเทียม อายุ 60 ปี หมอพื้นบ้านที่ตกเป็นกระแสในโลกโซเชียล พบว่าอาศัยบ้านไม้ชั้นเดียว บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยหมอรวยเป็นคนโคราช ประกอบอาชีพหลักเป็นแรงงานรับจ้างทั่วไป ส่วนการรักษาอาการปวดฟันด้วยการอมควันนั้นทำเป็นอาชีพเสริมมา 30 ปี และเปิดรับเฉพาะผู้ที่ต้องการมาขอรับการรักษาเอง ไม่ได้โฆษณาหรือเรียกลูกค้าแต่อย่างใด
หมอรวยเปิดเผยว่า วิธีอมควันมะเขือขื่นเป็นวิชาที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ ใช้รักษาอาการปวดฟันในชุมชนมาอย่างยาวนาน แต่จำนวนผู้มารักษาไม่ได้มากมาย เฉลี่ยต่อเดือนมีชาวบ้านแวะเวียนมาประมาณ 4-5 รายเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ปวดฟันเรื้อรังหรือไม่สะดวกเดินทางไปพบทันตแพทย์
หมอรวยพาผู้สื่อข่าวไปดูสมุนไพรที่ใช้ เป็นเพียงต้นมะเขือขื่น ลักษณะคล้ายมะเขือเปราะ แต่ผลมีสีเหลือง โดยจะนำผลสุกมาแกะเอาเฉพาะเมล็ด บี้ออกแล้วตากแดดให้แห้งทันทีโดยไม่ล้างน้ำ จากนั้นเก็บไว้ใช้ในการรักษา อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วยเศษเตาเผาดินที่แตก น้ำมันพืช จานใส่น้ำ และกะลาตาเดียวที่ต่อเข้ากับบ้องไม้ไผ่สำหรับครอบอมควัน
ขั้นตอนการรักษาเริ่มจากการนำเศษเตาเผาไปให้ความร้อนจนร้อนจัดก่อนนำมาวางลงในจานที่มีน้ำอยู่ จากนั้นโรยเมล็ดมะเขือขื่นลงไป และราดน้ำมันพืชประมาณ 1 ช้อน เพื่อให้เกิดควัน แล้วใช้กะลาตาเดียวครอบทับ ให้ผู้ป่วยอมควันที่ปลายบ้องไม้ไผ่ ครั้งละประมาณ 1-2 นาที ก่อนคายออก ทำซ้ำทั้งหมด 3 รอบจึงเสร็จสิ้นกระบวนการ
ด้านนางธัญชนก เทียมทัน อายุ 50 ปี ผู้โพสต์เรื่องราวต้นทาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนและสามีมีอาการปวดฟันอย่างรุนแรงจนแทบไม่ได้นอน จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ระหว่างการอมควันครั้งที่สองพบวัตถุสีขาวลักษณะคล้ายหนอนหล่นออกมา 12 ตัว และครั้งสุดท้ายอีก 3 ตัว รวมเป็น 15 ตัว หลังการรักษาอาการปวดฟันค่อยๆ ลดลงจนสามารถนอนหลับได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้ทดลองเข้ารับการอมควันตามขั้นตอนดังกล่าว พบวัตถุคล้ายหนอนหลุดออกมาจำนวน 4 ตัว ทั้งที่ผู้ทดลองไม่มีอาการปวดฟันหรือปัญหาช่องปากมาก่อน ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า วัตถุดังกล่าวอาจเป็นตัวหนอนหรือสิ่งแปลกปลอมที่ปะปนมากับเมล็ดมะเขือขื่น เนื่องจากขั้นตอนการเตรียมเมล็ดไม่ได้ผ่านการล้างน้ำอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม หมอรวยยังคงยืนยันว่า การรักษาดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำสืบต่อกันมา ไม่ได้บังคับหรือชักจูงให้ใครเชื่อ และไม่ได้กำหนดค่ารักษา ผู้มารับบริการจะให้ตามกำลังเพียงเล็กน้อย 5-20 บาทก็เพียงพอ พร้อมย้ำว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นมีการล้างทำความสะอาดและลวกน้ำร้อนทุกครั้ง ส่วนการจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ยังคงเป็นดุลยพินิจของแต่ละบุคคล