ฉะเชิงเทรา - ชาวบ้านหวั่น โบสถ์และเจดีย์โบราณอายุกว่า 200 ปี ที่ก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 อาจได้รับผลกระทบหลังเกิดเหตุเขื่อนชายตลิ่งวัดสายชล อ.เมืองฉะเชิงเทรา สไลด์ลงแม่น้ำบางปะกง วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
จากเหตุการณ์แนวเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณด้านทิศเหนือ หน้าวัดสายชล ณ รังษี (วัดแหลมบน) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา พังทลายลงสู่แม่น้ำบางปะกงประมาณร้อยละ 80 จากความยาวประมาณ 100 เมตร และยังทำให้ดินด้านหลังแนวเขื่อนรวมถึงพื้นที่ข้างเคียงทรุดตัว เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.08 น.วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา และยังทำให้ร้านรับซ่อมรถจักรยานยนต์พังเสียหายกว่าครึ่งหลัง
แต่ยังโชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งหน้าวัดฯ ด้านทิศใต้ที่สร้างขึ้นมาจรดเข้าหากันก็ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังสร้างความกังวัลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ว่าอาจทำให้สิ่งปลูกสร้างและโบราณวัตถุภายในวัดฯ จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยนั้น
วันนี้ ( 5 พ.ค.)ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า จุดที่ชาวบ้านมีความกังวลมากที่สุด คือบริเวณกลุ่มเจดีย์โบราณกว่า 10 องค์รวมถึงโบสถ์หลังเก่า ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ.2385) อาจได้รับผลกระทบตามด้วยหากแนวของการพังทลายยังไม่หยุดอยู่แค่บริเวณจุดที่เกิดเหตุ
เนื่องจากหัวมุมของจุดพังทลายอยู่ห่างจากเจดีย์เล็กองค์แรกเพียง 30 เมตรเท่านั้น อีกทั้งการสร้างโบสถ์สมัยโบราณ อาจจะไม่มีรากฐานที่แน่นหนาเพียงพอหรือทนต่อการพังทลายได้มากนัก
ขณะที่ นายอัศวิน ลือชัยธีรกุล อายุ 31 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถ จักรยานยนต์ที่พังทลายไปพร้อมกับแนวเขื่อน เล่าวว่าขณะเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ในร้าน และมีแค่เพียงลูกน้องอยู่ประมาณ 2-3 คน ซึ่งก่อนการพังทลายได้ยินเสียงลั่นดังคล้ายการระเบิดของแผ่นคอนกรีต จากนั้นจึงเกิดการทรุดตัวและพังทลายลงไปในแม่น้ำบางปะกง
ทั้งนี้แนวเขื่อนก่อนเกิดการพังทลาย พบว่ามีรอยร้าวเกิดขึ้นที่เสา 2 ต้นคือ เสาที่รับน้ำหนักด้านริมสุดใกล้หัวมุมแถวที่ 2 และเสาแถวแรกริมแม่น้ำ ที่สัง้กตเห็นรอยแตกร้าวมาได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้ว และเมื่อมีฝนตกหนักจึงทำให้เกิดทรุดตัว
" ขณะนี้ยังเกรงว่าจะเกิดการสไลด์ตัวพังทลายลุกลามลึกเข้ามาอีก และอาจจะทำให้โบสถ์ทรุดตัวพังลงไปได้ เพราะแม้การสไลด์ของดินชายแม่น้ำจะรุกลามไปไม่ถึง แต่หากไม่มีการแก้ไขตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ก่อน ก็อาจจะมีการเลื่อนตามลงไปเรื่อยๆ และอาจจะทำให้ดินทางด้านหลังเลื่อนตัวไหลตามกันลงมาอีกเป็นทอดๆ เพราะอยู่ห่างกันไม่เยอะ และโบสถ์อาจจะเกิดการเอียงตัวได้ " นายอัศวิน กล่าว