xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส หลังม่าน "จันทร์ส่องหล้า" เมื่อ “ทักษิณ”คัมแบ็ก แต่ “หญิงอ้อ” ยังเป็นเสาหลักตัวจริง! ** “ปลัดป๊อป” ปลัดมท.เก้าอี้ร้อน “สิงห์น้ำเงิน” รอจังหวะเอาคืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ ถอดรหัส หลังม่าน "จันทร์ส่องหล้า" เมื่อ “ทักษิณ”คัมแบ็ก แต่ “หญิงอ้อ” ยังเป็นเสาหลักตัวจริง!

นาทีนี้ คงไม่มีภาพไหน "หวานฉ่ำ" ไปกว่าภาพความชื่นมื่นที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่ "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร ได้รับตั๋ว “พักโทษ” กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว ภาพและข้อความหวานเจี๊ยบที่ปรากฏผ่านหน้าโซเชียล ของ "อุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร" อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นบอกเลยว่า เป็นสัญญาณสื่อถึงทั้ง “คนรักทักษิณ” และ คนเกลียดโทนี่ !

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "พ่อไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย" ฟังแล้วก็น่าคิด เพราะความ "ไม่ลำบากใจ" ในครอบครัวครั้งนี้ ดูจะสวนทางกับอาการ "หัวจะปวด" ของบรรดานักการการเมืองที่ฝากรอยแค้นให้กับ ทักษิณ ที่กำลัง “ลำบากใจ” ว่าจะถูกเอาคืนเมื่อไหร่

ครอบครัวทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
แม้ปากของ "ทักษิณ" จะบอกว่า "ไปจำศีลมา 8 เดือน เป็นอัลไซเมอร์แล้ว ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว" และแม้พรรคเพื่อไทย จะพยายามบอกว่า “นายใหญ่” จะอยู่แค่เบื้องหลัง แต่ใครเล่าจะเชื่อ ว่าคนอย่างทักษิณจะวางมือได้จริง?

ฟากการเมืองฝั่งรัฐบาล จับอาการของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่รีบตอบตามสไตล์ถนัด เมื่อถูกถามถึงทักษิณพ้นคุก ว่า “โหย ดีใจ ดีใจ” แล้วขยายความเพิ่มว่า เพราะเคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของนายทักษิณ ก็ยินดีกับท่าน มีโอกาสที่จะไปพบ

งานนี้สะท้อนให้เห็นถึงบารมีของนายใหญ่ ยังพอมีสะกิดทำให้คนเคยรัก และเป็น "คนละขั้ว" เมื่อขัดผลประโยชน์ ต้องเปลี่ยนโทนเสียงให้ดูนุ่มนวลชวนฝัน ไปตามๆ กัน ส่วนใครจะแอบไปเช็กอินรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า วันไหนต้องคอยดูป้ายทะเบียนรถกันให้ดี!

กลับมาที่โพสต์ของ “แพทองธาร” ประเด็นที่น่าจับตาจากข้อความที่ "อุ๊งอิ๊งค์" ยกย่อง "คุณหญิงอ้อ-พจมาน" มารดาว่า แม้ในภาพครอบครัวหวานฉ่ำ จะไม่มีแม่อยู่ในเฟรม แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้อายุ 70 กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่นๆ ให้ลูกๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ

งานนี้เหมือนส่งสัญญานชัดๆ ว่า ต่อให้ทักษิณ จะกลับมาเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลเพื่อไทย แต่ "รหัสลับ" และ "อำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จ" ยังคงต้องผ่านความเห็นชอบจาก“นายหญิง”เช่นเดิม!

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร
ขณะที่กระแสโซเชียลต่อกรณี “ทักษิณ” เป็นอิสระ ก็ต้องบอกว่ามีทั้งยินดีและแซะซ้ำ ในขณะที่แฟนคลับแห่คอมเมนต์ "น้ำตาซึม" กับภาพพ่อลูกผูกพัน แต่ชาวเน็ตบางส่วนไม่ลืมที่จะวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "ความเหลื่อมล้ำ" และ "ปาฏิหาริย์แห่งชั้น 14" ที่ยังคงเป็นตราบาปในใจของคนตระกูลชินวัตร เรียกว่า เป็นดรามาที่มาคู่กับทักษิณ

ฟังว่าเมื่อวาน "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ปิดประตูงดรับแขก เพราะทักษิณต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่หลังจากนี้สักพัก เชื่อว่าจะมีประเด็น "คิวเข้าพบ" ตามมาอย่างแน่นอน เตรียมตัวดูได้เลยว่า หลังจากนี้เส้นทางไปบางพลัด รถจะติดเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะคนไปหาซื้อของกิน แต่เป็นบรรดานักการเมืองและนักธุรกิจ ที่จะดาหน้ากันเข้าไป "กราบสวัสดี" กันไม่ขาดสาย จนอาจจะทำให้ทำเนียบรัฐบาลของ “เสี่ยหนู” ดูเหงาหงอยไป

