วันนี้ (8 พ.ค. 2569) รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 สนธิกำลังสถานีตำรวจภูธรหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ เข้าตรวจสอบกองถ่ายภาพยนตร์ ภายในบ้านพักที่เป็นร้านแกลเลอรี่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 พบทีมงานชาวจีนและคนไทยทำหน้าที่เป็นล่ามกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ โดยไม่พบเอกสารการขออนุญาตตามกฎหมาย และไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำตามที่กำหนด อีกทั้งยังพบว่าบุคคลดังกล่าวเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงาน เบื้องต้นได้ควบคุมตัวชาวจีนทั้ง 8 คน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และจะแจ้งการกระทำความผิดเป็นพินัย ต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินคดีในข้อหา ถ่ายทำภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป
.
จากการสอบปากคำทราบว่า กลุ่มชาวจีนดังกล่าวได้มีการยื่นขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในชื่อเรื่อง The Puppet ในนามบริษัท InfluX Co., Ltd. ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และมีนางรงกุย เหวย (Ms. RONGGUI WEI) สัญชาติจีน ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดยมีผู้ประสานงานการถ่ายทำ คือ บริษัท บี.วี.พี.แมกนัสกรุ๊ป จำกัด เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภาพยนตร์เรื่อง The Puppet ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทย โดยนางเหวย ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดง กำลังถ่ายทำซีรีย์จีนแนวตั้ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเลือกใช้สถานที่ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่บิดเบือนหรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งบทภาพยนตร์หรือเรื่องย่อต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถ่ายทำได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท
.
ด้านกองกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศที่ประสงค์จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนดำเนินการถ่ายทำทุกครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 20 ซึ่งกำหนดให้ผู้สร้างภาพยนตร์จากต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อกรมการท่องเที่ยว และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดอย่างเคร่งครัด
.
การขออนุญาตถ่ายทำอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกแก่กองถ่ายต่างประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการดูแลผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการทำงาน ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก โดยปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยวได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสานงานฯ และกองถ่ายต่างประเทศ ด้วยกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็ว ใช้ระยะเวลาเพียงประมาณ 3 – 10 วันทำการเท่านั้น หากพบเห็นการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างทันท่วงที
.
อนึ่ง ในไตรมาสแรกของปี 2569 กองถ่ายต่างประเทศ สร้างมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยกว่า 1,184 ล้านบาท โดยมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย หนึ่งในนั้นคือการคืนเงินแบบขั้นบันไดตามเงินลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่ 15-25% และหากจ้างงานบุคลากรหลักชาวไทย ใช้บริการโพสต์โปรดักชั่นในประเทศไทย และถ่ายทำในพื้นที่เมืองรอง สามารถรับเงินคืนเพิ่มอีก 5% สูงสุด 30%
......
Sondhi X