xs
xsm
sm
md
lg

ไอซ์โวยละครสอดสร้อยมาลา ด้อยค่าคณะราษฎร แซะ THACCA หว่านงบโฆษณาชวนเชื่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มีปัญหาแม้แต่ละคร ไอซ์ รักชนก จวกยับละครสอดสร้อยมาลา ช่องวัน 31 ได้งบจากกระทรวงวัฒนธรรมและ THACCA ทำโฆษณาชวนเชื่อ ให้คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ด้านคนในวงการโต้กลับไม่แฟร์ หยิบเอาข้อมูลด้านเดียวมาบิดเบือนความเป็นจริงทั้งหมด ย้ำงานศิลปะควรได้รับอิสระ คนดูจะเป็นคนตัดสินใจเอง

วันนี้ (10 พ.ค.) แพลตฟอร์ม X บัญชีที่ชื่อว่า @nanaicez ของ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความวิจารณ์ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา ที่ผลิตโดย บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ระบุว่า "ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับสนับสนุน งบประมาณการผลิตละคร/ซีรีส์ ภายใต้นโยบายส่งเสริม Soft Power เป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ THACCA (Thailand Creative Content Agency) โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ทุนอุดหนุนสนับสนุนการผลิต

เป็นละครที่ได้รัฐเงินสนับสนุนจากรัฐไทย ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นโครงการที่ดูก้าวหน้า โครงเรื่องก็ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ในทีสุดก็เผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็คงเป็นส่วนนึงของการท่าโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อกระทําอย่างเป็นระบบ ให้ประวัติศาสตร์ถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่รัฐไทยอยากให้เป็นเท่านั้น ในบริบทนี้คือ คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ตอกย้ำวาทะกรรม ชิงสุกก่อนห่าม สุดท้ายพวกหัวหน้าก้าวก็เหลิงอำนาจ และย้ำแนวคิดประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของประชาชน อำนาจสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน

เห็นหรือยังเวลาไม่ได้อยู่ข้างเรา เวลาอยู่ข้างคนที่ลงมือทําอะไรสักอย่าง ซึ่งอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่เค้าก็ไม่ได้อยู่เฉยๆเค้าสู้กลับ ด้วย ทุกเครืองมือที่เค้ามี ถามว่ากรณีนี้จะสู้กลับยังไง ถึงที่สุดคือก็ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ถึง จะมีอํานาจในการคุมงบประมาณ แล้วเลือกให้เงินสนับสนุนกับสิ่ง ที่ส่งเสริม สิ่งที่เล่าเรื่องเพื่อพาสังคมไปข้างหน้า อะไรที่จะพาสังคม ย้อนอดีต ถอยหลัง ก็อย่าสนับสนุน แค่นั้นเอง ให้งบประมาณกับอะไร ก็แปลว่าให้ความสําคัญกับสิ่งนั้น ซึ่งก็คือการแสดงเจตจํานงทางการเมืองแบบนึง"

ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mook Minrayaporn Somnongkham ของ น.ส.มิณราญาพร สำนองคำ หรือ มุก ฝ่ายทะเบียน สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย) และเป็นหนึ่งในทีมงานของ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ โพสต์ข้อความระบุว่า "อันนี้ดูจะไม่แฟร์กับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ Thacca ไปหน่อยนะคะ งบภายใต้ Thacca ในตอนนั้น ตั้งใจสนับสนุนอุตสาหกรรมให้มีงบประมาณตั้งต้น เพื่อที่ผู้ผลิตจะสามารถไปต่อรองกับค่ายหนัง หรือนายทุนได้ ว่ามีงบตั้งต้นในการทำงาน และสิ่งที่ Thacca ตั้งใจก็คือ เราไม่เข้าไปควบคุมการผลิตงานเลย เพราะต้องการความหลากหลาย งานศิลปะควรได้รับอิสระ คนดูจะเป็นคนตัดสินใจเอง หลักการคือ เอกชนนำ รัฐสนับสนุน

ทั้งภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชั่น เราให้อิสระในการเล่าเรื่อง และต้องการความหลากหลาย คณะกรรมการ ก็เป็นคณะกรรมการจากอุตสาหกรรมที่น่าเชื่อถือ และมีความรู้ความเข้าใจ ถึงแม้จะมีกรรมการจากภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นคณะกรรมการด้วย แต่สัดส่วนกรรมการ จากอุตสาหกรรมมีสัดส่วนที่เยอะกว่าภาครัฐ เช่นเดียวกับ คณะกรรมการพิจารณาเรตติ้งก็ไม่มีการแบนแล้ว เรื่องนี้อยากให้มองอย่างรอบด้าน สักหน่อยค่ะ จากอดีต อนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชั่น"