สรุปว่า การกลับมาครั้งนี้ของ “ทักษิณ” ไม่ใช่แค่เรื่องของคนแก่ กลับบ้านไปเลี้ยงหลานอย่างที่เขาพยายามย้ำ แต่มันคือการพิสูจน์ว่า "บารมี" ที่สั่งสมมา 25 ปี จะสามารถเรียกฟ้า เรียกฝน ปล่อยมนต์สู้กับมนต์เขมรบุรีรัมย์ และพายุทางการเมืองรูปแบบใหม่ ได้หรือไม่ และในวันที่สื่อนอกตราหน้าว่ายุคของทักษิณ"สิ้นสุด”ลงแล้ว ก็ยิ่งน่าสนใจติดตาม!

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
++ “ปลัดป๊อป” ปลัดมท.เก้าอี้ร้อน “สิงห์น้ำเงิน” รอจังหวะเอาคืน

กระทรวงคลองหลอด กำลังเข้าสู่ยุคอึมครึมอีกครั้ง หลังจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ว่า การแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กมหาดไทย ช่วง “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกฯ ควบรมว.มหาดไทย ในยุครัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” นั้น เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

“ภูมิธรรม” เข้ามานั่งรมว.มหาดไทย แค่ 4 วัน ก็สั่งเด้ง สองอธิบดีกรมใหญ่ คือ “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” อธิบดีกรมการปกครอง และ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ากรุ ลดชั้นจากอธิบดีกรมใหญ่ไปนั่งตบยุงเป็นผู้ตรวจฯ
จุดสำคัญคือ มติ ก.พ.ค. ชี้ว่า การเด้งดังกล่าว เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปราศจากเหตุอันสมควร เป็นการย้ายที่ผิดปกติ เพราะใช้เวลาแค่สี่วันหลัง “ภูมิธรรม” เข้ากระทรวงมอบนโยบายก็สั่งเด้งเลย ทั้งที่ไม่ปรากฏว่าทั้งสองคนบกพร่องในหน้าที่

ดูมติ ก.พ.ค.โดยละเอียด ก็พบมีการชี้ชัดๆ ว่า ไม่ใช่แค่ “ภูมิธรรม” ที่ดำเนินการโดยไม่ชอบ แต่ยังระบุว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย คือ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ “ในฐานะผู้ทำบัญชีรายชื่อเสนอ “มท.1” เพื่อเอาชื่อเข้าที่ประชุมครม. ก็มีส่วนในการสั่งย้ายที่ไม่ชอบครั้งนี้ด้วย โดยระบุว่า “เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

แม้ดูเหมือนว่า เรื่องจะจบไปแล้ว เพราะต่อมาเมื่อ “อนุทิน” กลับมาเป็นนายกฯ ควบรมว.มหาดไทย ในยุค “อนุทิน 1” ก็ได้โยก “นฤชา” ออกจากกรุผู้ตรวจฯทันที แล้วส่งไปนั่งเป็น “อธิบดีกรมการปกครอง”ในปัจจุบัน พ่วงกับประธานบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วน “ไชยวัฒน์” นั้น ช่วยไม่ทันเพราะเกษียณไปก่อน แต่ “เนวิน-อนุทิน” ก็ไม่ทิ้งกัน ตั้งให้เข้าไปเป็นบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ การประปานครหลวง สองหน่วยงานใหญ่ในสังกัดมหาดไทย

ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์
ในรัฐบาล “อนุทิน 2” ซึ่ง “เสี่ยหนู” กลับมาเป็น มท.1 อีกรอบ ก็ตั้ง “ไชยวัฒน์” เป็น เลขานุการ รมว.มหาดไทย ที่คอยคุม และตรวจสอบงานทั้งหมดของมหาดไทยให้กับอนุทิน

ไม่ว่าจะเป็นโผโยกย้ายประจำปี งบรายจ่ายประจำปีฯ ของมหาดไทย ล้วนต้องผ่าน “ไชยวัฒน์” เรียกว่าใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลยแหละ

แม้ทุกอย่างจะผ่านไปแล้ว “นฤชา กับ ไชยวัฒน์” ได้กลับมาผงาดอีกครั้ง แต่รอยแค้นฝังลึก ของสิงห์มหาดไทยรุ่นพี่ ทั้งสองคน ที่มีต่อ “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ยังมีอยู่

เพราะรู้กันทั่วคลองหลอด ว่า ตอนที่ “ภูมิธรรม” เรียก “ปลัดป๊อป” ให้ทำโผย้ายล้างบางสิงห์น้ำเงิน แบบเร่งด่วน โดยเฉพาะการเด้ง “นฤชา-ไชยวัฒน์” นั้น ปลัดป๊อป รีบสนองตอบทันที ไม่ส่งสัญญาณให้ ไชยวัฒน์-นฤชา หรือ อดีตนายเก่า มท. 1 “อนุทิน” รู้ล่วงหน้าเลยสักนิด ที่สร้างความขุ่นเคืองให้กับ “อนุทิน-ไชยวัฒน์-นฤชา” พอประมาณ แม้จะเข้าใจดีว่า ปลัดมหาดไทยต้องสนอง มท.1 เป็นเรื่องปกติ แต่ของแบบนี้มันก็น่าจะส่งซิกกันบ้าง หากใจถึงใจกัน

เพราะตอนนั้น “อรรษิษฐ์” ประเมินว่า ภูมิใจไทย หลังออกไปเป็นฝ่ายค้าน หมดอำนาจการเมือง คงกลับมาไม่ได้แล้ว เลยเลือกแทงม้า “ภูมิธรรม-เพื่อไทย” เต็มตัว จนเมื่อ อนุทิน กลับมาอีกครั้ง ว่ากันว่า กว่าปลัดป๊อป จะเคลียร์ใจกับอนุทิน ได้ ก็เล่นเอาเหนื่อย ซึ่ง “อนุทิน” ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะไม่อย่างนั้น ป่านนี้คง เด้งพ้นปลัดมหาดไทย ไปนานแล้ว

แต่ “ไชยวัฒน์-นฤชา” คงไม่ยอมง่ายๆ เพราะลึกๆ ก็ไม่ได้สนิทอะไรกัน ยิ่งทั้งสามคน เป็นสิงห์ต่างสี คือ อรรษิษฐ์ เป็นพี่ใหญ่สิงห์ดำ รัฐศาสตร์จุฬาฯ ที่ขึ้นมารับไม้ต่อจาก “ฉัตรชัย พรหมเลิศ - สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” ทำให้สิงห์ดำยึดเบอร์หนึ่ง คลองหลอดมาร่วมสิบปีติดต่อกัน

นฤชา โฆษาศิวิไลซ์
ส่วน“ไชยวัฒน์” เป็นนิติศาสตร์ รามคำแหง ขณะที่ “นฤชา” เป็นสิงห์แดง ธรรมศาสตร์ ความพิเศษ ก็คือ นฤชา กับไชยวัฒน์ นั้นเป็น “สิงห์น้ำเงินแท้” ที่เติบโต และผงาดคับคลองหลอด ในยุคภูมิใจไทย คุมมหาดไทย ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง ปี2566 ถึงปัจจุบัน แต่ปลัดป๊อป เป็นพวกสิงห์ดำ ที่ขึ้นมาจากการวางแผนรับไม้ต่อกันเป็นทอดๆ จากปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย มาปลัดเก่ง สุทธิพงษ์ จนมาปลัดป๊อป แล้วก็ดันเครือข่ายสิงห์ดำขึ้นมาหลายคน ที่ทำให้สิงห์อื่นไม่พอใจ

พูดง่ายๆ คือ มีร่องรอยงัดข้อกันในภายในคลองหลอดอยู่ เพียงแต่ด้วยบุคลิกของ“อรรษิษฐ์” ที่เป็นพวก “อยู่เป็น” ไม่ปะทะกับสิงห์น้ำเงินตรงๆ มันเลยทำให้ ไม่เกิดศึกฟาดฟันในมหาดไทย ออกมาแบบแรงๆ

แต่เมื่อ มติก.พ.ค. ชี้ชัดว่า ปลัดมหาดไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายที่ไม่ชอบธรรม มันก็เข้าทาง “นฤชา-ไชยวัฒน์” ที่รอเอาคืน อรรษิษฐ์ จนทั้งคู่ประกาศเตรียมจับมือ ยื่นฟ้องศาลเอาคืน “ภูมิธรรม -อรรษิษฐ์” ศึกนี้ ยังไม่จบ

ล่าสุด “อนุทิน” มท.1 เล่นบทลอยตัว ไม่ลงมาเป็นกาวใจให้ทั้งสามคน ทำให้ถ้าไม่มีคนมาห้ามทัพ เรียกสามคน มาให้เลิกแล้วต่อกัน เชื่อว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ

ยิ่งเมื่อ “อรรษิษฐ์” กว่าจะเกษียณ ก็ปี 2574 ทำให้หากเกิดเป็นคดีความฟ้องร้องไปที่ศาลปกครองขึ้นมา อาจเป็นเหตุให้ฝ่ายการเมือง เด้งพ้นปลัดมหาดไทย เอาได้ โดยเฉพาะหากมีผลคำตัดสินของศาลปกครอง ในทางไม่เป็นคุณกับ “อรรษิษฐ์”ออกมาก่อนเกษียณ ก็อาจต้องไปเป็น ซี11 ที่อื่น ที่ก็จะเปิดทางให้ สิงห์คลองหลอดคนอื่น โดยเฉพาะ สิงห์น้ำเงิน มีโอกาสลุ้นเป็น ปลัดมหาดไทย ก่อนปี 2574