ตม.นำหมายศาลบุกค้นห้องพักอาคารชุดกลางเมืองพัทยา จับกุม 9 ราย แก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ ตั้งฐานฉ้อโกงข้ามชาติ
วันนี้ (6 พ.ค.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ สตม./ผอ.ศปอส.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม. พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหาคดีสำคัญ
โดยคดีแรกสืบเนื่องจาก สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจับกุม 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งเขตฉงชิง สาธารณรัฐประชาชนจีน กระทำความผิดฐานลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ MR.SHILIN (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สัญชาติจีน MR.YANG (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติจีน และ MR.CAIYANG (สงวนนามสกุล)
อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ต่อมา กก.1 บก.สส.สตม. ได้จับกุมคนต่างด้าวดังกล่าวทั้ง 3 ราย ตามที่ ผบก.สส.สตม. ได้เพิกถอน วีซ่า นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมตรวจยึดปืนบีบีกันยาว 1 กระบอก สั้น 1 กระบอก แก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) จำนวน 20 กล่องๆ ละ 2 ถัง (ขนาดถังละ 2 กก.) ลูกโป่ง 4 ถุงใหญ่
จากการสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหาข้างต้น ทราบว่า MR.SHAN (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหา 1 ในขบวนการลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) ดังกล่าว ตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตเซินเจิ้น ลงวันที่ 4 ธ.ค.2568 และตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตต้าตู้วโหว มณฑลฉงชิ่ง ลงวันที่ 12 ธ.ค.2568 กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต (ขายก๊าซหัวเราะโดยผิดกฎหมาย) โดย MR.SHAN ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) จำนวนมากให้กับกลุ่มธุรกิจที่ผิดกฎหมายสองกลุ่มในประเทศจีนเพื่อวัตถุประสงค์ในการขายอย่างผิดกฎหมายให้กับผู้ใช้ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะของจีนได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับ 23 สมาชิกของเครือข่ายอาชญากรรมนี้ ทั้งผู้จัดงาน แคชเชียร์ ผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย และคนขับรถส่งของ โดย MR.SHAN ได้หลบหนีคดีเดินทางเข้ามาในประเทศไทยสอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จึงขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้จับกุม MR.SHAN เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่า MR.SHAN เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงเพิกถอนวีซ่า และสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนจับกุม จากการสืบสวนทราบว่า MR.SHAN จะเดินทางไปยื่นขออยู่ต่อฯ ที่ บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ จึงร่วมกับกก.สส.บก.ตม.1 ตรวจสอบ จนกระทั่งพบ MR.SHAN จึงจับกุมนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
ส่วนอีกคดีจับกุม 9 ชาวเกาหลีใต้ ตั้งฐาน Call Center ในเมืองพัทยา โดยเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ประสานงานกิจการตำรวจไทย–เกาหลี ขอให้ทำการสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชน จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ลักลอบใช้ห้องพักภายในอาคารชุดแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นฐานในการกระทำความผิด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยา โดยจากการเข้าตรวจค้น ห้องพักจำนวน 3 ห้อง ตามหมายค้น และขยายผลเพิ่มเติมอีก 2 ห้อง พบบุคคล
สัญชาติเกาลี จำนวน 9 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ เช่น มีการจัดทำสคริปต์ภาษาเกาหลี ใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทลอตเตอรี่ โดยหลอกลวงเหยื่อว่าเคยซื้อลอตเตอรี่และจะคืนเงินพร้อมค่าชดเชยที่เหยื่อไม่ถูกลอตเตอรี่ จากนั้นหลอกให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งรหัส OTP เพื่อนำ OTP ไปใช้เข้าถึงบัญชีและจากนั้นทำการกู้เงินผ่านบัญชีของเหยื่อ และโอนเงินออกไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้ ทำให้เหยื่อได้รับความเสียหายจากภาระหนี้ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) โทรหาผู้เสียหายจำนวนมาก อีกทั้งพบไฟล์ Excel รายชื่อเหยื่อจำนวนหลายร้อยรายการ โดยตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 3 ราย ที่มีหมายจับของทางการเกาหลีใต้ ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน (Call Center) และกรรโชกทรัพย์ โดยของกลางที่ตรวจยึด เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 62 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 8 เครื่อง iPad จำนวน 6 เครื่อง และเงินสด จำนวน 480,000 บาท ซึ่งจากการพฤติการณ์ในการเข้าตรวจค้นพบว่ามีลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมและมีลักษณะประกอบกิจการที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยอันดีของสังคม ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวทั้ง 9 ราย จากนั้นควบคุมตัว นำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการตามกฎหมาย
โดยทางการเกาหลีใต้ได้ประสานงานข้อมูลผ่าน Interpol เพื่อขอนำพยานหลักฐานไปใช้สำหรับดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและหาตัวผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงที่ประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ สตม. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก เจ้าของบ้าน ผู้ให้เช่า ให้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 กำหนดให้เจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพัก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมายสตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th