ขณะที่เฟซบุ๊ก Narasith Vongprasert ของ อ.นราสิทธิ์ วงษ์ประเสริฐ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โพสต์ข้อความระบุว่า "เห็น ไอซ์ รักชนก ออกมาพูดในเชิงว่า THACCA นั้นรับใช้อำนาจรัฐ และเป็นส่วนหนึ่งของการทำโฆษณาชวนเชื่อ ในฐานะที่เป็นคนทำงานและช่วงหลังนี่ได้เงินจากที่เพื่อนๆ พี่ๆ เข้าไปนั่งเป็นอนุกรรมการศิลปะการแสดงเข้าไปทำงานใน THACCA และหาทางหาทุนออกมาให้พวกเราได้ไปทำงาน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานของอนุกรรมการที่เข้าไปผลักดัน ก็เลยอยากถามว่าคุณรักชนกได้ดูเคสอื่นๆ ใน THACCA สาขาอื่นๆ บ้างไหม? การเลือกเพียงแค่ตัวอย่างเดียวแล้วมาเหมารวมทั้งหมดแบบไม่แฟร์และแย่มากแบบนี้ เขาเรียกว่า cherry picking หยิบเอาข้อมูลด้านเดียวมาบิดเบือนความเป็นจริงทั้งหมด

นับตั้งแต่ที่ได้ทุนครั้งแรก ละคร การแสดงที่ผมทำ ไม่ว่าจะที่เคยกำกับเรื่องนึง ร่วมแสดง หรือโปรดิวซ์ให้ที่ผ่านมา มีเนื้อหาที่ตั้งคำถามกับอำนาจรัฐ ความรุนแรง พูดเรื่องกบฎผีบุญ 6 ตุลา ส่วนของเพื่อนที่ผม curated มาแสดงนี่ก็พูดประเด็นทำนองนี้ทั้งนั้น และผมไม่เคยเซนเซอร์งานที่ curated มา และเทศกาลที่จะเกิดขึ้น ก็จะมี productions จำนวนหนึ่งก็เล่นประเด็นเช่น forced assimilation ที่รัฐสยามทำกับคนอีสานในอดีต การตั้งคำถามกับสุนทรียะแบบไทยที่เข้ามากดทับสุนทรียะของอีสาน และแน่นอนว่า มีงาน ก็ต้องมีคนเบื้องหลังงาน เงินที่ได้มาผมเอามากระจายให้เพื่อนๆ ให้กับนักศึกษาที่ไม่ต้องทำกิจกรรมฟรีแล้ว มาทำกิจกรรมแล้วมีค่าตอบแทนให้แบบแฟร์ๆ กระจายรายได้ฉ่ำ พร้อมกันนั้นได้ใช้พื้นที่ของการทำงานศิลปะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประเด็นกัน ทำงานทางความคิดกับนักศึกษา และค่อยๆ สร้างความเติบโตด้านศิลปะการแสดงในจังหวัดของผม และสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้มันเกิดได้เพราะ THACCA ผมจึงอยากให้คุณไอซ์ รักชนก ทบทวน statement ของคุณในประเด็นนี้ว่าในฐานะที่เป็น สส เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน คุณกำลังทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนจริงไหม คุณสามารถวิจารณ์ THACCA ได้ แต่ควรวิจารณ์ให้ครบ รอบด้าน ไม่ใช่นำเคสตัวอย่างเดียวคือเรื่องสอดสร้อยมาลา มาเหมารวมกับจุดประสงค์และเป้าหมายของนโยบายทั้งหมด คนที่เชียร์พรรคคุณหลายคนก็ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้เช่นกัน

ถ้าหากสิ่งที่คุณกล่าวมานั้นเป็นจริง นั่นแปลว่า เห้ย ที่ผ่านมากูทำงานโฆษณาชวนเชื่อ เรื่องผีบุญที่ทำมานี่เล่าใน "แบบที่รัฐไทยอยากให้เป็น" เหรอวะ นั่นแปลว่า คนที่เข้าไปทำงานในอนุกรรมการเพื่อผลักดันแต่ละสาขาของพวกเขา นั่นกำลังเป็นฟันเฟืองทำงานโฆษณาชวนเชื่อให้กับรัฐไทย เหรอ? ขีดเส้นใต้ เหรอ?"

สำหรับละครเรื่อง “สอดสร้อยมาลา” เป็นเรื่องราวของ 2 นางรำเพื่อนรัก มาลา (เอินเอิน ฟาติมา) และ สร้อย (มาเบล สุชาดา) นางรำคู่พระนางที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นนางรำที่รำได้สวยมีเสน่ห์ จนคนทั่วพระนคร ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างก็หลงใหล รวมทั้งท่านชายราม (กระทิง ขุนณรงค์) ราชนิกุลหนุ่มนักเรียนนอก และหมวดพร้อม (เข้ม หัสวีร์) นายทหารอนาคตไกล แต่ท่ามกลางการแย่งชิงหัวใจของสองหนุ่ม มิตรภาพระหว่างเพื่อนรักกลับขาดสะบั้น เมื่อสร้อยรักมาลาเกินเพื่อน เมื่อความเชื่อใจถูกทำลาย มาลาไม่อาจยอมรับความรู้สึกนี้ได้ นำไปสู่ความบาดหมางที่กัดกินใจไปทั้งชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางบ้านเมืองที่ผันแปร มีทั้งเรื่องราวความรัก มิตรภาพ และคราบน้ำตา ออกอากาศทางช่องวัน 31 ตอนแรกเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา