xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มนักธุรกิจเหยื่อแก้กรรม ขอ ก.ยุติธรรมคุ้มครองพยาน หวั่นชีวิตอันตราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - สายไหมต้องรอด พา “หนุ่มนักธุรกิจ” ขอคุ้มครองพยาน หลังถูกอาจารย์ “อมมังกรแก้กรรม” เหตุมีลูกศิษย์หลายแวดวง อาจไม่ได้รับความปลอดภัย

วันนี้ (8 พ.ค.) เวลา 11.00 น. ณ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอ (นามสมมติ) นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหายถูกอาจารย์ไสยเวทย์ชื่อดังใน จ.ลำพูน "อมมังกรแก้กรรม" เข้ายื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัย เพราะผู้ก่อเหตุมีลูกศิษย์จำนวนมากทุกสาขาอาชีพ โดยมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อม นางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ , นายปฐมพร โรจน์เรืองแสง นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ และ นายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน ร่วมรับเรื่องร้องทุกข์

นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย กล่าวว่า เนื่องจากทางอาจารย์คนดังกล่าวมีลูกศิษย์จำนวนมาก ราวเกือบ 100,000 คนที่อยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก (Facebook) อีกทั้งยังมีลูกศิษย์ที่เป็นคนใหญ่คนโต ซึ่งค่อนข้างมีผู้คนศรัทธาจำนวนมาก และเมื่อตอนที่ตนเข้าพบกับอาจารย์คนดังกล่าว ก็ต้องมีการกรอกชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ จึงเป็นข้อกังวลว่าอาจจะมีคนมาคุกคามข่มขู่ แม้ขณะนี้จะยังไม่มีใครมีพฤติกรรมชัดเจนแบบนั้น แต่บ้านของตนก็มีพ่อแม่ที่สูงอายุเกินกว่า 70 ปีพักอาศัยอยู่ด้วย ทำให้กังวลในเรื่องนี้มาก เพราะหลังจากเป็นข่าวก็มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ตนเคยคิดที่อยากจะฆ่าตัวตาย แต่เชื่อว่าหากทำไปแล้วจะเป็นบ่วงกรรมให้ต้องกระทำซ้ำแบบนั้นไปถึง 500 ชาติ พอคิดได้เช่นนี้ ก็เลือกที่จะไม่ทำร้ายตัวเอง

นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย กล่าวว่าอีกว่า ตนเลือกที่จะเปิดโปงข้อเท็จจริง ก็เพราะว่าอาจารย์คนนี้มีการเอาศาสตร์มาบังหน้า และเชื่อว่ามีการทำมาหลายครั้งแล้ว หากตนไม่ออกมาเริ่มพูดในวันนี้ เขาก็อาจไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกได้ เท่าที่เห็นจากข่าวก็น่าจะเกิน 5-6 ครั้งได้ หรืออาจจะถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำ ทั้งนี้ กรณีที่เพจ Facebook ของสำนักอาจารย์ได้มีการออกมากล่าวอ้างว่ามีขบวนการจะทำลายดิสเครดิตชื่อเสียงของอาจารย์นั้น ตนอยากชี้แจงว่า ในวันที่ตนเข้าไปปรึกษา ตนไม่รู้จักอาจารย์มาก่อนด้วยซ้ำ แต่แม่ของตนเป็นคนแนะนำให้ไปหาเอง เพราะตนประสบปัญหาโรคปวดหัวคลัสเตอร์มานาน รักษากับแพทย์โรงพยาบาลหรือคลินิกใดก็ไม่หาย พอแม่ตนแนะนำเช่นนั้นจึงได้มีโอกาสไปพบอาจารย์ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนไม่รู้จักกันจะต้องไปดิสเครดิตชื่อเสียงใคร

“เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็อยากให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพราะเขาคือภัยสังคมแล้ว หากสำนักยังมีการเปิดให้บริการอยู่และยังมีคนหลงเชื่อไปใช้บริการ ทั้งนี้ ผมจึงขอเป็นคนสุดท้ายที่ถูกกระทำแบบนี้ ไม่อยากให้ใครต้องโดนแบบนี้อีกแล้ว”


ด้าน นายเอกภพ เปิดเผยว่า สถานะทางคดีล่าสุดทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายไปหลากหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ร้องทุกข์มายังตนให้รับทราบ มีทั้งหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง จึงขอให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ ซึ่งตนจะได้ประสานให้เข้ามาแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปราม และเท่าที่ทราบว่ามีผู้เสียหายบางรายที่ประสงค์มาเป็นพยานให้กับผู้เสียหาย นายเอ ด้วย

นายเอกภพ เผยว่า อย่างกรณี นักศึกษาชาย จ.เชียงใหม่ โดยอาจารย์คนดังกล่าวได้เขียนชื่อนักศึกษาชายให้ไปแก้กรรม จึงมีคนแปลกหน้ามาหานักศึกษาชายถึงบ้าน คล้ายลักษณะมาคุกคามบอกว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวร และเอาคนแก่ไปกราบขอขมา ซึ่งนักศึกษาก็รู้สึกไม่โอเค กระทั่งนักศึกษาชายรายนี้ได้ตัดสินใจไปหาอาจารย์ที่สำนักฯ เพื่อไปขอทราบข้อเท็จจริง ว่าทำไมคุณถึงให้คนมากราบไหว้เขาเยอะแยะ แต่อาจารย์รายนี้ก็บอกว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวร อ้างว่าเห็นในนิมิต ผู้เสียหายจึงคาดว่าอาจมาจากหนังสือรุ่น เพราะมีชื่อปรากฏ ทำให้ได้ข้อมูลมาจากสิ่งเหล่านี้


ส่วน นายธีรยุทธ ระบุว่า สำหรับเคสนี้จะดูแลให้ผู้เสียหายใน 2 เรื่องหลัก คือ การเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งจะได้มีการรับเรื่องและคณะอนุกรรมการฯ จะได้พิจารณาโดยด่วนตามวาระ ส่วนอีกประการ คือ เรื่องการคุ้มครองพยานในคดี เพราะถ้าหากมีการประเมินแล้วพบว่าผู้เสียหายไม่ได้รับความปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นการข่มขู่คุกคามพยาน เจ้าหน้าที่จะรีบให้การคุ้มครองทันที ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจไม่ต้องเป็นกังวล

“ทั้งนี้ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยความที่ในสังคมปัจจุบันนี้มีผู้วิเศษเกิดขึ้นมากมาย และอาจฉกฉวยโอกาสมากระทำความผิดในเรื่องเพศนั้น อยากให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทางใจ และเข้าหาผู้วิเศษเหล่านี้ ต้องตั้งสติทุกครั้ง เพราะบางทีอาจมีเรื่องสุ่มเสี่ยงถูกล่วงละเมิดได้ จึงขอให้ท่านพึงระลึก และตระหนักว่าสถานการณ์ที่อยู่ในตอนนั้นมันเข้าข่ายจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีหรือไม่ อีกทั้งต้องยอมรับว่า ผู้เสียหายมักจะไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราว เพราะด้วยความหวาดกลัว แต่ต้องขอบคุณอีกหลากหลายท่าน ที่กล้าออกมาเปิดโปง เพื่อเป็นการป้องปรามให้สาธารณะชนได้รับรู้ ว่ามันมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ จะได้ออกมาเตือนสังคมให้ระวังมากขึ้น”